<-- -->

Free Web Hosting : Free Hosting : Troubled Teens : Report Abuse

One night in Bangkok

: Another Night

by Fuyutsubaki

 

 

" อะไรนะ!!! "

" ค่ะ เสียใจด้วยจริงๆนะคะ แต่เครื่องบินได้ออกไปเมื่อสองนาทีก่อนแล้วค่ะ "

 

เสียงหวานใสของแอร์กราวน์ที่ทำหน้าที่ดูแลไฟล์การบินระหว่างประเทศเอ่ยเจื้อยแจ้วพร้อมฉีกยิ้มหวานแต่อีกฝ่ายไม่หวานตอบ ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่แทบคลั่ง

 มือหนาปาดเหงื่อย้อยลงคางทิ้ง

 เสื้อเชิ๊ตสีขาวสะอาดที่เมื่อสามนาทีก่อนยังเรียบแปล้ในสูทสีน้ำเงินกรมท่าตัวสวยมาบัดนี้กลับยับยู่ยี่เพราะความรีบร้อนในการวิ่งแข่งกับเวลา

 ชายหนุ่มหัวเสียมองสูทและหนังสือเล่มเล็กๆเล่มหนึ่งในมือ นึกถึงความยุ่งยากที่กำลังจะเกิดขึ้น…ชิ!!

 ไม่น่าเสียเวลากับเจ้านี่เลย…สบถกับตัวเอง…เขาเป็นนักธุรกิจเจ้าของการผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์รายใหญ่ของโลกกำลังจะไปประชุมผู้ประกอบการชิ้นส่วนคอมที่ญี่ปุ่น

แต่ไฟล์ที่เขานั่งดันเจ้ากรรมเครื่องขัดข้องจนต้องลงจอดกระทันหันที่นี่..กรุงเทพฯ..แต่เนื่องจากการประชุมที่ว่าจะเริ่มในวันพรุ่งนี้เขาเลยไม่หงุดหงิดมานัก.

 ..เห็นว่าท่าจะอีกนานกว่าจะซ่อมเสร็จเลยเดินเล่นมาเรื่อยๆจนถึงร้านปลอดภาษี แล้วก็มาสะดุดตากับหนังสือเล่มนี้เข้า..หนังสือแนะนำการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ

 ก็เลยเกิดความสนใจเพราะเขาไม่เคยมาที่กรุงเทพฯมาก่อนในชีวิต…เผลอยืนอ่านเพลินไปหน่อย…กว่าจะรู้ตัวอีกทีประชาสัมพันธ์ก็ประกาศว่าเครื่องบินจะออกแล้ว…

อารามรีบร้อนเลยเผลอหยิบหนังสือติดมือมาด้วยทำให้ต้องเสียเวลาจ่ายเงินอีก…กว่าจะมาถึงที่ได้ก็ดันบอกว่าเครื่องออกไปแล้วซะอีก….คิ้วหนาสีน้ำตาลเข้มขมวดมุ่น

 เรียวตาสีฟ้าใสหรี่ลงครุ่นคิด…เอาไงดีนะ??…ร่างสูงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายพลางนั่งลงบนเก้าอี้พักข้างตัว….คงต้องค้างที่นี่สักคืนล่ะนะ

 ขี้เกียจรอไฟท์ใหม่แล้วไปเลย…ยังไงซะก็เป็นเมืองที่ไม่เคยมามาก่อน

 ถือว่าเปิดหูเปิดตาไปด้วยแล้วกัน…ว่าแล้วล้วงกระเป๋าเงินขึ้นมาดู…ดีนะที่เก็บกระเป๋าเงินไว้กับตัวและเอกสารที่ทิ้งไว้บนเครื่องก็ไม่ค่อยสำคัญมาก

 …ถึงยังไงทางเจ้าหน้าที่ก็คงเก็บไว้ให้อยู่แล้ว…อืม…บัตรทองห้าใบ.. แล้วก็เงินสดอีกประมาณพันดอลล์…แค่นี้ก็คงพออยู่ได้แล้วล่ะมั้ง..???

 จู่ๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นในกระเป๋าเสื้อสูท

 ชายหนุ่มแปลกใจเพราะมีเรื่องยุ่งๆจึงลืมนึกไปว่าตัวเองก็พกโทรศัพท์ด้วย….มือควานหาโทรศัพท์ก่อนกรอกเสียงใส่อย่างรวดเร็วเมื่อเห็นเบอร์โชว์ขึ้นบนหน้าจอ

" อีธาน พระเจ้า! นายถึงญี่ปุ่นหรือยัง " ชายหนุ่มถามเลขาที่เขาส่งไปดูงานก่อนวันหนึ่งเสียงรัว

" …………… "

" ฉันตกเครื่องบินน่ะ ตอนนี้อยู่ที่กรุงเทพฯ เดี๋ยวฉันค่อยนั่งเครื่องบินเที่ยวเช้ากลับ ยังไงก็ทันอยู่แล้ว "

" …………………………………….. "

" ไม่จำเป็นต้องเอาเครื่องบินส่วนตัวมารับฉันหรอก กะพักที่นี่สักคืน…OK แค่นี้นะ… "

 

ชายหนุ่มปิดเครื่องก่อนเร่งก้าวเท้ายาวๆออกจากสนามบิน

 เรียกแท๊กซี่พร้อมบอกจุดหมายปลายทาง…เคยแต่ได้ยินสมญานามจากเพื่อนนักค้าธุรกิจด้วยกันมานานแล้วว่ากรุงเทพฯเมืองหลวงของ

ไทยแลนด์คือเมืองที่มีทุกสิ่งให้คุณเลือกสรร…ไม่ว่าจะเป็นเหล้า ยา ผู้หญิงหรือแม้แต่…ผู้ชายขายบริการ

 แม้เมืองไทยจะโด่งดังในเรื่องมีเอกลักษณ์ประเพณีและศิลปวัฒนธรรมที่โดดเด่นไม่เหมือนใครในโลก…

แต่กิตติศัพท์ในทางเจริญลงของกรุงเทพฯก็ยังกระฉ่อนไปทั่วโลกยิ่งกว่า….ยังไงก็เถอะ ไหนๆวันนี้ก็ได้มาเยือนแล้วขอทดลองหน่อยสิว่ามันจะถึงใจเขาแค่ไหน

 ..กรุงเทพฯ…เมืองแห่งความอิสระเสรี…เมืองแห่งแสงสี…เมืองแห่งความฝัน…..

