<-- -->

Free Web Hosting : Free Hosting : Troubled Teens : Report Abuse

" KYO 2 "

by Deep


Chapter 2

**** ที่ห้องส่วนตัว บนชั้น11คอนโดมิเนียมสุดหรูของ เคียว สึซาคุจิ ****

ยูคิโนริ มัตสึ หลับไปทั้งสภาพอย่างนั้นบนที่นอนนุ่มๆสีขาวของเคียว ข้างๆกายก็มีร่างใหญ่ๆของเจ้าของห้องนอนหลับสบายอยู่ในสภาพเดิมเช่นกัน สายแล้วมัตสึก็ยังไม่ตื่น เคียวค่อยๆงัวเงียตื่นขึ้นมา พอมาเจอหน้าคนที่หลงรักใกล้ๆแบบนี้ก็--- ค้าง ---ไปเลยได้เหมือนกัน เคียว ค่อยๆยกตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ตาก็จ้องแต่มัตสึไม่วางเลยทีเดียว ซักประเดี๋ยวก็เอามือสวยๆเขี้ยผมมัตสึเล่น ก่อนจะบรรจงก้มหน้าลงหอมแก้มใสๆทั้งสองข้างของคนที่หลับสนิทครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความลุ่มหลง จนคนหลับๆอยู่ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา และเมื่อสติกลับคืนมาแล้ว

มัตสึก็ตกใจสุดขีด ลุกพรวดขึ้นทันที

“ ห้องชั้นเอง เมื่อคืนนายเมาสุดๆเลย ชั้นเลย.....---- โครม ----” ไม่ทันจบประโยค มัตสึก็อาละวาดซะแล้ว

“ เฮ้....หยุดนะ มัตสึ...” เคียวตะคอกเสียงดัง แต่มัตสึไม่หยุดอาละวาดทำลายข้าวของในห้อง

“ แก..ไอ้สึซาคุจิ..แกกล้าดียังไง..แกทำอะไรชั้นตอนชั้นเมา ตอนชั้นหลับ อ๋อ..ใช่ แกสินะ ที่มอมเหล้าชั้น ” อาละวาดหนักขึ้นไปอีก

เคียวเห็นสภาพห้องตัวเองก็โมโห กระชากตัวมัตสึอย่างแรง รวบข้อมือเล็กๆทั้งสองข้างของมัตสึด้วยมือข้างซ้ายเพียงข้างเดียว มือข้างขวาจับหน้ามัตสึ ลืมไปเลยว่าคนตัวผอมๆอย่างมัตสึจะเจ็บขนาดไหน

“ ทำไม โดนชั้นแค่คนเดียว มันไม่มันส์ไม่สะใจนายเท่าไอ้พวกผู้ชายหลายสิบคนเมื่อคืนสินะ ” เคียวพูดใส่หน้ามัตสึที่ตอนนี้เจ็บแก้มมากๆ

“ แก ทำ อะไร ชั้น...” มัตสึยังคงจ้องหน้าเคียวกลับอย่างเกรี้ยวกราด

“ ทำอะไร!!!.....เปล่าซักหน่อย ใครจะมีอารมณ์กับคนหลับสนิทอย่างนายเมื่อคืน ฟังคนพูดบ้างสิ อย่าเอาแต่อาละวาด” เคียวตะคอกอีกครั้งก่อนค่อยๆคลายมือทั้งสองข้างออก ปล่อยมัตสึให้เป็นอิสระ

“ ชั้นจะกลับบ้าน” มัตสึพูดห้วนๆ

“ หายเมาก่อนค่อยกลับ เดี๋ยวที่บ้านเธอเห็นสภาพก็ช็อคพอดี ...หึ...ดูไม่ได้เอาซะเลย” เคียวพูดเยาะ

“ ชั้นจะกลับเดี๋ยวนี้ ยังไงกลับไปก็ไม่มีใครอยู่บ้านตอนนี้อยู่ดี......แม่ชั้นคงไปทำงานแล้ว” มัตสึพูดเรียบๆ น้ำเสียงเย็นลงแล้ว

“ .....งั้นรอแป๊บ เดี๋ยวชั้นไปส่ง...ขอล้างหน้าก่อน” แล้วเคียวก็ลุกไปล้างหน้าในห้องน้ำ

มัตสึเองก็เพิ่งจะมีโอกาสได้มองไปรอบๆห้องที่สวยงามเต็มๆตาก็ตอนนี้ ในตู้กระจกสวยที่ใหญ่โตเต็มไปด้วย ถ้วย เหรียญ โล่ ประกาศนียบัตร ฯลฯ ที่เกี่ยวกับกีฬาว่ายน้ำของเคียว เครื่องเสียง เครื่องไฟฟ้าทุกชนิดล้วนแต่เป็นของราคาแพงลิบลิ่ว ทั้งๆที่อยู่แค่คนเดียวแต่ของใช้กลับครบครัน ข้างๆโต๊ะหนังสือรกๆมีกีตาร์สวยๆอยู่ตัวนึง เอ......มีเครื่องออกกำลังกายด้วยแฮะ มีห้องครัวด้วย กระจกบานใหญ่ๆนี่ก็ดีจัง มองออกไปข้างนอกเห็นวิวสวยๆด้วย ----- แล้วมัตสึก็ก้มดูสภาพข้าวของที่ตัวเองอาละวาดลงไปเมื่อกี๊ ก่อนตัดสินใจเก็บมันทีละชิ้นๆอย่างเป็นระเบียบ เคียวเพิ่งล้างหน้าแปรงฟันเสร็จเดินออกมาเห็นมัตสึเก็บของอยู่ ก็ยิ้มทันที

