One night in Bangkok
: Another Night
by Fuyutsubaki
" อะไรนะ!!! "
" ค่ะ เสียใจด้วยจริงๆนะคะ แต่เครื่องบินได้ออกไปเมื่อสองนาทีก่อนแล้วค่ะ "เสียงหวานใสของแอร์กราวน์ที่ทำหน้าที่ดูแลไฟล์การบินระหว่างประเทศเอ่ยเจื้อยแจ้วพร้อมฉีกยิ้มหวานแต่อีกฝ่ายไม่หวานตอบ ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่แทบคลั่ง
มือหนาปาดเหงื่อย้อยลงคางทิ้ง
เสื้อเชิ๊ตสีขาวสะอาดที่เมื่อสามนาทีก่อนยังเรียบแปล้ในสูทสีน้ำเงินกรมท่าตัวสวยมาบัดนี้กลับยับยู่ยี่เพราะความรีบร้อนในการวิ่งแข่งกับเวลา
ชายหนุ่มหัวเสียมองสูทและหนังสือเล่มเล็กๆเล่มหนึ่งในมือ นึกถึงความยุ่งยากที่กำลังจะเกิดขึ้น ชิ!!
ไม่น่าเสียเวลากับเจ้านี่เลย สบถกับตัวเอง เขาเป็นนักธุรกิจเจ้าของการผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์รายใหญ่ของโลกกำลังจะไปประชุมผู้ประกอบการชิ้นส่วนคอมที่ญี่ปุ่น
แต่ไฟล์ที่เขานั่งดันเจ้ากรรมเครื่องขัดข้องจนต้องลงจอดกระทันหันที่นี่..กรุงเทพฯ..แต่เนื่องจากการประชุมที่ว่าจะเริ่มในวันพรุ่งนี้เขาเลยไม่หงุดหงิดมานัก.
..เห็นว่าท่าจะอีกนานกว่าจะซ่อมเสร็จเลยเดินเล่นมาเรื่อยๆจนถึงร้านปลอดภาษี แล้วก็มาสะดุดตากับหนังสือเล่มนี้เข้า..หนังสือแนะนำการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ
ก็เลยเกิดความสนใจเพราะเขาไม่เคยมาที่กรุงเทพฯมาก่อนในชีวิต เผลอยืนอ่านเพลินไปหน่อย กว่าจะรู้ตัวอีกทีประชาสัมพันธ์ก็ประกาศว่าเครื่องบินจะออกแล้ว
อารามรีบร้อนเลยเผลอหยิบหนังสือติดมือมาด้วยทำให้ต้องเสียเวลาจ่ายเงินอีก กว่าจะมาถึงที่ได้ก็ดันบอกว่าเครื่องออกไปแล้วซะอีก .คิ้วหนาสีน้ำตาลเข้มขมวดมุ่น
เรียวตาสีฟ้าใสหรี่ลงครุ่นคิด เอาไงดีนะ?? ร่างสูงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายพลางนั่งลงบนเก้าอี้พักข้างตัว .คงต้องค้างที่นี่สักคืนล่ะนะ
ขี้เกียจรอไฟท์ใหม่แล้วไปเลย ยังไงซะก็เป็นเมืองที่ไม่เคยมามาก่อน
ถือว่าเปิดหูเปิดตาไปด้วยแล้วกัน ว่าแล้วล้วงกระเป๋าเงินขึ้นมาดู ดีนะที่เก็บกระเป๋าเงินไว้กับตัวและเอกสารที่ทิ้งไว้บนเครื่องก็ไม่ค่อยสำคัญมาก
ถึงยังไงทางเจ้าหน้าที่ก็คงเก็บไว้ให้อยู่แล้ว อืม บัตรทองห้าใบ.. แล้วก็เงินสดอีกประมาณพันดอลล์ แค่นี้ก็คงพออยู่ได้แล้วล่ะมั้ง..???
จู่ๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นในกระเป๋าเสื้อสูท
ชายหนุ่มแปลกใจเพราะมีเรื่องยุ่งๆจึงลืมนึกไปว่าตัวเองก็พกโทรศัพท์ด้วย .มือควานหาโทรศัพท์ก่อนกรอกเสียงใส่อย่างรวดเร็วเมื่อเห็นเบอร์โชว์ขึ้นบนหน้าจอ
" อีธาน พระเจ้า! นายถึงญี่ปุ่นหรือยัง " ชายหนุ่มถามเลขาที่เขาส่งไปดูงานก่อนวันหนึ่งเสียงรัว
" "
" ฉันตกเครื่องบินน่ะ ตอนนี้อยู่ที่กรุงเทพฯ เดี๋ยวฉันค่อยนั่งเครื่องบินเที่ยวเช้ากลับ ยังไงก็ทันอยู่แล้ว "
" .. "
" ไม่จำเป็นต้องเอาเครื่องบินส่วนตัวมารับฉันหรอก กะพักที่นี่สักคืน OK แค่นี้นะ "
ชายหนุ่มปิดเครื่องก่อนเร่งก้าวเท้ายาวๆออกจากสนามบิน
เรียกแท๊กซี่พร้อมบอกจุดหมายปลายทาง เคยแต่ได้ยินสมญานามจากเพื่อนนักค้าธุรกิจด้วยกันมานานแล้วว่ากรุงเทพฯเมืองหลวงของ
ไทยแลนด์คือเมืองที่มีทุกสิ่งให้คุณเลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นเหล้า ยา ผู้หญิงหรือแม้แต่ ผู้ชายขายบริการ
แม้เมืองไทยจะโด่งดังในเรื่องมีเอกลักษณ์ประเพณีและศิลปวัฒนธรรมที่โดดเด่นไม่เหมือนใครในโลก
แต่กิตติศัพท์ในทางเจริญลงของกรุงเทพฯก็ยังกระฉ่อนไปทั่วโลกยิ่งกว่า .ยังไงก็เถอะ ไหนๆวันนี้ก็ได้มาเยือนแล้วขอทดลองหน่อยสิว่ามันจะถึงใจเขาแค่ไหน
..กรุงเทพฯ เมืองแห่งความอิสระเสรี เมืองแห่งแสงสี เมืองแห่งความฝัน ..