 

- - - - - - - - - - - - - - - -

 

ชายหนุ่มหยิบการ์ดห้องสวีทพร้อมทั้งกระเป๋าเงินใส่กางเกงหลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย

 เขาเลือกโรงแรมหรูระดับห้าดาวแถวสุขุมวิทย่านธุรกิจของกรุงเทพฯเป็นที่พักคืนนี้

 เสื้อเชิ๊ตแขนสั้นสมส่วนสีดำสนิทกับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้มและรองเท้าผ้าใบที่แวะซื้อกลางทางทอนอายุเขาลงอีกโข…

นักธุรกิจหนุ่มใหญ่วัยสามสิบเหลือบมองในกระจกนึกขำ…เหมือนมองตัวเองสมัยมหาลัยไม่มีผิด….

ตาคมสำรวจความเรียบร้อย หนังสือแนะนำการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ เล่มเล็กถูกวางทิ้งลงบนเตียงเนื้อหามีแต่แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทั้งนั้น เช่น การท่องเที่ยวแบบขี่จักรยานชมรอบเกาะรัตนโกสินทร์ หรือเที่ยวชมวัดนู่นวัดนี่อย่างนี้เป็นต้น…ถ้ามาตอนกลางวันและมีเวลามากกว่านี้เขาก็อยากไปอยู่หรอก…แต่ตอนนี้มันต้องนี่…ชายหนุ่มนึกทวนคำพูดของ

เพื่อนนักธุรกิจที่เคยมาเยือนกรุงเทพฯแล้วเล่าให้ฟัง…

' ไทยแลนด์เหรอ ก็ต้องนึกถึงกรุงเทพฯสิ …แล้วก็ RCAหรือไม่ก็พัฒน์พงษ์ไง ฮ่าๆ…'

- - - - - - - - - - - - - - - -

เหล่าผู้คนมากหน้าหลายตาทั้งไทยเทศต่างจอแจอยู่บนถนนย่านRCA แหล่งผับ เทค บาร์ฯลฯ ที่มี ' ชื่อเสีย ' แห่งหนึ่งของโลก

 โต๊ะกราวน์กลางถนนต่างเต็มแน่นไปด้วยหมู่คนที่ลุ่มหลงในกามารมณ์เสียงเพลงและเหล้ายา

 เสียงดนตรีที่แทบทุกร้านเปิดแข่งกันจนฟังไม่ได้ศัพท์จับไม่ได้ว่าเป็นเพลงอะไรดังสนั่น

 เหล่าผีเสื้อราตรีตัวสวยในชุดนุ่งน้อยห่มนิดแทบปิดไม่มิดต่างยกย้ายส่ายสะโพกกันอย่างเมามันตามเสียงเพลงเร้าอารมณ์

 เสียงผู้คนหัวเราะสนุกสนานรื่นจนดูเหมือนวิมานสวรรค์กลางนรกอบายมุขยังไงอย่างนั้น

ชายหนุ่มเลี่ยงมาดื่มเหล้าคนเดียวเงียบๆ ในบาร์ค่อนข้างมีระดับ ใบหน้าหล่อเหลาสะดุดตา ตาเรียวคมสีฟ้าใสตัดกับเรือนผมหยักศกสีน้ำตาลเข้มระคอ

 ร่างกายสูงกำยำสมส่วนชายชาตรีแท้สะกดทุกใจที่พบเห็น..จึงไม่แปลกที่ชายหนุ่มจะถูกชวนทั้งการบอกตรงๆและส่งผ่านทางสายตาหวานเยิ้มจาก

สาวน้อยใหญ่หรือแม้แต่ผู้ชาย?ด้วยกันเองแต่เขาก็ปฏิเสธไปเนื่องจากยังไม่เจอใครถูกใจจริง…

ร่างสูงก้าวออกจากบาร์พลางมองนาฬิกาบนข้อมือที่เพิ่งปรับเวลาตอนอยู่สนามบิน…สองทุ่มกว่าแล้วแต่เขายังไม่อยากกลับไปโรงแรมนอนง่าวคนเดียว..

อย่างน้อยก็ต้องหาคู่นอนสักคน..แต่จะให้ทำไง ในเมื่อคนที่เขาจะมีsexด้วยต้องเป็นคนที่เขาพอใจเท่านั้น…

 

" ขอโทษ!!! ผมไม่ใช่ไอ้ตัวนะ!!! " เสียงตะโกนดังลั่น กับถ้อยประโยคด่าตามมาเป็นพรวนน่าสนใจจนชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหันไปมองทางต้นเสียง

 ตาคมปลาบกระทบร่างเล็กบางร่างหนึ่งที่กำลังยืนด่ากลุ่มชาย2-3คนอยู่ 1ในนั้นวิสาสะจับข้อมือเจ้าของผลุสวาทอย่างไม่เกรงใจ

" ไม่เอาน่า เอิ๊ก! หน้าจ๋วยๆ อย่างเงี้ยมาโกหกกานเหนๆเยย เอิ๊ก! มามะไปเที้ยวกับพี่ชายดีฟ่า…" พูดไม่ชัดและยานคางจนรู้ได้ทันทีว่าเมาแน่ๆ

 พร้อมๆกับเลื่อนมืออีกข้างมาโอบเอวกิ่วที่มีเพียงเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีขาวบางกันอยู่ อีกคนหนึ่งเริ่มเข้ามาลวนลามบ้าง จมูกไล้ตามลำคอระหงสูดกลิ่นหอมอย่างไม่เกรงใจ

 โดนล้อมหน้าล้อมหลังจนเด็กหนุ่มเคราะห์ร้ายฟิวส์ขาด เรียวขายันคนข้างหน้าล้มก่อนโน้มคออีกคนที่กำลังโอบเอวเขาอยู่กระแทกด้วยเข่าเข้าท้องเต็มแรงลงไปนอนจุก

 คนที่สามสร่างเทาทันทีตรงเข้าซัดแต่เด็กหนุ่มไวกว่าร่างบางก้มลงหลบนิ่มๆ ก่อนปล่อยฮุกขวาเข้ากลางลำตัวทีหนึ่ง

 แล้วกลับหลังกระหวัดเท้าซ้ายจระเข้ฟาดหางเปรี้ยง!!ไอ้คนที่สามลงไปนอนสลบเหมือด

 ท่าสวยเหมือนนางเอกหนังบู้จนคนแถวนั้นตบมือแปะๆทึ่งในความสามารถของร่างเล็กแต่พิษสงเหลือร้าย