“ อ๊ะ...” มัตสึเห็นเคียวก็ตกใจผสมอายเล็กน้อย

“ งะ......เก็บที่ตัวเองทำเองเนี๊ยะ สนุกมั้ย...” เคียวพูดกวนๆ

“ หุบปากเลย..เก็บให้ก็บุญแล้ว..เสร็จแล้วใช่มะ ดี ชั้นจะได้กลับบ้าน” มัตสึโยนหมอนอิงที่ถืออยู่ลงพื้นอีกครั้งหลังจากที่เพิ่งจะเก็บมันขึ้นมา

“ .................” เคียวได้แต่เงียบแล้วเดินไปหยิบกุญแจรถ ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินออกจากห้องไปทันที

 

**** ค่ำวันหนึ่ง ที่โต๊ะอาหารบ้าน นาง ยูกิ มัตสึ ****

“ กินเยอะๆนะลูก...ยูคิน่ะผอมจะตาย ” นางยูกิบอกลูกขณะตักน่องไก่อันมหึมาใส่จานลูกชายเป็นครั้งที่สาม

“ นี่ๆ...แม่ว่าจะคุยกับเราหลายทีแล้วนะ..”

“ เรื่องอะไรฮะ.”

“ ก็เรื่องแฟนเราน่ะแหละ.....”

“--- พรวด ( สำลักข้าว ) --- หา ว่าไงนะแม่ ” มัตสึ งง อย่างหนัก

“ แม่รู้ แม่รู้......สมัยนี้น่ะ เขาไม่คิดมากกันแล้ว แค่ขอให้รักกัน แค่นั้นก็พอ ถ้ายูคิมีคนที่รักยูคิมากๆแล้ว แม่ก็เบาใจ หายห่วง ถึงเป็นผู้ชายเหมือนกันแม่ก็ไม่ห้ามหรอกลูก....” นางยูกิ มองนางลูกชายแล้วยิ้มอ่อนโยนด้วยความรัก

“ แต่......( อะไรกันวะเนี๊ยะ ).....แต่ผม...คือ...เอางี้ดีกว่า ใครบอกแม่ว่าผมมีแฟน” มัตสึย้อนถาม

“ ก็แฟนเราแหละ เมื่อวันงานคืนนู้นนนน...น่ะ เค้าบอกว่าแกเหนื่อยกลับบ้านไม่ไหว เลยไปค้างกับเค้า ก็ฟังดูเป็นคนดีแหละนะ..”

“ แฟนผม...เหรอ.”

“ ใช่ ได้ยินชื่อครั้งเดียวแม่จำได้แม่นเลย ....สึซาคุจิคุง....ไง” นางยูกิยิ้มตาปิด

“ สึซาคุจิ.......( หนอย...แก )” แล้วมัตสึก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไปด้วยความอัดอั้น

 

ดึกมากแล้ว มัตสึยังนอนไม่หลับ คิดวนไปวนมาอยู่แต่เรื่องที่แม่ถาม ทำไม เคียว ถึงพูดอย่างนั้น จริงอยู่ที่เขาชินซะแล้วที่ผู้ชายพากันมาหลงรักเขา แต่คราวนี้ คนนี้ เอาจริงแน่เหรอ เพราะตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน เคียวก็เอาแต่เทียวไล้เทียวขื่อตามยุ่งตามกวนเขาได้ทุกวี่ทุกวัน ไม่ใช่จะไม่พอใจหรอกที่เคียวทำอย่างนั้น แต่แค่อยากรู้เท่านั้นแหละว่า --- ความรู้สึกที่เคียวมีให้ --- มันคืออะไรกันแน่ มันจะมั่นคงซักแค่ไหน เฮ้อ......แล้วไหนจะ จิน อีกล่ะ แรกๆมัตสึก็แค่อยากหลอก อยากเล่นด้วยเท่านั้น แต่พอเอาเข้าจริงๆ จินเป็นคนดีเหลือเกิน ดีจนมัตสึไม่กล้าทำร้าย และที่สำคัญ จิน ได้กลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาแล้วตอนนี้ รู้อยู่ว่า --- เพื่อน --- ไม่ใช่สิ่งที่จินต้องการจากเขา แต่ก็ให้ได้เท่านี้จริงๆ เมื่อถึงวันนั้น จินคงต้องยอมรับให้ได้ ถ้าไม่อย่างนั้น ก็คงต้องจบเรื่องทุกอย่างลง ---- ดึกมากแล้ว มัตสึก็ยังคงนอนไม่หลับ

 

**** หลายวันถัดมา ที่ห้องเรียนของ มัตสึ ****

“ ไปให้ได้นะ ” เคียวบอกเรียบๆขณะที่ยื่นบัตรคอนเสิร์ตให้มัตสึแล้วเอามือล้วงเข้าไปในเสื้อเครื่องแบบเพื่อเกาหน้าท้องหน้าตาเฉย

“ จำเป็นเหรอ.....คดีคราวก่อนฉันยังไม่ได้สะสางนายเลยนะ” มัตสึตอบเซ็งๆ

“ เครียดทำไม ถึงไม่บอกตอนนั้น ซักวันชั้นก็ต้องพูดประโยคนั้นกับแม่เธออยู่ดี” เคียวก้มตัวลงมาให้หน้าเสมอมัตสึ แล้วยิ้มให้ จนตาที่ขวางๆนั้น ดูโค้งได้รูป