- - - - - - - - - - - - - - - -
ชายหนุ่มหยิบการ์ดห้องสวีทพร้อมทั้งกระเป๋าเงินใส่กางเกงหลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย
เขาเลือกโรงแรมหรูระดับห้าดาวแถวสุขุมวิทย่านธุรกิจของกรุงเทพฯเป็นที่พักคืนนี้
เสื้อเชิ๊ตแขนสั้นสมส่วนสีดำสนิทกับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้มและรองเท้าผ้าใบที่แวะซื้อกลางทางทอนอายุเขาลงอีกโข
นักธุรกิจหนุ่มใหญ่วัยสามสิบเหลือบมองในกระจกนึกขำ เหมือนมองตัวเองสมัยมหาลัยไม่มีผิด .
ตาคมสำรวจความเรียบร้อย หนังสือแนะนำการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ เล่มเล็กถูกวางทิ้งลงบนเตียงเนื้อหามีแต่แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทั้งนั้น เช่น การท่องเที่ยวแบบขี่จักรยานชมรอบเกาะรัตนโกสินทร์ หรือเที่ยวชมวัดนู่นวัดนี่อย่างนี้เป็นต้น ถ้ามาตอนกลางวันและมีเวลามากกว่านี้เขาก็อยากไปอยู่หรอก แต่ตอนนี้มันต้องนี่ ชายหนุ่มนึกทวนคำพูดของ
เพื่อนนักธุรกิจที่เคยมาเยือนกรุงเทพฯแล้วเล่าให้ฟัง
' ไทยแลนด์เหรอ ก็ต้องนึกถึงกรุงเทพฯสิ แล้วก็ RCAหรือไม่ก็พัฒน์พงษ์ไง ฮ่าๆ '
- - - - - - - - - - - - - - - -
เหล่าผู้คนมากหน้าหลายตาทั้งไทยเทศต่างจอแจอยู่บนถนนย่านRCA แหล่งผับ เทค บาร์ฯลฯ ที่มี ' ชื่อเสีย ' แห่งหนึ่งของโลกโต๊ะกราวน์กลางถนนต่างเต็มแน่นไปด้วยหมู่คนที่ลุ่มหลงในกามารมณ์เสียงเพลงและเหล้ายา
เสียงดนตรีที่แทบทุกร้านเปิดแข่งกันจนฟังไม่ได้ศัพท์จับไม่ได้ว่าเป็นเพลงอะไรดังสนั่น
เหล่าผีเสื้อราตรีตัวสวยในชุดนุ่งน้อยห่มนิดแทบปิดไม่มิดต่างยกย้ายส่ายสะโพกกันอย่างเมามันตามเสียงเพลงเร้าอารมณ์
เสียงผู้คนหัวเราะสนุกสนานรื่นจนดูเหมือนวิมานสวรรค์กลางนรกอบายมุขยังไงอย่างนั้น
ชายหนุ่มเลี่ยงมาดื่มเหล้าคนเดียวเงียบๆ ในบาร์ค่อนข้างมีระดับ ใบหน้าหล่อเหลาสะดุดตา ตาเรียวคมสีฟ้าใสตัดกับเรือนผมหยักศกสีน้ำตาลเข้มระคอ
ร่างกายสูงกำยำสมส่วนชายชาตรีแท้สะกดทุกใจที่พบเห็น..จึงไม่แปลกที่ชายหนุ่มจะถูกชวนทั้งการบอกตรงๆและส่งผ่านทางสายตาหวานเยิ้มจาก
สาวน้อยใหญ่หรือแม้แต่ผู้ชาย?ด้วยกันเองแต่เขาก็ปฏิเสธไปเนื่องจากยังไม่เจอใครถูกใจจริง
ร่างสูงก้าวออกจากบาร์พลางมองนาฬิกาบนข้อมือที่เพิ่งปรับเวลาตอนอยู่สนามบิน สองทุ่มกว่าแล้วแต่เขายังไม่อยากกลับไปโรงแรมนอนง่าวคนเดียว..
อย่างน้อยก็ต้องหาคู่นอนสักคน..แต่จะให้ทำไง ในเมื่อคนที่เขาจะมีsexด้วยต้องเป็นคนที่เขาพอใจเท่านั้น
" ขอโทษ!!! ผมไม่ใช่ไอ้ตัวนะ!!! " เสียงตะโกนดังลั่น กับถ้อยประโยคด่าตามมาเป็นพรวนน่าสนใจจนชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหันไปมองทางต้นเสียง
ตาคมปลาบกระทบร่างเล็กบางร่างหนึ่งที่กำลังยืนด่ากลุ่มชาย2-3คนอยู่ 1ในนั้นวิสาสะจับข้อมือเจ้าของผลุสวาทอย่างไม่เกรงใจ
" ไม่เอาน่า เอิ๊ก! หน้าจ๋วยๆ อย่างเงี้ยมาโกหกกานเหนๆเยย เอิ๊ก! มามะไปเที้ยวกับพี่ชายดีฟ่า " พูดไม่ชัดและยานคางจนรู้ได้ทันทีว่าเมาแน่ๆ
พร้อมๆกับเลื่อนมืออีกข้างมาโอบเอวกิ่วที่มีเพียงเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีขาวบางกันอยู่ อีกคนหนึ่งเริ่มเข้ามาลวนลามบ้าง จมูกไล้ตามลำคอระหงสูดกลิ่นหอมอย่างไม่เกรงใจ
โดนล้อมหน้าล้อมหลังจนเด็กหนุ่มเคราะห์ร้ายฟิวส์ขาด เรียวขายันคนข้างหน้าล้มก่อนโน้มคออีกคนที่กำลังโอบเอวเขาอยู่กระแทกด้วยเข่าเข้าท้องเต็มแรงลงไปนอนจุก
คนที่สามสร่างเทาทันทีตรงเข้าซัดแต่เด็กหนุ่มไวกว่าร่างบางก้มลงหลบนิ่มๆ ก่อนปล่อยฮุกขวาเข้ากลางลำตัวทีหนึ่ง
แล้วกลับหลังกระหวัดเท้าซ้ายจระเข้ฟาดหางเปรี้ยง!!ไอ้คนที่สามลงไปนอนสลบเหมือด
ท่าสวยเหมือนนางเอกหนังบู้จนคนแถวนั้นตบมือแปะๆทึ่งในความสามารถของร่างเล็กแต่พิษสงเหลือร้าย
" ระวัง! " เสียงใครร้องเตือนเมื่อเห็นไอ้คนแรกหยิบไม้หน้าสามขึ้นมาปรี่ตรงเข้าหาเด็กหนุ่มทันที ระยะกระชั้นชิดจนเขาคิดว่าหลบไม่พ้นแน่