" ระวัง! " เสียงใครร้องเตือนเมื่อเห็นไอ้คนแรกหยิบไม้หน้าสามขึ้นมาปรี่ตรงเข้าหาเด็กหนุ่มทันที ระยะกระชั้นชิดจนเขาคิดว่าหลบไม่พ้นแน่

 ข้อมือมือเล็กยกขึ้นกันหน้าแต่ชั่วอึดใจก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวน ตาโตค่อยๆช้อนขึ้นมอง เห็นไอ้คนแรกลงไปนอนแผ่อีกครั้งพร้อมไม้หน้าสามคาปาก

 คิ้วเรียวขมวดมุ่นสงสัย ก่อนจางหายเมื่อตัวคำตอบเอ่ยถามเสียงเรียบ

" เป็นอะไรมั๊ย? เธอ? " ชายหนุ่มพระเอกของเรื่องเอ่ยถาม ครั้งแรกที่เห็นเพียงด้านหลังก็นับว่าทึ่งอยู่ที่เด็กผู้ชายรูปร่างอ้อนแอ้นยิ่งกว่าผู้หญิงจะเตะต่อยเก่งขนาดนี้

 ยิ่งทึ่งปนอึ้งเข้าไปอีกเมื่อเข้ามาช่วยแล้วมองพิจารณาตรงๆ หน้าสวยยิ่งกว่าผู้หญิงบางคนเสียอีก ตาโตสีดำสนิทเหมือนตากวาง แก้มขาวอมชมพูเรื่อๆ

 กับริมฝีปากสีแดงช่ำชื้นเผยอขึ้นหอบเพราะความเหนื่อย

 ยิ่งขับหน้าสวยให้สวยซ้ำกว่าใครๆทั้งหญิงชายที่เขาเคยพบเจอมา…ชายหนุ่มใจเต้น…เอาล่ะซิไอ้อาการแบบนี้…เขาบ่นกับใจตัวเอง…หากค่ำคืนนี้ไม่ได้กกกอดร่างกายแบบนี้

 ชิมความหวานจากผิวแบบนี้….หน้าตาแบบนี้….เห็นทีคงอกแตกตายแน่ๆ ….

" คุณครับ? " เสียงหวานใสเอ่ยเรียกสติคนตรงหน้าด้วยภาษาสากลเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ใช่คนชาติเดียวกัน

 ชายหนุ่มถอนหายใจโล่งอก…อย่างนี้ค่อยพูดกันรู้เรื่องหน่อยจะได้ไม่เสียเวลามอม?

" เอ้อ..เธอ…เป็นไงมั่ง "

" ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมากครับที่ช่วย ..ไปนะครับ " เด็กหนุ่มเร่งผละไป มือไวเข้าคว้าข้อมือไว้ ตากลมโตมองหน้าขุ่นๆ

" เอ้อ…ไม่มีอะไร…เก่งดีนะเราน่ะ… " ชายหนุ่มรีบปล่อยก่อนพูดแก้เก้อ..ปลายนิ้วขยำฝ่ามือตัวเองขึ้นลง..สัมผัสเองถึงรู้แฮะว่าเล็กกว่าที่เห็นอีก…

" ธรรมดาครับ ผมเรียนศิลปะป้องกันตัวมา..เฮ้ย! มือคุณเลือดออกนี่! " เด็กหนุ่มร้องอย่างตกใจเมื่อรู้สึกถึงของเหลวเหนียวข้นติดอยู่ที่ข้อมือยกขึ้นดูรอยเลือดรูปนิ้ว

 มองมือของร่างสูงข้างหน้าถึงได้เห็นว่าเลือดสีแดงสดกำลังไหลลงเป็นทาง

" อ้าว…เออ…เริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นมาแล้วแฮะ… " ร่างสูงตอบซื่อๆแต่ในแววตาซ่อนความเจ้าเล่ห์ร้าย แผลนี่ความจริงไม่โดนยังได้แต่เพียงเสี้ยววินาทีที่ได้สบตาโตคู่นั้นก็แกล้งเป็นรับไม้หน้าสามที่ปลายตะปูแหลมตอกโผล่ออกทันที…เขาแค่อยากทำอะไรให้หน้าสวยน

ี่คิดติดเป็นบุญคุณ…จะได้มีเรื่องอยู่ด้วยกันอีกนานหน่อย…

" ทำไงดี…เอางี้ รีบไปรพ.เถอะครับ…" เด็กหนุ่มรีบประคองร่างที่สูงกว่าตัวเองเกือบครึ่งหนึ่งไปทางแท๊กซี่สแตนด์ทันทีแล้วเรียกแท๊กซี่ไปยังรพ.ที่ใกล้ที่สุด ตลอดทางนัยน์ตากวางสวยส่อแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด เอ่ยถามอาการชายหนุ่มน้ำเสียงห่วงใยทุกครั้งที่เขาแกล้งร้องโอดโอย…อดคิดไม่ได้เสียงห่วงใยยังเพราะขนาดนี้แล้วเสียงครางกระเส่าบนเตียงจะเพราะขนาดไหน…

ความคิดเร้าใจเตลิดจนลืมอาการเจ็บปวดจริงๆ….

- - - - - - - - - - - - - - - -

 

" เรายังไม่รู้จักชื่อกันเลยนะ " เสียงเข้มเอ่ยถามหลังจากจ่ายค่าทำแผลเสร็จแล้ว ความจริงเด็กหนุ่มอาสาออกให้แต่เงินเพียงเศษตังค์นี่เขาออกเองดีกว่า…หึ..