“ มั่นใจจังเลยนะ” มัตสึยิ้มยั่วยวน ตั้งใจแกล้งเคียว ซึ่งได้ผลชะงัดนัก เมื่อได้เห็นรอยยิ้มนั้น เคียวถึงกับค้างไปเลย ยิ้มกับตัวเองพร้อมเสยผมยุ่งๆสีแดงที่ยาวขึ้นทุกวันๆ

“ เธอนี่....ยั่วเก่งจังเลยนะ....ยิ้มเมื่อกี๊..ได้ผลสุดๆเลย” เคียวพูดจบ ก็มองที่เป้ากางเกงมัตสึแล้วแลบลิ้นเลียปากอย่างลามกๆ ทำเอามัตสึเขินหน้าแดงเลยเหมือนกัน แต่ดีที่เคียวไม่ทันเห็น

“ มองอะไร ทุเรศ กลับห้องตัวเองไปได้แล้ว” มัตสึไล่ เคียวหัวเราะก่อนพูดอีกว่า

“ ยังไง ชาวบ้านชาวช่อง หาบัตรกันแทบเป็นแทบตาย ถ้าแฟนไม่ไปดู ชั้นก็แย่สิ ” เคียวยื่นหน้ามาใกล้ แล้วยื่นมือมาลูบแก้มสีชมพูเบาๆ ก่อนจะขยุ้มด้วยแรงอารมณ์ จนมัตสึ--- วาบ --- แล้วกระซิบว่า

“ ไปนะมัตสึ....ชั้นจะรอ” แล้วเดินกลับห้องไป ซักพักเสียงตะโกนจากอีกประตูหนึ่งของห้องมัตสึก็ดังขึ้นอีก

“มัตสึ...จินมาหา” เพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งเรียกมัตสึ ก่อนบ่นว่า ---- เฮ้อ...มีคนมาหาเยอะทุกวันเลยนะนายน่ะมัตสึ----

 

**** ที่ผับขนาดใหญ่พอสมควรกลางดึกคืนหนึ่ง ****

มัตสึยื่นบัตรให้เจ้าหน้าที่หน้าประตู แล้วเดินเข้ามาในสถานที่ที่ เคียว บอกว่าจะเปิดแสดงคอนเสิร์ตเล็กๆกับวงที่เป็นงานอดิเรกอย่างหนึ่งที่เขาชอบ แม้จะไม่ได้เป็นมืออาชีพออกอัลบั้มวางตลาด แต่ mue ( มิว ) ก็เป็นวงดนตรีที่มีชื่อเสียงมากทีเดียวสำหรับตลาดใต้ดิน ( มัตสึไม่เคยรู้มาก่อนเลยในชีวิต ) สมาชิกในวงทุกคนยกเว้นเคียวซึ่งเป็นนักร้องนำ เรียนอยู่ระดับมหาวิทยาลัยทั้งสิ้น และผับที่มัตสึอยู่ตอนนี้ก็

จ้างวงใต้ดินดังๆมาเปิดคอนเสิร์ตทุกเดือนอยู่แล้ว หลังจากคิดอยู่นาน มัตสึก็ตัดสินใจมาดูการแสดงซักหน่อย แต่กว่าจะตัดสินใจได้คอนเสิร์ตก็ใกล้จะจบแล้วล่ะนะ และแล้วมัตสึก็ตัดสินใจว่าจะยืนดูอยู่ตรงมุมๆข้างเสา ( โถ...... ) ก่อนจะเปิดประตูห้องที่ใช้แสดงออกและได้แต่ ---- ตะลึง

วัยรุ่นหญิงชายมากมาย ทั้งโยก ทั้งกระโดดตามจังหวะมันส์ๆของเพลงที่กำลังกึกก้องไปทั่วทั้งโถง สาวๆหลายคนพยายามถือกล้องเล็งไปที่สมาชิกวงแต่ละคนต่างๆกันบนเวที ซึ่งเป็นผู้ชาย 5 คนที่โดดเด่นแบบเป็นตัวของตัวเอง เรียบง่ายแต่ดูดี วงมิว ประกอบด้วย กีตาร์ กลอง คีย์บอร์ด เบส และนักร้องนำ ตอนนี้การแสดงก็ใกล้จบเต็มที่แล้ว บนเวทีที่ไม่สูงนักก็มันส์เต็มที่แล้วเช่นกัน มัตสึไม่รู้หรอกว่า ตอนขึ้นแสดง เคียว – นักร้องนำ แต่งเนื้อแต่งตัวยังไง แต่ตอนนี้ เค้ากำลังอึ้ง ที่เห็น ผู้ชายหุ่นเท่ๆ ผมรองทรงยาวสีแดงที่ไม่ค่อยจะเป็นทรงอย่างเคียว อยู่ในสภาพเหงื่ออาบร่าง กับกางเกงเล่นบาสฯสีดำที่เอวหลุดต่ำลงมาถึงสะโพกล่างเพียงชิ้นเดียวที่สวมใส่เพื่อปกปิดร่างกาย ท่อนบนเปลือยโชว์ไหล่กว้างๆ หน้าอกหนาเท่ๆ และหน้าท้องแบนและเกร็งด้วยกล้ามเนื้อ ชวนให้หวาดเสียวทุกครั้งที่เคียวเหวี่ยงตัว โยกตัวอย่างรุนแรง เพราะขอบชั้นในของเคียวมันโผล่ออกมามากขึ้นทุกทีๆ ปฏิเสธไม่ออกจริงๆว่า เคียว รูปร่างดีเหลือเกิน ยิ่งไม่ใส่เสื้ออย่างนี้ หุ่นเท่ๆของนักกีฬาว่ายน้ำอย่างเค้า กับผิวสีแทนที่โชกไปด้วยเหงื่อ และ รอยสักรูป – ฉลามปีศาจ – ที่ต้นแขนล่ำนั่น ทำเอาสาวๆกรี๊ดสุดๆ เคียว กำลังตะโกนก้องถือไมค์ที่ยังค้างอยู่กับขาไมค์เหวี่ยงร้องเพลงอย่างมันส์สุดเหวี่ยง มันช่างเป็นภาพที่ดุเดือดอย่างที่มัตสึไม่คิดมาก่อนว่าจะได้มีโอกาสเห็นในลักษณะนี้ เขายังคงยืนอยู่ที่มุมเดิม และตาทั้งสองที่มองขึ้นไปบนเวทีเตี้ยๆนั้นก็ไม่สามารถละสายตาไปจาก เคียว สึซาคุจิ นักกีฬาว่ายน้ำซึ่งเป็นร้องนำของวง มิว ได้อีกเลย