ข้อมือมือเล็กยกขึ้นกันหน้าแต่ชั่วอึดใจก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวน ตาโตค่อยๆช้อนขึ้นมอง เห็นไอ้คนแรกลงไปนอนแผ่อีกครั้งพร้อมไม้หน้าสามคาปาก
คิ้วเรียวขมวดมุ่นสงสัย ก่อนจางหายเมื่อตัวคำตอบเอ่ยถามเสียงเรียบ
" เป็นอะไรมั๊ย? เธอ? " ชายหนุ่มพระเอกของเรื่องเอ่ยถาม ครั้งแรกที่เห็นเพียงด้านหลังก็นับว่าทึ่งอยู่ที่เด็กผู้ชายรูปร่างอ้อนแอ้นยิ่งกว่าผู้หญิงจะเตะต่อยเก่งขนาดนี้
ยิ่งทึ่งปนอึ้งเข้าไปอีกเมื่อเข้ามาช่วยแล้วมองพิจารณาตรงๆ หน้าสวยยิ่งกว่าผู้หญิงบางคนเสียอีก ตาโตสีดำสนิทเหมือนตากวาง แก้มขาวอมชมพูเรื่อๆ
กับริมฝีปากสีแดงช่ำชื้นเผยอขึ้นหอบเพราะความเหนื่อย
ยิ่งขับหน้าสวยให้สวยซ้ำกว่าใครๆทั้งหญิงชายที่เขาเคยพบเจอมา ชายหนุ่มใจเต้น เอาล่ะซิไอ้อาการแบบนี้ เขาบ่นกับใจตัวเอง หากค่ำคืนนี้ไม่ได้กกกอดร่างกายแบบนี้
ชิมความหวานจากผิวแบบนี้ .หน้าตาแบบนี้ .เห็นทีคงอกแตกตายแน่ๆ .
" คุณครับ? " เสียงหวานใสเอ่ยเรียกสติคนตรงหน้าด้วยภาษาสากลเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ใช่คนชาติเดียวกัน
ชายหนุ่มถอนหายใจโล่งอก อย่างนี้ค่อยพูดกันรู้เรื่องหน่อยจะได้ไม่เสียเวลามอม?
" เอ้อ..เธอ เป็นไงมั่ง "
" ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมากครับที่ช่วย ..ไปนะครับ " เด็กหนุ่มเร่งผละไป มือไวเข้าคว้าข้อมือไว้ ตากลมโตมองหน้าขุ่นๆ
" เอ้อ ไม่มีอะไร เก่งดีนะเราน่ะ " ชายหนุ่มรีบปล่อยก่อนพูดแก้เก้อ..ปลายนิ้วขยำฝ่ามือตัวเองขึ้นลง..สัมผัสเองถึงรู้แฮะว่าเล็กกว่าที่เห็นอีก
" ธรรมดาครับ ผมเรียนศิลปะป้องกันตัวมา..เฮ้ย! มือคุณเลือดออกนี่! " เด็กหนุ่มร้องอย่างตกใจเมื่อรู้สึกถึงของเหลวเหนียวข้นติดอยู่ที่ข้อมือยกขึ้นดูรอยเลือดรูปนิ้ว
มองมือของร่างสูงข้างหน้าถึงได้เห็นว่าเลือดสีแดงสดกำลังไหลลงเป็นทาง
" อ้าว เออ เริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นมาแล้วแฮะ " ร่างสูงตอบซื่อๆแต่ในแววตาซ่อนความเจ้าเล่ห์ร้าย แผลนี่ความจริงไม่โดนยังได้แต่เพียงเสี้ยววินาทีที่ได้สบตาโตคู่นั้นก็แกล้งเป็นรับไม้หน้าสามที่ปลายตะปูแหลมตอกโผล่ออกทันที เขาแค่อยากทำอะไรให้หน้าสวยน
ี่คิดติดเป็นบุญคุณ จะได้มีเรื่องอยู่ด้วยกันอีกนานหน่อย
" ทำไงดี เอางี้ รีบไปรพ.เถอะครับ " เด็กหนุ่มรีบประคองร่างที่สูงกว่าตัวเองเกือบครึ่งหนึ่งไปทางแท๊กซี่สแตนด์ทันทีแล้วเรียกแท๊กซี่ไปยังรพ.ที่ใกล้ที่สุด ตลอดทางนัยน์ตากวางสวยส่อแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด เอ่ยถามอาการชายหนุ่มน้ำเสียงห่วงใยทุกครั้งที่เขาแกล้งร้องโอดโอย อดคิดไม่ได้เสียงห่วงใยยังเพราะขนาดนี้แล้วเสียงครางกระเส่าบนเตียงจะเพราะขนาดไหน
ความคิดเร้าใจเตลิดจนลืมอาการเจ็บปวดจริงๆ .
- - - - - - - - - - - - - - - -
" เรายังไม่รู้จักชื่อกันเลยนะ " เสียงเข้มเอ่ยถามหลังจากจ่ายค่าทำแผลเสร็จแล้ว ความจริงเด็กหนุ่มอาสาออกให้แต่เงินเพียงเศษตังค์นี่เขาออกเองดีกว่า หึ..
" คุณชื่ออะไรครับ? "
" คาร์เทอร์ เมเนดส์ เคนท์ เธอล่ะ? "
" ทิวาครับ "
" ทิวา? " คาร์เทอร์ถามเสียงสูงติดจะเพี้ยนนิดๆ เอ่ยซ้ำๆเหมือนจะให้ถูกสำเนียงที่สุดจนเจ้าของชื่ออดหัวเราะออกมาไม่ได้
หวานสวย ชายหนุ่มมองค้าง อยากบดขยี้ริมฝีปากสีแดงสดนั่นจริงๆ
" ศัพท์เฉพาะหรือเปล่า? แปลว่าอะไรล่ะ? " คาร์เทอร์เบี่ยงหน้าถาม
เมื่อคิ้วเรียวเลิกขึ้นเหมือนจะถามว่าทำไมจ้องเหมือนที่หน้าผมมีอะไรติด รู้สึกกระดากที่เผลอไปจ้องนานจนเจ้าของรู้สึก
" แปลว่าพระอาทิตย์ครับ " ยิ้มสวยอีกแล้ว อืม..พระอาทิตย์เหรอ.. พระอาทิตย์สวย เด็กคนนี้ก็สวย ไม่ว่าจะทำอะไรก็สวยไปหมด
..เหลือบมองรูปร่างคนตรงหน้า..แล้วข้างในจะสวยด้วยหรือเปล่า? จะมีแฟนหรือยังนะ? คาร์เทอร์คิดในใจ ชักอยากอุ้มกลับไปพิสูจน์ที่โรงแรมจัง
" เอ่อ ไม่มีอะไรแล้ว งั้น ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ " ทิวาเงยหน้าขึ้นมองร่างสูง กล่าวลากลับเมื่อต่างฝ่ายต่างนิ่งเงียบ
ตาคมสีฟ้าฉายแววละห้อยจนรู้สึกได้ ทิวาอึกอักกับท่าทีของชายหนุ่ม .