" คุณชื่ออะไรครับ? "

" คาร์เทอร์ เมเนดส์ เคนท์ เธอล่ะ? "

" ทิวาครับ "

" ทิวา? " คาร์เทอร์ถามเสียงสูงติดจะเพี้ยนนิดๆ เอ่ยซ้ำๆเหมือนจะให้ถูกสำเนียงที่สุดจนเจ้าของชื่ออดหัวเราะออกมาไม่ได้

 หวานสวย…ชายหนุ่มมองค้าง…อยากบดขยี้ริมฝีปากสีแดงสดนั่นจริงๆ…

" ศัพท์เฉพาะหรือเปล่า? แปลว่าอะไรล่ะ? " คาร์เทอร์เบี่ยงหน้าถาม

 เมื่อคิ้วเรียวเลิกขึ้นเหมือนจะถามว่าทำไมจ้องเหมือนที่หน้าผมมีอะไรติด…รู้สึกกระดากที่เผลอไปจ้องนานจนเจ้าของรู้สึก

" แปลว่าพระอาทิตย์ครับ " …ยิ้มสวยอีกแล้ว…อืม..พระอาทิตย์เหรอ.. พระอาทิตย์สวย เด็กคนนี้ก็สวย…ไม่ว่าจะทำอะไรก็สวยไปหมด

 ..เหลือบมองรูปร่างคนตรงหน้า..แล้วข้างในจะสวยด้วยหรือเปล่า?…จะมีแฟนหรือยังนะ?…คาร์เทอร์คิดในใจ…ชักอยากอุ้มกลับไปพิสูจน์ที่โรงแรมจัง…

" เอ่อ…ไม่มีอะไรแล้ว…งั้น…ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ… " ทิวาเงยหน้าขึ้นมองร่างสูง กล่าวลากลับเมื่อต่างฝ่ายต่างนิ่งเงียบ

 ตาคมสีฟ้าฉายแววละห้อยจนรู้สึกได้…ทิวาอึกอักกับท่าทีของชายหนุ่ม….

" อ่า…คือ…ถ้าไม่รังเกียจ..ไปกินข้าวเป็นเพื่อนฉัน…ได้มั๊ย?… "

 คาร์เทอร์ก้มถามเสียงแทบกระซิบเกือบแนบหูร่างเล็กกลิ่นแชมพูจากไรผมโชยอ่อนๆเข้าจมูกแต่กลับหอมร้ายจนเกือบระงับอารมณ์ไม่อยู่….

" เอ่อ…" ทิวาอ้ำอึ้ง…เขาไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรดี ถ้าตกลงก็ดูจะใจง่ายเกินไปหน่อยเพิ่งรู้จักกันแค่ไม่เท่าไรก็จะตามเขาไปซะแล้ว…แต่..ถ้าปฏิเสธ

 เขาก็รู้สึกสงสารสายตาเว้าวอนนั่นตะหงิดๆ..เท่าที่พูดคุยก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร..คงไม่ใช่คนไม่ดีหรอกมั้ง…?

" ฉันเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกน่ะ…ยังไม่รู้จักที่นี่ดีนัก…แถม…ถ้าไปกินข้าวคนเดียวมันก็เหงาใช่มั๊ย…เอางี้..เป็นเพื่อนพาเที่ยวหน่อยได้มั๊ยแล้วค่อยไปกินข้าวกัน

 ฉันเลี้ยงเอง " คาร์เทอร์อ้อนวอนสุดฤทธิ์ คนตัวใหญ่อย่างกับยักษ์แต่กลับพูดเสียงออดอ้อนเหมือนเด็กเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้

 ทิวาส่ายหน้าอมยิ้ม…เอาเถอะ…ยังไงเขาก็เป็นผู้มีพระคุณกับเรา…ขอแค่นี้ก็ไม่หนักหนาอะไรนี่นา….???

" ก็ได้ครับ " คาร์เทอร์ยิ้มกว้างดีใจ…เกือบแล้ว อีกนิดเดียว…

- - - - - - - - - - - - - - - -

 

นับว่าเป็นคืนที่ชายหนุ่มรู้สึกเป็นสุขที่สุดตั้งแต่เกิดมาในชีวิตกับร่างสวยข้างๆ บรรยากาศแปลกๆที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนเหมือนกับหลุดมาอีกโลกหนึ่ง

 ไกด์สวยพาเที่ยวชมนู่นนี่ทั่วทั้งกรุงเทพฯจนชายหนุ่มลืมเรื่องงานและความขุ่นมัวกับการตกเครื่องบินในตอนแรกเสียสนิท

 บ่อยครั้งที่แอบถามเรื่องส่วนตัวด้วยใจอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับเด็กหนุ่มมากกว่านี้แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมบอก…ฉลาด…ทั้งสวยทั้งฉลาดตรงเสป็คเขาจังๆ…

อยากคิดจริงจังขึ้นมาจริงๆแล้วสิ….

" สนุกมั๊ยครับ? " ทิวาถามร่างสูงที่กำลังนั่งกินขนมเบื้องอย่างเอร็ดอร่อย

" อะอุกอาก " คาร์เทอร์ตอบกลับทั้งๆที่ขนมเบื้องยังคาอยู่เต็มปาก มือยังหยิบเข้าปากต่อเรื่อยๆ ทิวาขำกับอาการของร่างสูง

 ไม่สนใจครีมที่ย้อยติดริมฝีปากตัวเองพลางส่ายหน้าระอา…คนตรงหน้าอายุคงยี่สิบปลายแล้ว แต่ทำไมกริยาเหมือนเด็กอย่างนี้นะ…

" เปื้อนหมดแล้ว… " ทิวากล่าวยิ้มๆ ปลายนิ้วเอื้อมไปปาดครีมออก แสงไฟสลัวทำให้มองไม่ถนัดนักเด็กหนุ่มจึงก้มลงไปใกล้อีก

 …เอาอีกแล้ว…ชายหนุ่มสั่นหัวไล่อารมณ์กรุ่น…แก้มเนียนอยู่ห่างแค่กระเบียดนิ้วเดียว….ทิวาเริ่มรู้สึกถึงลมหายใจร้อนๆของคนตรงหน้า

 เงยหน้าขึ้นมองจมูกโด่งเฉียดผิวแก้มเนียนแผ่ว หน้าหวานแดงซ่านเขากำลังนั่งอยู่ในวงขาชายหนุ่มพอเริ่มรู้สึกตัววงแขนแกร่งก็โอบเอวเขาไว้หลวมๆแล้ว…

" คุณเคนท์… " ทิวาเอ่ยเสียงเบาหวิวมองหน้าชายหนุ่มนิ่ง มือแกร่งที่โอบไว้หลวมๆยิ่งเริ่มรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆแต่ทำไมเขาไม่รู้สึกอึดอัด หน้าชายหนุ่มยิ่งใกล้เข้าเรื่อยๆ

 ทิวาก็รู้สึกว่าใจเขายิ่งเต้นขึ้นเรื่อยๆ…

" แปร๊ดดด!! " เสียงบีบแตรของรถยนต์เนื่องจากทั้งคู่นั่งอยู่ตรงฟุตบาทขึ้นขัดจังหวะ ทั้งสองคนชะงักอึดใจก่อนที่คาร์เทอร์จะฉุดแขนเล็กบางให้ลุกขึ้นตาม