ซักประมาณ 15 นาทีถัดมา การแสดงของวง มิว ก็จบลงอย่างน่าประทับใจ มัตสึรู้สึกหนักอึ้งที่หน้าอกข้างซ้าย ในหัวสมองมีแต่ภาพลีลาเร่าร้อนบนเวทีของเคียว – ใช่แล้ว เคียวเท่สุดๆไปเลย – คือคำพูดที่ฝูงชนที่เพิ่งดูเสร็จพูดกันอย่างอื้ออึงกรอกหูมัตสึ ยิ่งทำให้ใจเขาหวิวๆแปลกๆเข้าไปใหญ่ แล้วเขาก็สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือตัวเองดัง และเมื่อดูที่หน้าจอแล้วปรากฏคำว่า “KYO” มัตสึก็รับทันที

“ อื้ม.......ตอนนี้เหรอ...อยู่ตรงไอ้ป้ายที่เขียนว่า โซดา โวดา อะไรเนี๊ยะซักอย่างอ่ะ......โห..นานมั้ยอ่ะ ถ้านานไม่รอนะง่วงมาก..อยากนอน...เออๆ รู้แล้ว....” แล้วก็วางหูไป 2-3 นาทีถัดมา เคียวก็เดินออกมาโดยแต่งตัวใหม่แล้วเรียบร้อย และสวมแว่นกันแดดป้องกันคนจำได้เสร็จสรรพ มาถึงก็จูงมือมัตสึพาเดินออกไปทางประตูด้านหลังทันที

“ ทำไมมาช้าจัง...เลยไม่ได้เห็นตอนกลางๆที่ชั้นโชว์ดวลกีตาร์กับเจ้ายูจิเลย..นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว ” เคียวพูดขึ้น

“ ก็ไม่ได้กะจะมาอยู่แล้วแหละ...แล้วรู้ได้ไงว่ามาช้า ” มัตสึย้อน

“ ก็สั่งคนเก็บบัตรไว้น่ะ ว่าถ้าแฟนมาถึงให้โทรเข้ามือถือทันที ” เคียวพูดเฉยๆเรียบๆไม่รู้ร้อนรู้หนาว

“ แฟน...เหรอ ”

“ ก็เธอน่ะแหละ....บัตรที่ชั้นให้ไปน่ะ มันไม่เหมือนของคนอื่น..ชั้นทำขึ้นเองใบนึง..ไว้เฉพาะสำหรับแฟน ” เคียวอธิบาย มัตสึเริ่มยั้วะ

“ ชั้นจำไม่ได้เลยนะ ว่าคบกับนาย..แล้วนี่ก็ปล่อยได้แล้วมือน่ะ” พูดห้วนๆพลางมองที่มือใหญ่ๆที่กุมมือตัวเองอยู่

“ ไม่ปล่อย...” เคียวพูดเรียบๆกวนๆเช่นเคย มัตสึได้แต่เอือมกับความกวนของเคียว ขี้เกียจเถียงด้วย ได้แต่เงียบ....เคียวจึงค่อยๆกระซิบเบาๆ

“ อากาศมันหนาว....จับกันไว้อย่างเนี๊ยะแหละ.....อุ่นดี ” แล้วก็ก้มลงมา หวังจะสูดกลิ่นหอมๆจากแก้มใสๆที่เปล่งปลั่งสุกใสยั่วใจดีเหลือเกิน

“ อุ่นดีเหรอ.....” มัตสึทวนเบาๆแล้วก็เอียงตัวหลบน้อยๆ เคียวชะงักนิดนึง ก่อนเอียงตามอย่างเอาแต่ใจ แต่มัตสึก็ถอยหนีไปอีก

“ อื้อ.....ยืนดีๆสิ...มานี่ ” แล้วเคียวก็ดึงมือที่เกาะกุมมือสวยๆของมัตสึเข้ามาหาตัวอย่างแรง มัตสึเซเข้ามาหาเคียวทั้งตัว ก็เลยได้หอมแก้มสวยๆทั้งสองข้างอย่างที่ต้องการตั้งหลายที เคียวรุนแรงอย่างที่ไม่กลัวของสวยๆจะช้ำเลยซักนิด เมื่อพอใจในระดับหนึ่งแล้วจึงหยุด

“ อุ่นขึ้นแล้วใช่มั้ยมัตสึ ” เมื่อเห็นมัตสึเงียบไป จึงพูดต่อ

“ ...ชอบชั้นขึ้นมาบ้างแล้วสินะ ” เคียวพูดความจริงอย่างที่ใจคิดเมื่อเห็นท่าทางมัตสึน่าจะมีใจให้เขาบ้างแล้วตอนนี้ มัตสึยิ้มเยียบเย็นก่อนจะพูดเบาๆด้วยแววตาวาววับ

“.....ถ้านายคิดว่า ชั้นยอมนิดยอมหน่อยแล้วจะหมายถึงมีใจล่ะก็.......กลับไปฝึกฝีมือมาใหม่ดีกว่ามั้ง.....ที่ชั้นยอมนายน่ะ...เอาบุญหรอกนะ.....แล้วชั้นก็ชอบทำบุญด้วยสิ.