" อ่า คือ ถ้าไม่รังเกียจ..ไปกินข้าวเป็นเพื่อนฉัน ได้มั๊ย? "
คาร์เทอร์ก้มถามเสียงแทบกระซิบเกือบแนบหูร่างเล็กกลิ่นแชมพูจากไรผมโชยอ่อนๆเข้าจมูกแต่กลับหอมร้ายจนเกือบระงับอารมณ์ไม่อยู่ .
" เอ่อ " ทิวาอ้ำอึ้ง เขาไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรดี ถ้าตกลงก็ดูจะใจง่ายเกินไปหน่อยเพิ่งรู้จักกันแค่ไม่เท่าไรก็จะตามเขาไปซะแล้ว แต่..ถ้าปฏิเสธ
เขาก็รู้สึกสงสารสายตาเว้าวอนนั่นตะหงิดๆ..เท่าที่พูดคุยก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร..คงไม่ใช่คนไม่ดีหรอกมั้ง ?
" ฉันเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกน่ะ ยังไม่รู้จักที่นี่ดีนัก แถม ถ้าไปกินข้าวคนเดียวมันก็เหงาใช่มั๊ย เอางี้..เป็นเพื่อนพาเที่ยวหน่อยได้มั๊ยแล้วค่อยไปกินข้าวกัน
ฉันเลี้ยงเอง " คาร์เทอร์อ้อนวอนสุดฤทธิ์ คนตัวใหญ่อย่างกับยักษ์แต่กลับพูดเสียงออดอ้อนเหมือนเด็กเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้
ทิวาส่ายหน้าอมยิ้ม เอาเถอะ ยังไงเขาก็เป็นผู้มีพระคุณกับเรา ขอแค่นี้ก็ไม่หนักหนาอะไรนี่นา .???
" ก็ได้ครับ " คาร์เทอร์ยิ้มกว้างดีใจ เกือบแล้ว อีกนิดเดียว
- - - - - - - - - - - - - - - -
นับว่าเป็นคืนที่ชายหนุ่มรู้สึกเป็นสุขที่สุดตั้งแต่เกิดมาในชีวิตกับร่างสวยข้างๆ บรรยากาศแปลกๆที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนเหมือนกับหลุดมาอีกโลกหนึ่ง
ไกด์สวยพาเที่ยวชมนู่นนี่ทั่วทั้งกรุงเทพฯจนชายหนุ่มลืมเรื่องงานและความขุ่นมัวกับการตกเครื่องบินในตอนแรกเสียสนิท
บ่อยครั้งที่แอบถามเรื่องส่วนตัวด้วยใจอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับเด็กหนุ่มมากกว่านี้แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมบอก ฉลาด ทั้งสวยทั้งฉลาดตรงเสป็คเขาจังๆ
อยากคิดจริงจังขึ้นมาจริงๆแล้วสิ .
" สนุกมั๊ยครับ? " ทิวาถามร่างสูงที่กำลังนั่งกินขนมเบื้องอย่างเอร็ดอร่อย
" อะอุกอาก " คาร์เทอร์ตอบกลับทั้งๆที่ขนมเบื้องยังคาอยู่เต็มปาก มือยังหยิบเข้าปากต่อเรื่อยๆ ทิวาขำกับอาการของร่างสูง
ไม่สนใจครีมที่ย้อยติดริมฝีปากตัวเองพลางส่ายหน้าระอา คนตรงหน้าอายุคงยี่สิบปลายแล้ว แต่ทำไมกริยาเหมือนเด็กอย่างนี้นะ
" เปื้อนหมดแล้ว " ทิวากล่าวยิ้มๆ ปลายนิ้วเอื้อมไปปาดครีมออก แสงไฟสลัวทำให้มองไม่ถนัดนักเด็กหนุ่มจึงก้มลงไปใกล้อีก
เอาอีกแล้ว ชายหนุ่มสั่นหัวไล่อารมณ์กรุ่น แก้มเนียนอยู่ห่างแค่กระเบียดนิ้วเดียว .ทิวาเริ่มรู้สึกถึงลมหายใจร้อนๆของคนตรงหน้า
เงยหน้าขึ้นมองจมูกโด่งเฉียดผิวแก้มเนียนแผ่ว หน้าหวานแดงซ่านเขากำลังนั่งอยู่ในวงขาชายหนุ่มพอเริ่มรู้สึกตัววงแขนแกร่งก็โอบเอวเขาไว้หลวมๆแล้ว
" คุณเคนท์ " ทิวาเอ่ยเสียงเบาหวิวมองหน้าชายหนุ่มนิ่ง มือแกร่งที่โอบไว้หลวมๆยิ่งเริ่มรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆแต่ทำไมเขาไม่รู้สึกอึดอัด หน้าชายหนุ่มยิ่งใกล้เข้าเรื่อยๆ
ทิวาก็รู้สึกว่าใจเขายิ่งเต้นขึ้นเรื่อยๆ
" แปร๊ดดด!! " เสียงบีบแตรของรถยนต์เนื่องจากทั้งคู่นั่งอยู่ตรงฟุตบาทขึ้นขัดจังหวะ ทั้งสองคนชะงักอึดใจก่อนที่คาร์เทอร์จะฉุดแขนเล็กบางให้ลุกขึ้นตาม
" ไปกินข้าวกันเถอะ ." ทิวาพยักรับหน้าแดง เหลือบมองอุ้งมือที่กำลังสัมผัสมือเขาอย่างแนบแน่นไม่เอ่ยอะไร..เฝ้าครุ่นคิดว่าความรู้สึกเมื่อกี๊มันคืออะไรกันแน่นะ? .ฝ่ายชายหนุ่มที่ไม่เอ่ยอะไรออกมาอีกเช่นกัน
กำลังตีหน้าขรึมแต่ในใจกลับสาปแช่งให้ไอ้รถคันที่บีบแตรไปตายเร็วๆ ฮึ่ม! โธ่เว๊ย อีกนิดเดียวแท้ๆ เอ..แต่ช่างเถอะ ได้ชนนิดชนหน่อยเมื่อกี๊ถือว่าเป็น
ออร์เดิร์พแล้วกันเมนหลักยังมีรออยู่ขอแค่อย่าบุ่มบ่ามเท่านั้น ปิศาจในหัวชายหนุ่มกำลังนึกถึงเรือนร่างเปลือยเปล่าของเจ้าของอุ้งมือนิ่มที่เขาวิสาสะจับแล้วปล่อยไม่ลง
นึกเข้าข้างตัวเองว่าเด็กหนุ่มก็คงมีใจให้เขาไม่น้อยเหมือนกันไม่งั้นคงจะถูกเสยลงไปนอนนับสิบแล้ว อดหัวเราะหุๆกับสวรรค์แค่เอื้อมไม่ได้ ทิวาสะดุ้งนิดหนึ่งอุปทาน
ไปเองหรือเปล่าที่เขารู้สึกเสียวสันหลังวูบอย่างไม่มีสาเหตุ .