" …ไปกินข้าวกันเถอะ…." ทิวาพยักรับหน้าแดง เหลือบมองอุ้งมือที่กำลังสัมผัสมือเขาอย่างแนบแน่นไม่เอ่ยอะไร..เฝ้าครุ่นคิดว่าความรู้สึกเมื่อกี๊มันคืออะไรกันแน่นะ?….ฝ่ายชายหนุ่มที่ไม่เอ่ยอะไรออกมาอีกเช่นกัน

กำลังตีหน้าขรึมแต่ในใจกลับสาปแช่งให้ไอ้รถคันที่บีบแตรไปตายเร็วๆ…ฮึ่ม! โธ่เว๊ย…อีกนิดเดียวแท้ๆ…เอ..แต่ช่างเถอะ…ได้ชนนิดชนหน่อยเมื่อกี๊ถือว่าเป็น

ออร์เดิร์พแล้วกันเมนหลักยังมีรออยู่ขอแค่อย่าบุ่มบ่ามเท่านั้น…ปิศาจในหัวชายหนุ่มกำลังนึกถึงเรือนร่างเปลือยเปล่าของเจ้าของอุ้งมือนิ่มที่เขาวิสาสะจับแล้วปล่อยไม่ลง

 นึกเข้าข้างตัวเองว่าเด็กหนุ่มก็คงมีใจให้เขาไม่น้อยเหมือนกันไม่งั้นคงจะถูกเสยลงไปนอนนับสิบแล้ว…อดหัวเราะหุๆกับสวรรค์แค่เอื้อมไม่ได้…ทิวาสะดุ้งนิดหนึ่งอุปทาน

ไปเองหรือเปล่าที่เขารู้สึกเสียวสันหลังวูบอย่างไม่มีสาเหตุ….

- - - - - - - - - - - - - - - -

 

ในโรงแรมหรูระดับห้าดาวย่านสุขุมวิท…ดินเนอร์สุดอลังการ จานอาหารฝรั่งเศสน่าอร่อยนับสิบเรียงรายเต็มโต๊ะ ทิวามองอาหารที มองหน้าชายหนุ่มที

 แปลกใจสุดๆที่ชายหนุ่มพาเขามาทานอาหารที่โรงแรมนี้….ตากลมโตมองชายหนุ่มตรงหน้านานสองนานจนเมื่อบริกรเดินออกไปแล้ว ริมฝีปากอิ่มจึงเอ่ยขึ้นเบาๆ

" คุณเคนท์พักที่นี่หรือครับ? "

" อืม? ทำไมล่ะ? ฉันพักไม่ได้เหรอ?? " คาร์เทอร์ว่าติดตลกยิ้มน้อยๆ

" เปล่าครับเพียงแต่ว่าที่นี่มัน…เอ่อ..ผมคิดว่ามัน…คือผมน่ะ.." คาร์เทอร์แทบสำลักโรมันเน่คอนติปี60 ชายหนุ่มมองหน้าสวยที่ก้มมองนาฬิกา

 เสียงพูดตะกุกตะกักจนเขาพาลคิดว่าทิวาจะพูดเรื่องที่ถึงเวลาควรกลับบ้านได้แล้ว…ตายล่ะ ถ้าขืนกลับตอนนี้สวรรค์เบื้องหน้าได้กลายเป็นนรกพริบตาแน่

 ไม่ได้ๆ!…คาร์เทอร์ชิงพูดพลางรินไวน์แดงรสเลิศราคาน่าโดดน้ำตายใส่แก้วของร่างเล็กที่บริกรรินไว้ให้แล้วซ้ำจนเต็มปริ่ม

" อะไรเหรอ? เอ้อ…กินนี่สิ..อร่อยนะ "

 

- - - - - - - - - - - - - - - -

 

อาหารพร่องไปไม่ถึงครึ่งแต่ไวน์แดงบนโต๊ะหมดไปถึงขวดที่6แล้ว ทิวาหน้าแดงพิษแอลกอฮอร์เริ่มออกอาการดึงให้ฟุบลงคาโต๊ะ

 คาร์เทอร์อมยิ้มไม่เสียแรงหลอกมอมได้สำเร็จ สั่งเช็คบิลทันที

" อืออ…คุณ..เคนท์…" ทิวาแทบหมดสติคาร์เทอร์ค่อยพยุงขึ้นใจอยากอุ้มวิ่งขึ้นห้องไปเลยแต่ติดที่ยังมีคนนั่งกินข้าวหนาตาอยู่

 คาร์เทอร์เร่งประคองร่างในอ้อมแขนตรงลิ่วๆไปที่ลิฟท์ อาการรีบร้อนจึงเผลอชนคนที่เพิ่งเดินออกจากลิฟท์จนเซถลา

 คาร์เทอร์โอบทิวาไว้ทันยกขึ้นอุ้มทันทีรีบขอโทษคนถูกเขาชนพัลวันก่อนเข้าไปจิ้มปุ่มลิฟท์สู่ห้องพักเอาเป็นเอาตาย

" เอ๋?…นั่น… " ผู้จัดการโรงแรมหรือคนถูกชนอุทานออกมาเล็กน้อย..คิ้วขมวดครุ่นคิดคล้ายเหมือนไม่แน่ใจในสายตาตัวเองเท่าใดนัก….

 

ประตูถูกปิดแผ่วเบา…คาร์เทอร์ค่อยวางทิวาลงบนเตียง ทันทีที่หลังสัมผัสความนุ่มร่างบางก็เหยียดกายบิด เหมือนแกล้งยั่วให้อารมณ์กระเจิง

 คาร์เทอร์เร่งถอดเสื้อผ้าตัวเองร้อนรน ก่อนค่อยเอื้อมไปปลดเสื้อเชิ๊ตและกางเกงลินินนิ่มเบามือพยายามระงับอารมณ์อย่างยากเย็น

" คุณ…เคนท์.." เสียงแหบเรียกเจ้าของปลายนิ้วเย็นเฉียบสัมผัสร่างร้อนเกิดความรู้สึกแปลกๆ นิ้วมือสากลากทั่วเหมือนกับกำลังสำรวจพื้นที่

 หัวใจเต้นรัว…ทุกที่ที่ชายหนุ่มสัมผัสกระตุกเหมือนโดนไฟจี้…

" เรียกคาร์เทอร์สิ..ทิวา…" คาร์เทอร์เสียงพร่า ฤทธิ์อารมณ์หวามกวนประสาทแทบบ้าลิ้นร้อนแตะริมฝีปากอื่มชื้นก่อนชำแรกลงหาปลายลิ้นหวานภายใน