.............” เคียวอึ้ง --- จุกจนพูดไม่ออก แทบจะทรุดลงไปนั่งทั้งสายตากวนๆนั่นเลย ---

“ ไม่เอาน่าสึซาคุจิ.......เป็นผู้ใหญ่หน่อยสิ......ขืนเป็นอย่างนี้ ชั้นเบื่อที่จะเล่นกับนายขึ้นมา......ก็ช่วยไม่ได้นะ ”

“ หมายความว่า กับใครก็ได้งั้นเหรอ ” เคียวถามสีหน้าน่ากลัว

“ ก็แล้วแต่นายจะคิดล่ะนะ ” มัตสึยังก่อกวนจิตใจเคียวอยู่

“ ทำไมนะ........เธอคิดยังไงกับชั้นเธอเท่านั้นแหละที่รู้.....จะหยิ่งไปถึงไหน ยอมรับความจริงสิมัตสึ.......มีความรักไม่ใช่เรื่องเลวร้ายนะ.....ทำไมเธอถึงหลอกตัวเอง.......เธอหนีความรู้สึกตัวเองไม่ได้หรอก......

ว่าจริงๆแล้ว...เธอก็ชอบชั้นอยู่เหมือนกัน ” เคียวจ้องหน้าจริงจัง เมื่อเห็นว่ามัตสึไม่ได้รู้สึกและแสดงอะไรออกมาทางสีหน้า เคียวก็ยิ่งโมโห ตาที่ขวางอยู่แล้ว ยิ่งดูน่ากลัวขึ้นไปอีกตอนที่เคียวพูดเบาๆกับมัตสึว่า

“พอดีชั้นมันขี้งกด้วยสิ......ชั้นไม่รู้หรอกนะว่าก่อนเราพบกันเธอเป็นยังไง.......แต่ตั้งแต่นี้ต่อไป.....ถ้าชั้นเห็นเธออี๋อ๋อกับใครล่ะก็.....ชั้นจะฆ่ามันทิ้งซะ

.......เสร็จแล้ว......ก็จะจัดการกับเธอ......จะเอาให้สุขจนร้องไม่ออกเลย.......จำไว้นะมัตสึ ” เคียวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนเป็นเรื่องราวปกติที่ไม่ใหญ่โต ด้วยแววตาเร่าร้อนที่สื่อออกมาทางดวงตาขวางๆกวนๆ

 

หลายวันแล้วที่คำพูดของเคียวประโยคนั้นทำให้มัตสึใจลอยไปไกล...... หลอกใจตัวเองเหรอ.....นี่เราชอบผู้ชาย เราชอบเคียวจริงๆ

เหรอ.......แล้วถ้ายุ่งเกี่ยวกับคนอื่น ----- จะจัดการเรา จนร้องไม่ออก ----- มันคืออะไรกันนะ ความรู้สึกหนักหน่วงที่อยู่ในใจเราตอนนี้ รู้สึกทรมานจัง ในขณะที่มัตสึกำลังท้าวคางครุ่นคิดเรื่องของเคียวในห้องเรียนหลังเลิกเรียนอยู่นั้น เสียงนุ่มๆที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างหลัง

“ หวัดดีครับ”

“ อะ..อ้าว..หวัดดีจิน” มัตสึยิ้ม เปลี่ยนอารมณ์ทันที

“ เราไม่ได้กลับบ้านด้วยกันตั้งหลายวันแล้วนะ” จินพูดแล้วยิ้มอ่อนโยนแต่แฝงด้วยความเศร้า จนมัตสึพลอยหดหู่ไปด้วย

“ ก็...ชั้นต้องไปทำงานพิเศษไง..ก็เลยกลับไว ไม่มีอะไรนี่” มัตสึยิ้มอีก จริงๆแล้วเค้าไม่อยากเจอหน้าเคียวเลยรีบหนีกลับ

“ แต่วันนี้ไม่ได้ทำใช่มั้ย....งั้นกลับกับชั้นนะ” จินก้มหน้าลงมาถาม ผมที่ทำไฮไลท์เท่ๆของจินดูมีเสน่ห์น่าจับเสมอ.....จนมัตสึยังเผลอสัมผัสเบาๆ ก่อนกระซิบตอบว่า

“ ก็รออยู่แล้วนี่นา” มัตสึตอบ แล้วสักครู่ทั้งคู่ก็เดินออกจากห้องเรียนที่ไม่มีเด็กนักเรียนนั่นไป

และเมื่อเดินยังไม่พ้นประตูโรงเรียนด้วยซ้ำ..อยู่ๆจินก็หยุดเดิน แล้วพูดกับมัตสึเบาๆว่า

“ ..........วันนี้นายอย่ากลับบ้านเลยนะมัตสึ ”

“ เอ๋.......”