- - - - - - - - - - - - - - - -
ในโรงแรมหรูระดับห้าดาวย่านสุขุมวิท ดินเนอร์สุดอลังการ จานอาหารฝรั่งเศสน่าอร่อยนับสิบเรียงรายเต็มโต๊ะ ทิวามองอาหารที มองหน้าชายหนุ่มที
แปลกใจสุดๆที่ชายหนุ่มพาเขามาทานอาหารที่โรงแรมนี้ .ตากลมโตมองชายหนุ่มตรงหน้านานสองนานจนเมื่อบริกรเดินออกไปแล้ว ริมฝีปากอิ่มจึงเอ่ยขึ้นเบาๆ
" คุณเคนท์พักที่นี่หรือครับ? "
" อืม? ทำไมล่ะ? ฉันพักไม่ได้เหรอ?? " คาร์เทอร์ว่าติดตลกยิ้มน้อยๆ
" เปล่าครับเพียงแต่ว่าที่นี่มัน เอ่อ..ผมคิดว่ามัน คือผมน่ะ.." คาร์เทอร์แทบสำลักโรมันเน่คอนติปี60 ชายหนุ่มมองหน้าสวยที่ก้มมองนาฬิกา
เสียงพูดตะกุกตะกักจนเขาพาลคิดว่าทิวาจะพูดเรื่องที่ถึงเวลาควรกลับบ้านได้แล้ว ตายล่ะ ถ้าขืนกลับตอนนี้สวรรค์เบื้องหน้าได้กลายเป็นนรกพริบตาแน่
ไม่ได้ๆ! คาร์เทอร์ชิงพูดพลางรินไวน์แดงรสเลิศราคาน่าโดดน้ำตายใส่แก้วของร่างเล็กที่บริกรรินไว้ให้แล้วซ้ำจนเต็มปริ่ม
" อะไรเหรอ? เอ้อ กินนี่สิ..อร่อยนะ "
- - - - - - - - - - - - - - - -
อาหารพร่องไปไม่ถึงครึ่งแต่ไวน์แดงบนโต๊ะหมดไปถึงขวดที่6แล้ว ทิวาหน้าแดงพิษแอลกอฮอร์เริ่มออกอาการดึงให้ฟุบลงคาโต๊ะ
คาร์เทอร์อมยิ้มไม่เสียแรงหลอกมอมได้สำเร็จ สั่งเช็คบิลทันที
" อืออ คุณ..เคนท์ " ทิวาแทบหมดสติคาร์เทอร์ค่อยพยุงขึ้นใจอยากอุ้มวิ่งขึ้นห้องไปเลยแต่ติดที่ยังมีคนนั่งกินข้าวหนาตาอยู่
คาร์เทอร์เร่งประคองร่างในอ้อมแขนตรงลิ่วๆไปที่ลิฟท์ อาการรีบร้อนจึงเผลอชนคนที่เพิ่งเดินออกจากลิฟท์จนเซถลา
คาร์เทอร์โอบทิวาไว้ทันยกขึ้นอุ้มทันทีรีบขอโทษคนถูกเขาชนพัลวันก่อนเข้าไปจิ้มปุ่มลิฟท์สู่ห้องพักเอาเป็นเอาตาย
" เอ๋? นั่น " ผู้จัดการโรงแรมหรือคนถูกชนอุทานออกมาเล็กน้อย..คิ้วขมวดครุ่นคิดคล้ายเหมือนไม่แน่ใจในสายตาตัวเองเท่าใดนัก .