 ดูดเล็มหยอกเย้าช้าๆแต่หนักหน่วง ทิวาส่งเสียงอู้อี้ในลำคอหอบหนักเหมือนอากาศข้างกายเริ่มเหือดหาย แอลกอฮอร์ฉุดสติจมดิ่งแต่กระตุ้นอารมณ์ร้อนขึ้น

 เรียวมือยกขึ้นโอบรอบคอลูบไล้เรือนผมสีน้ำตาลเข้มเผลอไผล…

คาร์เทอร์ชิมความหวานในปากทิวาจนพอใจจึงถอนริมฝีปากออก ปลายจมูกกดลงแก้มนิ่มที่อยากฝังลงไซร้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ

 สูดดอมความหอมกลิ่นสาบเนื้อผิวกายข้างใต้ให้ความรู้สึกเร้าอารมณ์กว่าคนที่เขาเคยกอดมาเป็นไหนๆใบหน้าใต่ลงลำคอขบฟันฝังรอยเรื่อยยันเนินอกเรียบ

 ไล้เลียยอดอกสีชมพูเข้มเนิ่นนาน นิ้วมือขยำสะโพกมนเมามัน

" อา….อา…ฮะ…" ทิวาครางเสียงกระเส่าปลายลิ้นชายหนุ่มไต่เนินท้องน้อยไล้วนก่อนหยุดที่แท่งเนื้ออ่อนไหว

 ลิ้นค่อยลากไล้ไล่ตั้งแต่โคนถึงปลายแผ่วเบาชำนาญก่อนครอบครองเอาไว้ทั้งหมด

" ฮะ!!….ฮ้า…อะ…โอว…." ทิวาสะดุ้งสุดตัว สติกลับคืนแต่ยังไม่เต็มที่นักแต่ตอนนี้ความต้องการฉุดกระชากจนคิดอะไรไม่ออก

 ร่างบางร้องครางดิ้นพราดความสุขที่เพิ่งเคยเจอครั้งแรกในชีวิตกำลังเอ่อขึ้น…เอ่อขึ้นจนจะกระอักตายอยู่รอมร่อ

 ปลายเท้าเสียดสีผ้าปูเตียงระบายความทรมานจนยับยู่ยี่มือไม้ปะป่ายหาที่ยึดยุ่ง แอ่นร่างเข้าหาสุดตัวเมื่อปลายลิ้นเปียกชื้นกระหวัดซ้ายขวาขบเม้มเบาๆ

" อ้า!! " ทิวาร้องสุดเสียงเกร็งแน่นรีดน้ำขาวขุ่นออกจนหมดหอบถี่หมดแรงก้มมองเจ้าของใบหน้าหล่อเหลากำลังกินความสุขเขาลงคอ รู้สึกกลัวชายหนุ่มจับใจเขยิบกายหนี

 ตาโตเอ่อน้ำแล้วร่วงเผาะเต็มหน้าเหมือนเม็ดฝน

" ทิวา…." คาร์เทอร์เอ่ยสำเนียงชัดแจ๋วรู้ว่าเด็กหนุ่มสติคืนแล้ว หยาดน้ำตาไหลรินเสียงสะอื้นไห้กดหัวใจให้อ่อนยวบ

 สงสารก็สงสารแต่หากให้เขาหยุดแค่นี้เห็นทีเขาได้อกแตกตายจริงๆแน่

" อย่าร้องเลยนะ…โธ่! ที่รัก…ฉันไม่ได้ฆ่าเธอสักหน่อย " คาร์เทอร์เหยียดกายจากหว่างขาเรียว

 เอื้อมมือจับไหล่บางเบาๆแล้วกดลงเตียงกันไว้ไม่ให้หนีก่อนโอบกอดไว้หลวมๆ ลูบหลังเนียนจูบซับน้ำตาปลอบประโลม

" ไม่จริง…คุณกำลังจะฆ่าผมทั้งเป็น…" ทิวาร้องไห้ไม่หยุดสองมือปาดน้ำตานึกเจ็บใจตัวเองเขาแกล้งทำดีหน่อยดันตายใจสุดท้ายก็โดนหลอกยิ่งเจ็บใจขึ้นเมื่อมีอารมณ์ร่วมตามด้วย…

" ขอโทษฉันชอบเธอนะ…ชอบมากจนทนไม่ไหว…ขอโทษ… " คาร์เทอร์จูบหน้าผากมนเบาๆ เอ่ยขอโทษพร่ำ ความหอมหวานจากคนตรงหน้าเริ่มกระตุ้นอารมณ์อีกครั้ง

 ทิวารู้สึกถึงความแข็งขึงที่ดุนดันต้นขาเขาอยู่ หน้าแดงวาบจะเอ่ยห้ามแต่ถ้อยคำก็ถูกอีกปลายลิ้นกวาดเข้าปากกลืนหายไปหมด

 ไม่นุ่มนวลเหมือนเก่าแต่ก็ไม่รุนแรงถึงขั้น กลับให้ความรู้สึกเร่าร้อนโอนอ่อนตามรสจูบทีได้รับ

 ความต้องการในกายกำลังคุฉุดให้แสดงถึงธาตุแท้แห่งตัวตน…ทิวาสะอื้นรู้ดีแม้จิตใต้สำนึกอยากห้าม

 อยากหยุดแค่ไหน…แต่เขาสู้แรงปรารถนาทั้งของชายหนุ่มและของตนเองไม่ไหวแล้ว

 คาร์เทอร์ถอนริมฝีปากออกย้ายมาซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่นอีกครั้งปากแดงฉ่ำเอ่ยขึ้นสั่นๆ

" ชอบ..เหรอ ฮะ..ไม่..กี่..ชม. อ๊ะ อึ่ก!.เนี่ย..นะ...ฮ้า…" คาร์เทอร์ใช้อุ้งมือกอบกุมส่วนอ่อนไหว ทิวากั้นเสียงแต่ยิ่งกลั้นยิ่งทรมาน อารมณ์เดือดพล่านไฟราคะทวีความสูงขึ้น

" ช่าย..มากด้วย…" เสียงเข้มแหบลากยาวยิ่งเร่งมือ…

" อ๊าาา!!! " ทิวาหอบฮั่กน้ำตาเล็ดถูกปลดปล่อยอีกครั้งแต่ครั้งนี้ไม่ใช่ในปากแต่เป็นมือชายหนุ่ม