“ วันนี้..........วันนี้อยู่กับชั้นเถอะนะ........จนถึงพรุ่งนี้เช้า อยู่กับชั้น......ทั้งคืน.......ได้มั้ย ” จินยังยืนอยู่ที่เดิม มองจ้องมาที่ตาหวานๆของมัตสึ

 

บนเตียงเดี่ยวในห้องนอนลูกชายคนโตเจ้าของกิจการส่วนตัวที่ใหญ่โตของตระกูลคาวาเสะ อย่าง จิน ตอนนี้เจ้าของมันกำลังนอนท้าวแขนพลิกหน้านิตยสารแบบผ่านๆโดยจิตใจนั้นจดจ่ออยู่กับคนที่กำลังอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำส่วนตัว เพียงครู่เดียวต่อมา ร่างเพรียวๆก็เดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนแขนยาวขายาวที่ใหญ่โตเกินตัว

“ พอดีมั้ย.....เอ่อ.....ชั้นหมายถึงชุดนอน” จินลุกขึ้นถาม มัตสึยิ้มใส

“ บ้าเหรอ....จะพอดีได้ไง นายตัวใหญ่กว่าชั้นนี่นา ” มัตสึพูดพร้อมๆกับง่วนกับการพับแขนเสื้อที่ยาวยื่นออกมาพอสมควร

“ ที่นอนนาย......น่านอนดีนะจิน ” มัตสึพูดตามที่คิดจริงๆไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเป็นอื่นเลยแต่คนฟังใจเต้นจนจะระเบิดแล้วเมื่อได้ยิน

“ ว่าแต่...ที่ชวนมาบ้านแบบนี้ มีเรื่องอะไรงั้นสิ......เอ้า....พร้อมแล้ว เล่ามาสิ ” มัตสึพูดก่อนที่จะนั่งลงข้างๆจินที่เตียงนอนนั่น จินขยับเข้ามาใกล้แล้วเอามือแกะกระดุมเสื้อที่มัตสึเพิ่งจะสวมได้ไม่นานนักโน้มมัตสึลงบนเตียงนุ่มๆ ก่อนจะเลียที่ไหล่ผอมๆที่ขาวเนียนเปล่งปลั่งของมัตสึแล้วกระซิบว่า

“ หอมจัง.....สบู่ที่ซื้อมากลิ่นอย่างนี้เองเหรอ ” พูดจบก็คร่ำเคร่งอยู่กับการดื่มกินและสูดกลิ่นหอมๆแถวหัวไหล่และซอกคอมัตสึจนเนื้อสีขาวๆกลายเป็นรอยแดงจัดกระจัดกระจายและเปียกชื้น

เพราะความเอร็ดอร่อยบวกกับความหิวที่กักเก็บมานาน

“ ไม่ได้นะจิน.......” มัตสึพูดแผ่วๆ

“ ชั้นเคยบอกนายหรือยัง......ว่าชั้นรักนาย.....” จินจ้องตาจริงจัง จริงใจ

“ อื้ม.....บอกแล้ว” มัตสึหลบสายตาคมๆและใบหน้าหล่อเหลาที่ไม่กล้าต่อสู้ด้วยเพราะรู้ดีว่าคงแพ้ใจตัวเอง

“ แล้วนายล่ะ.......คิดยังไงกับชั้น ” จินช้อนหน้ามัตสึขึ้นมาให้ตาประสานตา

“ ชั้นไม่อยากให้เราขาดกันนะจิน.......เพราะชั้นก็รักนาย......แต่.......” มัตสึลูบไล้แก้มจินตอบอ่อนโยน ก่อนที่จะต่อด้วย --- แบบเพื่อนกัน --- จินก็แทรกขึ้นมาก่อนว่า

“ งั้นอย่าเพิ่งบอก...อย่าเพิ่งพูดอะไรทั้งนั้น...ขอโอกาสชั้นหน่อย บางทีถ้านายค่อยๆคบกับชั้นไปอาจจะไม่มีคำว่า – แต่ – ก็ได้ ...นะมัตสึ อย่าเพิ่งปฏิเสธชั้นเลย ” จินก้มลงจูบที่ข้างๆหูมัตสึอย่างทะนุทนอม

“ อือ......” แล้วมัตสึก็เคลิ้มไปกับรสจูบที่แสนหวานจนหลับตาพริ้ม จินโยนเสื้อของมัตสึทิ้งไปตอนไหนไม่รู้แต่ตอนนี้มัตสึไม่ได้สวมเสื้อใส่มันอีกต่อไปแล้ว กางเกงนอนกับชั้นในก็พันกันมั่วไปหมดและถูกถกลงมาจนถึงบนหัวเข่า ทั้งลิ้นทั้งมือของจินก็นัวเนียอยู่แต่ตรงหว่างขาของมัตสึอย่างเมามันส์ ได้ซักพักจินลุกนั่งเพื่อจะถอดเสื้อ แล้วก็ต้องใจเต้นอย่างรุนแรง ความเสียวซ่านทั้งหมดพุ่งเข้ามาที่กล้ามเนื้อหน้าท้องเรียบๆอย่างจังเมื่อได้เห็นสภาพของมัตสึ ที่นอนถ่างขาชันเข่าอยู่ตรงหน้า ผิวขาวสว่างใสนั้นเป็นจ้ำแดงนับไม่ถ้วน หน้าอกที่สวยงามและยอดที่ชมพูที่ชูชันก็มีรอยกัดเต็มไปหมด ผมสวยๆปัดไปบนผ้าปูที่นอน มัตสึคนที่เค้าหลงรักที่ตอนนี้สิ่งเดียวที่ใช้ปกปิดส่วนลับก็ถูกเค้าถลกออกด้วยแรงอารมณ์กับมือของตัวเอง และส่วนนั้นของมัตสึที่เค้าเคยฝันเห็นมันก็ตะหง่านเชิญชวนเค้าอยู่ต่อหน้า เท้าและมือของมัตสึเกร็งจิกผ้าปูที่นอนแน่น --- น่ารักเหลือเกิน --- และเมื่อจินขาดช่วงไป มัตสึจึงค่อยๆลืมตาที่หลับพริ้มอยู่ขึ้นมองจิน ที่ตอนนี้ถอดเสื้อแล้วกำลังก้มลงมาอ้าปาก ใช้ลิ้นเลียที่แก้มแดงใส