ประตูถูกปิดแผ่วเบา คาร์เทอร์ค่อยวางทิวาลงบนเตียง ทันทีที่หลังสัมผัสความนุ่มร่างบางก็เหยียดกายบิด เหมือนแกล้งยั่วให้อารมณ์กระเจิง
คาร์เทอร์เร่งถอดเสื้อผ้าตัวเองร้อนรน ก่อนค่อยเอื้อมไปปลดเสื้อเชิ๊ตและกางเกงลินินนิ่มเบามือพยายามระงับอารมณ์อย่างยากเย็น
" คุณ เคนท์.." เสียงแหบเรียกเจ้าของปลายนิ้วเย็นเฉียบสัมผัสร่างร้อนเกิดความรู้สึกแปลกๆ นิ้วมือสากลากทั่วเหมือนกับกำลังสำรวจพื้นที่
หัวใจเต้นรัว ทุกที่ที่ชายหนุ่มสัมผัสกระตุกเหมือนโดนไฟจี้
" เรียกคาร์เทอร์สิ..ทิวา " คาร์เทอร์เสียงพร่า ฤทธิ์อารมณ์หวามกวนประสาทแทบบ้าลิ้นร้อนแตะริมฝีปากอื่มชื้นก่อนชำแรกลงหาปลายลิ้นหวานภายใน
ดูดเล็มหยอกเย้าช้าๆแต่หนักหน่วง ทิวาส่งเสียงอู้อี้ในลำคอหอบหนักเหมือนอากาศข้างกายเริ่มเหือดหาย แอลกอฮอร์ฉุดสติจมดิ่งแต่กระตุ้นอารมณ์ร้อนขึ้น
เรียวมือยกขึ้นโอบรอบคอลูบไล้เรือนผมสีน้ำตาลเข้มเผลอไผล
คาร์เทอร์ชิมความหวานในปากทิวาจนพอใจจึงถอนริมฝีปากออก ปลายจมูกกดลงแก้มนิ่มที่อยากฝังลงไซร้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ
สูดดอมความหอมกลิ่นสาบเนื้อผิวกายข้างใต้ให้ความรู้สึกเร้าอารมณ์กว่าคนที่เขาเคยกอดมาเป็นไหนๆใบหน้าใต่ลงลำคอขบฟันฝังรอยเรื่อยยันเนินอกเรียบ
ไล้เลียยอดอกสีชมพูเข้มเนิ่นนาน นิ้วมือขยำสะโพกมนเมามัน
" อา .อา ฮะ " ทิวาครางเสียงกระเส่าปลายลิ้นชายหนุ่มไต่เนินท้องน้อยไล้วนก่อนหยุดที่แท่งเนื้ออ่อนไหว
ลิ้นค่อยลากไล้ไล่ตั้งแต่โคนถึงปลายแผ่วเบาชำนาญก่อนครอบครองเอาไว้ทั้งหมด
" ฮะ!! .ฮ้า อะ โอว ." ทิวาสะดุ้งสุดตัว สติกลับคืนแต่ยังไม่เต็มที่นักแต่ตอนนี้ความต้องการฉุดกระชากจนคิดอะไรไม่ออก
ร่างบางร้องครางดิ้นพราดความสุขที่เพิ่งเคยเจอครั้งแรกในชีวิตกำลังเอ่อขึ้น เอ่อขึ้นจนจะกระอักตายอยู่รอมร่อ
ปลายเท้าเสียดสีผ้าปูเตียงระบายความทรมานจนยับยู่ยี่มือไม้ปะป่ายหาที่ยึดยุ่ง แอ่นร่างเข้าหาสุดตัวเมื่อปลายลิ้นเปียกชื้นกระหวัดซ้ายขวาขบเม้มเบาๆ
" อ้า!! " ทิวาร้องสุดเสียงเกร็งแน่นรีดน้ำขาวขุ่นออกจนหมดหอบถี่หมดแรงก้มมองเจ้าของใบหน้าหล่อเหลากำลังกินความสุขเขาลงคอ รู้สึกกลัวชายหนุ่มจับใจเขยิบกายหนี
ตาโตเอ่อน้ำแล้วร่วงเผาะเต็มหน้าเหมือนเม็ดฝน
" ทิวา ." คาร์เทอร์เอ่ยสำเนียงชัดแจ๋วรู้ว่าเด็กหนุ่มสติคืนแล้ว หยาดน้ำตาไหลรินเสียงสะอื้นไห้กดหัวใจให้อ่อนยวบ
สงสารก็สงสารแต่หากให้เขาหยุดแค่นี้เห็นทีเขาได้อกแตกตายจริงๆแน่
" อย่าร้องเลยนะ โธ่! ที่รัก ฉันไม่ได้ฆ่าเธอสักหน่อย " คาร์เทอร์เหยียดกายจากหว่างขาเรียว
เอื้อมมือจับไหล่บางเบาๆแล้วกดลงเตียงกันไว้ไม่ให้หนีก่อนโอบกอดไว้หลวมๆ ลูบหลังเนียนจูบซับน้ำตาปลอบประโลม
" ไม่จริง คุณกำลังจะฆ่าผมทั้งเป็น " ทิวาร้องไห้ไม่หยุดสองมือปาดน้ำตานึกเจ็บใจตัวเองเขาแกล้งทำดีหน่อยดันตายใจสุดท้ายก็โดนหลอกยิ่งเจ็บใจขึ้นเมื่อมีอารมณ์ร่วมตามด้วย
" ขอโทษฉันชอบเธอนะ ชอบมากจนทนไม่ไหว ขอโทษ " คาร์เทอร์จูบหน้าผากมนเบาๆ เอ่ยขอโทษพร่ำ ความหอมหวานจากคนตรงหน้าเริ่มกระตุ้นอารมณ์อีกครั้ง
ทิวารู้สึกถึงความแข็งขึงที่ดุนดันต้นขาเขาอยู่ หน้าแดงวาบจะเอ่ยห้ามแต่ถ้อยคำก็ถูกอีกปลายลิ้นกวาดเข้าปากกลืนหายไปหมด
ไม่นุ่มนวลเหมือนเก่าแต่ก็ไม่รุนแรงถึงขั้น กลับให้ความรู้สึกเร่าร้อนโอนอ่อนตามรสจูบทีได้รับ
ความต้องการในกายกำลังคุฉุดให้แสดงถึงธาตุแท้แห่งตัวตน ทิวาสะอื้นรู้ดีแม้จิตใต้สำนึกอยากห้าม
อยากหยุดแค่ไหน แต่เขาสู้แรงปรารถนาทั้งของชายหนุ่มและของตนเองไม่ไหวแล้ว
คาร์เทอร์ถอนริมฝีปากออกย้ายมาซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่นอีกครั้งปากแดงฉ่ำเอ่ยขึ้นสั่นๆ
" ชอบ..เหรอ ฮะ..ไม่..กี่..ชม. อ๊ะ อึ่ก!.เนี่ย..นะ...ฮ้า " คาร์เทอร์ใช้อุ้งมือกอบกุมส่วนอ่อนไหว ทิวากั้นเสียงแต่ยิ่งกลั้นยิ่งทรมาน อารมณ์เดือดพล่านไฟราคะทวีความสูงขึ้น
" ช่าย..มากด้วย " เสียงเข้มแหบลากยาวยิ่งเร่งมือ
" อ๊าาา!!! " ทิวาหอบฮั่กน้ำตาเล็ดถูกปลดปล่อยอีกครั้งแต่ครั้งนี้ไม่ใช่ในปากแต่เป็นมือชายหนุ่ม