 หน้าหวานแดงซ่านทั่วทั้งตัวร้อนผ่าวอารมณ์กำหนัดเข้าครอบครองจิตใจทุกทั่วอณูประกาศชัยชนะเหนือความคิดผิดชอบชั่วดี…

" อ๊าาา…หยะ…อย่า…" ทิวาสะดุ้งร้องห้ามปลายนิ้วชายหนุ่มกำลังลุกล้ำเข้าซอกหลืบอธิปไตยของตน

 หลับตาปี๋มือที่ทำท่าเหมือนผลักไสก็แค่เกาะไว้เฉยๆตอนนี้เขาไม่มีแรงเหลือแล้ว

" อย่าเกร็งคนดี…แค่ทำให้ชิน…" คาร์เทอร์ร้องบอกเสียงแผ่ว เจ็บจี๊ดอารมณ์ทั้งหมดกำลังรวมอยู่ที่จุดๆเดียวแทบระเบิด

 ใจจริงอยากรีบบดขยี้สุดแรงให้หายอยากแต่กลัวร่างเล็กบางจะตายตาร่างเขาเสียก่อน

" อื้อ…อืม..คาร์…เทอร์…" เสียงแหบพร่าเบาหวิว ช่องทางคับแคบเริ่มคุ้นและกระตุ้นตอบสนองคาร์เทอร์สอดนิ้วเข้าอีกหนึ่งแล้วชักเข้าออกช้าๆ

 ทิวาจิกนิ้วลงกับหมอนแน่นหอบเครือครางสุขสุด ปลายเท้าเหยียดตรงแล้วค่อยๆแยกออกรับอย่างลืมตัว

" คาร์เทอร์..มะ..ไม่ไหว…แล้ว…" ตากลมโตฉ่ำเยิ้มเผยอปากร้องเรียกเสียงสะอื้นยั่วอารมณ์อดทนขาดผึง

 ชายหนุ่มถอนนิ้วออกเสือกตัวเองเข้าแทนที่ทีเดียวมิดสนองอารมณ์คลั่งเหมือนไม่สงสารร่างบางข้างใต้ ทิวากรีดร้องสุดเสียง

 กอดคอชายหนุ่มแน่นความเจ็บเสียดเข้าปวดแปลบรู้สึกเหมือนร่างตัวเองจะฉีกขาดออกจากกันให้ได้ ปลายนิ้วจิกแล้วข่วนลงกลางแผ่นหลังหนา

 ฟันขาวๆกัดลาดไหล่แข็งแรงระบายความเจ็บ

" อุ…อูย…อา…สุดยอด…" คาร์เทอร์ครางออกมาอย่างลืมตัว กลั้นหายใจกัดฟันกรอดช่องแคบร้อนชื้นกำลังตอดรัดเขาจนเต้นตุบๆมันแน่นกระชับลากความเสียวซ่านเข้าถึงใจ

 ค้างไว้สักพักพอให้อีกฝ่ายปรับตัวได้แล้วค่อยขยับช้าๆทิวาสะดุ้งเกร็งเมื่อรู้สึกถึงสิ่งแปลกปลอมกำลังเคลื่อนที่ภายในกาย

 บีบความรู้สึกทนไม่ไหวของชายหนุ่มเตลิดไกลไปอีกมือหนายึดสะโพกรั้งขาขึ้นพาดบ่าก่อนกดลงอีกครั้งขยับเพิ่มความถี่

" ฮะ…ฮะ…อ้า…อ๊า…คาร์…แฮ่ก.ฮ่ะ…ฮ้า ..คาร์..เทอร์…" ทิวาหอบหนักครางเพ้อเรียกหา ความเจ็บปวดเริ่มละลายหายไปแปรเปลี่ยนเป็นความสุขหวิวๆในช่องท้อง

 ชายหนุ่มถาโถมเข้าใส่เมื่ออารมณ์ต้องการถึงขีดสุดกระแทกลงแรงอย่างไม่เกรงใจทิวาอ้าขารับร้องเสียงหลงผวากอดแน่นอารมณ์เสียวซ่านเซ็นแทรกเข้าทุก

รูขุมขนสุดปลายความปรารถนาทั้งสองตระกองกอดกันถึงฝั่ง….

" อา…เยี่ยม…" คาร์เทอร์ผ่อนหายใจยาวปลดปล่อยความสุขเข้าจนหมดก่อนค่อยถอนกายออกน้ำรักไหลทะลักล้นอาบต้นขาขาว ล้มตัวลงนอนบนอกเปลือยเปล่าสบายใจ

 ทิวาหอบเหนื่อยช่วงขณะก่อนถึงจุดอารมณ์ดับเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นร่างกายเกร็งความสุขแปลกใหม่ถูกประเคนให้เจียนตาย ฝ่ามือลูบปลายผมสีน้ำตาลเข้มเล่นเบาๆ

 ก่อนผล็อยหลับไปอย่างหมดแรง…

- - - - - - - - - - - - - - - -

 

แดดยามเช้าอุ่นสาดกระทบร่าง ชายหนุ่มสะบัดหัวหนีแสงสีทองแยงตาพลิกตัวไปอีกทาง

 มือป่ายหาคนแนบอกเมื่อคืนสะดุ้งตื่นพลันข้างกายเหลือเพียงที่นอนเปล่าเย็นเยียบภายในห้องเงียบกริบ…ชายหนุ่มตบหน้าตัวเอง2-3ที…

หรือความเร่าร้อนเมื่อคืนจะเป็นเพียงแค่ฝันไป…

" โธ่! เทวดาของฉัน…" คาร์เทอร์ครางเสียงอ่อยเสียดายสุดชีวิตใบหน้าหวานสวย เสียงครางหอบเครือ ความรู้สึกวาบหวาม

 ความหอมหวานของร่างบางเขายังรู้สึกและจำได้ทุกอย่าง

 แค่กอดครั้งเดียวก็ลืมไม่ลง…แต่เด็กหนุ่มกำลังทำให้เขาคลั่ง…ทำให้หลงกับรสรักหวานล้ำแล้วจากไปโดยไม่เหลือร่องรอยให้ติดตามอย่างนี้เนี่ยนะ

…อ้า!!…ทรมานเว้ย!!!….คาร์เทอร์กลิ้งไปกลิ้งมาจนเหนื่อยคิดถึงร่างสวยๆนั่นจับใจก่อนลุกนั่งอย่างยากเย็น…จะนั่งครวญครางไปก็ไม่มีประโยชน์…