“ เป็นของชั้นนะมัตสึ......ชั้นสุดทนแล้วตอนนี้ ” จินกระซิบเสียงแหบพร่า

“ เดี๋ยวนะ..จิน....ชั้นจะช่วยนาย...แค่ช่วยนะ....ถ้าถึงขนาดเป็นของกันและกันนั้น...ขอเวลาชั้นหน่อย ..... นะ” มัตสึพยายามตอบ

“ ถอดนะ” ว่าแล้วจินก็กระชากกางเกงทั้งสองตัวของมัตสึที่เกะกะการออกไป แล้วมัตสึก็ค่อยๆเอื้อมมือสั่นๆของตัวเองเลื่อนกางเกงนอนของจินออกไปเช่นกัน แล้วก็ต้องมือสั่นยิ่งขึ้นตอนที่จินจับมือที่สั่นๆของเค้าให้สัมผัสตอนถอดกางเกงชั้นในของจินออกไปจนไม่เหลืออะไรเลยทั้งคู่ จินกางขามัตสึออกกว้างแล้วค่อยๆสัมผัสส่วนตรงกลางอย่างเบามือด้วยมือข้างหนึ่ง ทำเอามัตสึหลับตาส่งเสียงครางปลดปล่อยอารมณ์เบาๆ ก่อนขยับตัวเค้ามาชิดแล้วโน้มตัวลงนอนทับโดยใช้มืออีกข้างหนึ่งท้าวยันร่างส่วนบนไว้ใต้ผ้านวมที่คลุมร่างของทั้งคู่ไว้อีกที มัตสึก็สัมผัสส่วนนั้นของจินด้วยมือทั้งสองข้างอย่างสั่นๆเพราะแรงอารมณ์ของเขาก็เกินกลั้นแล้วเหมือนกัน

“ นายตัวสั่นสุดๆเลยจิน....” พูดพลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นลูบใบหน้าหล่อเหลาที่มองลงมาที่ตัวเอง

“ นายก็เหมือนกัน......” แล้วจินก็ก้มลงปิดการสนทนาด้วยปาก โดยจูบทาบทับเนิ่นนาน ร่างทั้ง2ใต้ผ้านวมนั้นสั่น หอบ และโชกไปด้วยเหงื่อ ครั้งแล้วครั้งเล่า ตลอดทั้งคืน................................

 

**** ค่ำวันถัดมา ****

ในขณะที่มัตสึกำลังจะไปทำงานพิเศษในวันหยุด ร่างของเขาก็ถลาไปตามแรงดึงที่ซอกข้างๆตึกแห่งหนึ่ง

“ โอ๊ย.....” มัตสึร้องเมื่อร่างที่ดึงเค้า โยนตัวเค้าเข้ากำแพงอย่างแรง ก่อนที่เค้าจะตาเบิกกว้างอย่างตกใจ

“ โอซากิ......” มัตสึพูดขึ้นในลำคอ อย่างหวั่นๆ แล้วร่างตรงหน้าก็ค่อยๆมุ่งตรงมาที่เขาอย่างเยือกเย็น สายตาน่ากลัวนั้นสะกดเขาไม่ให้สามารถหนีไปไหนได้ เมื่อมองไปรอบๆก็เห็นผู้ชายพวกเดียวกันกับร่างนั้นอีก 3 คน ก่อนที่มัตสึจะทันตั้งตัว มือใหญ่ๆก็ล็อคเข้าที่คอแล้วความอึดอัดทั้งหมดก็ถูกหยิบยื่นให้ทางจูบที่รุนแรง ป่าเถื่อน จนมัตสึหายใจไม่ออก รู้สึกเหมือนร่างแตกออกเป็นชิ้นๆ ปากเล็กๆที่อวบอิ่มสวยงามและเป็นสีแดงสดถูกบดขยี้ ดูดดื่มความหวานจนเลือดกบ มัตสึตกใจสุดขีด เมื่อได้รสเลือดคาวๆในปากของตัวเอง

“ ยังน่ารักไม่เปลี่ยนเลยนะนาย.......มัตสึ” ร่างตรงหน้ายังไม่ละปากออกไปแม้ขณะพูด

“ ชอบเลือดนายจริงๆ......หวาน.....” ว่าแล้วก็ใช้หลังมือปาดที่ปากตัวเอง

“ กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่โอซากิ ” มัตสึถามหน้าซีด แต่อีกฝ่ายกลับไม่ตั้งใจฟังเสียงแผ่วๆของเค้าซักนิด และเฝ้าแต่ไล้ลิ้นวนเวียนอยู่ที่แก้มใสๆอย่างมูมมาม.....เมื่อเริ่มเข้าที่ก็ไล้ลงมาโดยมีจุดมุ่งหมายที่ซอกคออุ่นๆแต่แล้วเมื่อความกระหายยังไม่เจือจาง

โอซากิก็ต้องชะงักตั้งแต่ยังไม่ได้ลิ้มรสเพราะ.......