หน้าหวานแดงซ่านทั่วทั้งตัวร้อนผ่าวอารมณ์กำหนัดเข้าครอบครองจิตใจทุกทั่วอณูประกาศชัยชนะเหนือความคิดผิดชอบชั่วดี
" อ๊าาา หยะ อย่า " ทิวาสะดุ้งร้องห้ามปลายนิ้วชายหนุ่มกำลังลุกล้ำเข้าซอกหลืบอธิปไตยของตน
หลับตาปี๋มือที่ทำท่าเหมือนผลักไสก็แค่เกาะไว้เฉยๆตอนนี้เขาไม่มีแรงเหลือแล้ว
" อย่าเกร็งคนดี แค่ทำให้ชิน " คาร์เทอร์ร้องบอกเสียงแผ่ว เจ็บจี๊ดอารมณ์ทั้งหมดกำลังรวมอยู่ที่จุดๆเดียวแทบระเบิด
ใจจริงอยากรีบบดขยี้สุดแรงให้หายอยากแต่กลัวร่างเล็กบางจะตายตาร่างเขาเสียก่อน
" อื้อ อืม..คาร์ เทอร์ " เสียงแหบพร่าเบาหวิว ช่องทางคับแคบเริ่มคุ้นและกระตุ้นตอบสนองคาร์เทอร์สอดนิ้วเข้าอีกหนึ่งแล้วชักเข้าออกช้าๆ
ทิวาจิกนิ้วลงกับหมอนแน่นหอบเครือครางสุขสุด ปลายเท้าเหยียดตรงแล้วค่อยๆแยกออกรับอย่างลืมตัว
" คาร์เทอร์..มะ..ไม่ไหว แล้ว " ตากลมโตฉ่ำเยิ้มเผยอปากร้องเรียกเสียงสะอื้นยั่วอารมณ์อดทนขาดผึง
ชายหนุ่มถอนนิ้วออกเสือกตัวเองเข้าแทนที่ทีเดียวมิดสนองอารมณ์คลั่งเหมือนไม่สงสารร่างบางข้างใต้ ทิวากรีดร้องสุดเสียง
กอดคอชายหนุ่มแน่นความเจ็บเสียดเข้าปวดแปลบรู้สึกเหมือนร่างตัวเองจะฉีกขาดออกจากกันให้ได้ ปลายนิ้วจิกแล้วข่วนลงกลางแผ่นหลังหนา
ฟันขาวๆกัดลาดไหล่แข็งแรงระบายความเจ็บ
" อุ อูย อา สุดยอด " คาร์เทอร์ครางออกมาอย่างลืมตัว กลั้นหายใจกัดฟันกรอดช่องแคบร้อนชื้นกำลังตอดรัดเขาจนเต้นตุบๆมันแน่นกระชับลากความเสียวซ่านเข้าถึงใจ
ค้างไว้สักพักพอให้อีกฝ่ายปรับตัวได้แล้วค่อยขยับช้าๆทิวาสะดุ้งเกร็งเมื่อรู้สึกถึงสิ่งแปลกปลอมกำลังเคลื่อนที่ภายในกาย
บีบความรู้สึกทนไม่ไหวของชายหนุ่มเตลิดไกลไปอีกมือหนายึดสะโพกรั้งขาขึ้นพาดบ่าก่อนกดลงอีกครั้งขยับเพิ่มความถี่
" ฮะ ฮะ อ้า อ๊า คาร์ แฮ่ก.ฮ่ะ ฮ้า ..คาร์..เทอร์ " ทิวาหอบหนักครางเพ้อเรียกหา ความเจ็บปวดเริ่มละลายหายไปแปรเปลี่ยนเป็นความสุขหวิวๆในช่องท้อง
ชายหนุ่มถาโถมเข้าใส่เมื่ออารมณ์ต้องการถึงขีดสุดกระแทกลงแรงอย่างไม่เกรงใจทิวาอ้าขารับร้องเสียงหลงผวากอดแน่นอารมณ์เสียวซ่านเซ็นแทรกเข้าทุก
รูขุมขนสุดปลายความปรารถนาทั้งสองตระกองกอดกันถึงฝั่ง .
" อา เยี่ยม " คาร์เทอร์ผ่อนหายใจยาวปลดปล่อยความสุขเข้าจนหมดก่อนค่อยถอนกายออกน้ำรักไหลทะลักล้นอาบต้นขาขาว ล้มตัวลงนอนบนอกเปลือยเปล่าสบายใจ
ทิวาหอบเหนื่อยช่วงขณะก่อนถึงจุดอารมณ์ดับเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นร่างกายเกร็งความสุขแปลกใหม่ถูกประเคนให้เจียนตาย ฝ่ามือลูบปลายผมสีน้ำตาลเข้มเล่นเบาๆ
ก่อนผล็อยหลับไปอย่างหมดแรง
- - - - - - - - - - - - - - - -
แดดยามเช้าอุ่นสาดกระทบร่าง ชายหนุ่มสะบัดหัวหนีแสงสีทองแยงตาพลิกตัวไปอีกทาง
มือป่ายหาคนแนบอกเมื่อคืนสะดุ้งตื่นพลันข้างกายเหลือเพียงที่นอนเปล่าเย็นเยียบภายในห้องเงียบกริบ ชายหนุ่มตบหน้าตัวเอง2-3ที
หรือความเร่าร้อนเมื่อคืนจะเป็นเพียงแค่ฝันไป
" โธ่! เทวดาของฉัน " คาร์เทอร์ครางเสียงอ่อยเสียดายสุดชีวิตใบหน้าหวานสวย เสียงครางหอบเครือ ความรู้สึกวาบหวาม
ความหอมหวานของร่างบางเขายังรู้สึกและจำได้ทุกอย่าง
แค่กอดครั้งเดียวก็ลืมไม่ลง แต่เด็กหนุ่มกำลังทำให้เขาคลั่ง ทำให้หลงกับรสรักหวานล้ำแล้วจากไปโดยไม่เหลือร่องรอยให้ติดตามอย่างนี้เนี่ยนะ
อ้า!! ทรมานเว้ย!!! .คาร์เทอร์กลิ้งไปกลิ้งมาจนเหนื่อยคิดถึงร่างสวยๆนั่นจับใจก่อนลุกนั่งอย่างยากเย็น จะนั่งครวญครางไปก็ไม่มีประโยชน์
จากไปแล้ว..เหลือเพียงความทรงจำแสนหวานให้เฝ้าครวญหา เฮ้อ!! ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก้มลงจะเก็บเสื้อผ้าที่ถอดไว้ข้างเตียงก็ต้องตกใจ เฮ้ย! ไม่มี
หายไปไหนเนี่ย ชายหนุ่มหันซ้าย-ขวาหาเสื้อผ้าตัวเอง ไม่มีแม้สักชิ้น ...คงแก้แค้นเขาด้วยการหอบเสื้อผ้าไปทิ้งล่ะมั้ง อืม ทำไงดี กระเป๋าเงินก็อยู่ในนั้นด้วย ช่างเถอะ แลกกับได้กอดแม้แค่ครั้งเดียวก็สุดคุ้มแล้ว
ชายหนุ่มอมยิ้มอดคิดถึงไม่ได้รีบสะบัดหัวทันที ต้องรีบลืม ไม่งั้นเขาจะแย่มัวแต่โหยหาไม่เป็นอันทำการงาน .