จากไปแล้ว..เหลือเพียงความทรงจำแสนหวานให้เฝ้าครวญหา…เฮ้อ!!…ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก้มลงจะเก็บเสื้อผ้าที่ถอดไว้ข้างเตียงก็ต้องตกใจ…เฮ้ย! ไม่มี

 หายไปไหนเนี่ย…ชายหนุ่มหันซ้าย-ขวาหาเสื้อผ้าตัวเอง…ไม่มีแม้สักชิ้น …...คงแก้แค้นเขาด้วยการหอบเสื้อผ้าไปทิ้งล่ะมั้ง…อืม…ทำไงดี…กระเป๋าเงินก็อยู่ในนั้นด้วย…ช่างเถอะ…แลกกับได้กอดแม้แค่ครั้งเดียวก็สุดคุ้มแล้ว…

ชายหนุ่มอมยิ้มอดคิดถึงไม่ได้รีบสะบัดหัวทันที…ต้องรีบลืม…ไม่งั้นเขาจะแย่มัวแต่โหยหาไม่เป็นอันทำการงาน….

 คาร์เทอร์โคลงหัวใช้ความคิด…คงต้องต่อโทรศัพท์จากโรงแรมไปหาอีธานให้เอาเครื่องบินส่วนตัวมารับแล้วล่ะมั้งเนี่ย…

ตัดสินใจเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ตาคมเบิกกว้างต้องตกใจอีกครั้ง…เสื้อผ้าเขาถูกพับเรียบร้อยวางไว้บนโต๊ะข้างโทรศัพท์ ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นหยิบดู เปิดกระเป๋าเงินออก

 บัตรอะไรต่อมิอะไรของเขายังอยู่ เงินสดก็ยังอยู่ครบไม่หายไปแม้แต่ดอลล์เดียว…ชายหนุ่มทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง…ทั้งที่โดนเขาทำถึงขนาดนั้น

 แต่ก็ไม่เอาอะไรไปเลย…แถมยังพับเสื้อผ้าให้เรียบร้อยอีก…ถอนหายใจยาวลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าแล้วเดินไปที่ระเบียง อากาศยามเช้าสดชื่นแต่แดดเริ่มแรงขึ้น

 เพราะสายมากแล้ว ทั้งๆที่เขาไม่ถูกโรคกับอากาศร้อนในเขตร้อนสักเท่าไหร่แต่ทำไมแดดที่ส่องกระทบร่างเขาอยู่นี้กลับไม่ร้อน

 หรือว่าความรู้สึกร้อนนี้เทียบไม่ได้กับความร้อนจากร่างที่เคยกกกอดเมื่อคืน..ชายหนุ่มถอนหายใจอีกครั้งแหงนหน้ามองพระอาทิตย์สว่างจ้า..ว่าจะไม่คิดแล้วเชียวนะ…

แต่ทิวาข้างหน้านี้ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็สามารถจ้องดูได้…ยังอยู่ตรงที่ที่มันอยู่เหมือนเดิม…แล้วทิวาอีกดวงล่ะ…เมื่อไหร่กันที่เขาจะได้จ้องดูเต็มตา..ได้เอื้อมมือไปสัมผัส…

อยู่ข้างกายเขาให้เหมือนกับเป็นที่ที่ต้องอยู่…

 

ชายหนุ่มมองทิวทัศน์เบื้องหน้า ความคิดเหม่อลอยไปไกลลิบ….

กรุงเทพฯ….เมืองแห่งความอิสระเสรี…เมืองแห่งแสงสี…………

 

เมืองแห่งความฝัน……..

 

 

" คาร์เทอร์? "

ผู้ถูกเรียกหันขวับไปทางต้นเสียงทันทีราวกับไม่แน่ใจหูตัวเองต้องดูด้วยตาถึงจะมั่นใจ

 ตาคมเบิกกว้างร่างที่ถวิลหาโอดครวญถึงความใจร้ายที่ทิ้ง??เขาไปอย่างไม่ใยดีเพียงไม่กี่นาทีที่ผ่านมากลับมายืนอยู่ตรงหน้า

 คาร์เทอร์เบะหน้าทำท่าจะร้องไห้เหมือนเด็กๆ

ก่อนโถมเข้ากอดร่างบางรัดแน่นจนกระดูกแทบหัก

 เสียงสะอึกสะอื้นตัดพ้อเหมือนผู้หญิงโดนฟันแล้วผู้ชายจะทิ้งกำลังร้องห้ามไม่ให้ไปเมื่อผู้ชายย้อนกลับมาเพราะลืมของ????

" ที่รัก..เธอไปไหนมา…โอ!! ขอบคุณพระเจ้า เธอยังอยู่..ยังอยู่นี่..โฮ..อย่าไปนะอย่าไปเลยฉันรักเธอหมดใจแล้ว อย่าจากฉันไปอีกเลย.."

ทิวาเกาหัวแกรกๆ

 ยังงงๆกับท่าทีคนตัวโตอยู่…ความรัดแน่นคลายออกแต่ยังวงแขนกอดไว้..เสียงร้องไห้โยเยเหมือนเด็กจนชักไม่แน่ใจอายุสมองกับคำพูดที่ปล่อยออกมาหมดเปลือก…

อดที่จะดีใจจนหัวใจพองโตไม่ได้…ทิวาอมยิ้มแก้มปริ…ยังกังวลเหมือนกันถ้ากลับมาแล้วไม่เจอชายหนุ่มจะทำไง?…แต่พอได้ยินคำสารภาพกับกิริยา...

ความกังวลก็หายไปปลิดทิ้ง ความปลาบปลื้มยินดีแทนที่เต็มจนล้น…

" ไม่ไปไหนหรอกครับจะอยู่ที่นี่แหล่ะ "

" แล้วเมื่อกี๊ไปไหนอ่ะ?? "

" ไปแก้ตัวกับคุณพ่อเรื่องไม่กลับบ้านครับ "

" คุณพ่อ?? "

" ที่นี่…โรงแรมของคุณพ่อผมเองครับ "

" หาาาาา!!!!!!!!!! "

 

พระเจ้าครับ… กรุงเทพฯ…เมืองแห่งความฝัน…จริงๆ…….

- - - - - - - - - - - - - - - -

The End

โปรดอภัยให้ด้วยหากมีข้อผิดพลาดประการใดเกี่ยวกับรายละเอียดของสนามบินหรืออื่นๆ

เนื่องจากคนเขียนมิเคยได้ระเห็จออกไปเที่ยวต่างประเทศเลยสักครั้ง….

Fuyutsubaki