คาร์เทอร์โคลงหัวใช้ความคิด คงต้องต่อโทรศัพท์จากโรงแรมไปหาอีธานให้เอาเครื่องบินส่วนตัวมารับแล้วล่ะมั้งเนี่ย
ตัดสินใจเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ตาคมเบิกกว้างต้องตกใจอีกครั้ง เสื้อผ้าเขาถูกพับเรียบร้อยวางไว้บนโต๊ะข้างโทรศัพท์ ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นหยิบดู เปิดกระเป๋าเงินออก
บัตรอะไรต่อมิอะไรของเขายังอยู่ เงินสดก็ยังอยู่ครบไม่หายไปแม้แต่ดอลล์เดียว ชายหนุ่มทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง ทั้งที่โดนเขาทำถึงขนาดนั้น
แต่ก็ไม่เอาอะไรไปเลย แถมยังพับเสื้อผ้าให้เรียบร้อยอีก ถอนหายใจยาวลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าแล้วเดินไปที่ระเบียง อากาศยามเช้าสดชื่นแต่แดดเริ่มแรงขึ้น
เพราะสายมากแล้ว ทั้งๆที่เขาไม่ถูกโรคกับอากาศร้อนในเขตร้อนสักเท่าไหร่แต่ทำไมแดดที่ส่องกระทบร่างเขาอยู่นี้กลับไม่ร้อน
หรือว่าความรู้สึกร้อนนี้เทียบไม่ได้กับความร้อนจากร่างที่เคยกกกอดเมื่อคืน..ชายหนุ่มถอนหายใจอีกครั้งแหงนหน้ามองพระอาทิตย์สว่างจ้า..ว่าจะไม่คิดแล้วเชียวนะ
แต่ทิวาข้างหน้านี้ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็สามารถจ้องดูได้ ยังอยู่ตรงที่ที่มันอยู่เหมือนเดิม แล้วทิวาอีกดวงล่ะ เมื่อไหร่กันที่เขาจะได้จ้องดูเต็มตา..ได้เอื้อมมือไปสัมผัส
อยู่ข้างกายเขาให้เหมือนกับเป็นที่ที่ต้องอยู่
ชายหนุ่มมองทิวทัศน์เบื้องหน้า ความคิดเหม่อลอยไปไกลลิบ .
กรุงเทพฯ .เมืองแห่งความอิสระเสรี เมืองแห่งแสงสี
เมืองแห่งความฝัน ..
" คาร์เทอร์? "
ผู้ถูกเรียกหันขวับไปทางต้นเสียงทันทีราวกับไม่แน่ใจหูตัวเองต้องดูด้วยตาถึงจะมั่นใจ
ตาคมเบิกกว้างร่างที่ถวิลหาโอดครวญถึงความใจร้ายที่ทิ้ง??เขาไปอย่างไม่ใยดีเพียงไม่กี่นาทีที่ผ่านมากลับมายืนอยู่ตรงหน้า
คาร์เทอร์เบะหน้าทำท่าจะร้องไห้เหมือนเด็กๆ
ก่อนโถมเข้ากอดร่างบางรัดแน่นจนกระดูกแทบหัก
เสียงสะอึกสะอื้นตัดพ้อเหมือนผู้หญิงโดนฟันแล้วผู้ชายจะทิ้งกำลังร้องห้ามไม่ให้ไปเมื่อผู้ชายย้อนกลับมาเพราะลืมของ????
" ที่รัก..เธอไปไหนมา โอ!! ขอบคุณพระเจ้า เธอยังอยู่..ยังอยู่นี่..โฮ..อย่าไปนะอย่าไปเลยฉันรักเธอหมดใจแล้ว อย่าจากฉันไปอีกเลย.."
ทิวาเกาหัวแกรกๆ
ยังงงๆกับท่าทีคนตัวโตอยู่ ความรัดแน่นคลายออกแต่ยังวงแขนกอดไว้..เสียงร้องไห้โยเยเหมือนเด็กจนชักไม่แน่ใจอายุสมองกับคำพูดที่ปล่อยออกมาหมดเปลือก
อดที่จะดีใจจนหัวใจพองโตไม่ได้ ทิวาอมยิ้มแก้มปริ ยังกังวลเหมือนกันถ้ากลับมาแล้วไม่เจอชายหนุ่มจะทำไง? แต่พอได้ยินคำสารภาพกับกิริยา...
ความกังวลก็หายไปปลิดทิ้ง ความปลาบปลื้มยินดีแทนที่เต็มจนล้น
" ไม่ไปไหนหรอกครับจะอยู่ที่นี่แหล่ะ "
" แล้วเมื่อกี๊ไปไหนอ่ะ?? "
" ไปแก้ตัวกับคุณพ่อเรื่องไม่กลับบ้านครับ "
" คุณพ่อ?? "
" ที่นี่ โรงแรมของคุณพ่อผมเองครับ "
" หาาาาา!!!!!!!!!! "
พระเจ้าครับ กรุงเทพฯ เมืองแห่งความฝัน จริงๆ .
- - - - - - - - - - - - - - - -
The End
โปรดอภัยให้ด้วยหากมีข้อผิดพลาดประการใดเกี่ยวกับรายละเอียดของสนามบินหรืออื่นๆ
เนื่องจากคนเขียนมิเคยได้ระเห็จออกไปเที่ยวต่างประเทศเลยสักครั้ง .
Fuyutsubaki