“ โอ๊ยยยย......อย่าๆผมเจ็บ อย่า.......” มัตสึร้องลั่นทั้งตกใจทั้งเจ็บที่โดนดึงผมอย่างแรง

“ นายนอนกับมันแล้วเหรอ.........ใช่มั้ย......รอยพวกนี้....กับมันใช่มั้ย ” โอซากิคำรามลั่นขณะโกรธสุดๆที่เห็นร่องรอยแสนหวานนับไม่ถ้วนจากจินเมื่อคืนที่ผิวใสๆของมัตสึ

“ อย่า...โอซากิคุง...ปล่อยเถอะครับ....ผมเจ็บ...” มัตสึกลัวจนตัวสั่น

“ ดี.....กล้าปฏิเสธชั้น..แต่ยอมเป็นแฟนกับคนอื่น.....ยอมนอนกับผู้ชาย.....ก็ดีนะมัตสึ......แต่อยากรู้จัง ว่าไอ้เจ้าของรอยพวกนี้....มันจะตายยากแค่ไหน....อยากรู้จังว่าจะรอดมือคนของชั้นไปได้ยังไงตอนนี้...” โอซากิกระซิบที่หูมัตสึและผมที่ถูกดึงอยู่ในมือเขา

“ หมายความว่าไง........บอกมานะ.......ใครทำอะไร ยังไง..” มัตสึตกใจมากกว่าเดิม ใบหน้าของเพื่อนที่แสนดีอย่างจินผุดขึ้นมาเพราะความเป็นห่วง

“ ก็ดีที่เป็นห่วงกัน......ดี....งั้นไปดูสารรูปมันกันเลยดีกว่า....พอเห็นแล้ว....นายจะได้ระลึกได้ซักที.....ว่าขัดขืนชั้นแล้วมันจะเป็นยังไง.....

ไปดูกันก่อนที่คนของชั้นจะฆ่าไอ้เจ้าของร่องรอยรักของนายตายซะก่อน...” ว่าแล้วก็กระชากแขนมัตสึขึ้นรถตู้ที่จอดอยู่ข้างๆโดยมีลูกน้องเดินตามอีก 3 คนทันที ก่อนจะพูดอีกว่า

“ ขอบใจชั้นซะนะที่จะพานายไปสั่งเสีย ไอ้เจ้าของรอยนั่น ที่กำลังจะตายอย่าง ไอ้ ---- เคียว ---- ”

 

ความตื่นตกใจ ความกังวล ความเป็นห่วงและความกลัว ที่มัตสึรู้สึกมาเมื่อครู่นี้เทียบไม่ได้เลยกับความมากมายของความรู้สึกเหล่านั้นที่เกิดขึ้นตอนนี้ ตอนที่โอซากิเข้าใจผิดว่าเคียวเป็นแฟนเค้า ตอนที่เข้าใจผิดว่ารอยจ้ำและรอยกัดที่ร่างกายของเขาเคียวเป็นคนทำ และตอนที่โอซากิบอกเขาว่า ลูกน้องมากมายที่ส่งไปนั้น กำลังจะทำร้ายเคียว...............

 

“ ตอนแรกที่คนของชั้นโทรไปบอกที่อเมริกาว่าได้ยินข่าวนายมีแฟนชั้นก็ไม่เชื่อว่าคนอย่างนายจะยอมลงให้ใคร เลยบอกให้สืบๆดู ก็เลยรู้ความเคลื่อนไหวของนายกับไอ้นักกีฬานั่น......แต่ชั้นก็ยังไม่คิดว่าจะจริง......จนชั้นกลับมา.....แล้วเห็นกับตา.......” โอซากิพูดกับมัตสึที่นั่งตัวสั่นอยู่บนรถตู้ที่กำลังวิ่งอยู่บนถนน.......นึกย้อนถึงการกระทำของตัวเองเมื่อ 1 ปีกว่าๆที่แล้วมา

เขาได้รู้จัก โอซากิซึ่งเป็นนักศึกษา ที่มีพ่อเป็นเจ้าของกิจการและหวังจะให้สืบทอด......รู้จักกันไม่นาน.....เรื่องที่มีทีท่าจะเกิดตั้งแต่แรกก็เกิดขึ้นในที่สุด โอซากิ หลงรักและหวังจะเป็นเจ้าของตัวเขา จนมัตสึปฏิเสธอย่างเฉยเมย โอซากิจึงโกรธจัด จะข่มขืนมัตสึที่บ้านตระกูลโอซากิเอง แต่พ่อโอซากิมาเห็นซะก่อน มัตสึจึงปลอดภัย แล้วโอซากิก็ถูกส่งให้ไปเรียนต่อที่ประเทศอเมริกาโดยมีการควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อให้ห่างจาก มัตสึ แล้วทำไม.....อยู่ๆถึงกลับมาได้ล่ะ................

ก่อนที่จะรู้คำตอบของคำถามทั้งหมด รถตู้ที่ลักพามัตสึมาก็มาถึงที่ โรงงานร้างแห่งหนึ่ง ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว มัตสึมองเข้าไปในตึกร้างนั่น พยายามกวาดสายตามองหา เคียว แต่ยิ่งมองหาเขาก็ยิ่งเห็นแค่ความมืดมิดสีดำน่าหวาดกลัว โอซากิกระชากเขาอย่างแรงอีกครั้ง

“ มานี่.....” โอซากิพูดพร้อมกับพามัตสึขึ้นไปข้างบนตึกร้างแล้วกระซิบเบาๆ

“ เฮ้อ......เงียบๆอย่างนี้น่ากลัวจะตายซะแล้วสิมัตสึ.......แฟนนายน่ะ......เสียดายจังที่ไม่มีโอกาสได้ดูใจ” พูดจบก็เอื้อมมือไปที่ลูกบิดประตูห้อง ห้องหนึ่ง ที่คาดว่าเคียวคงอยู่ในนั้น แล้วเปิดออกพร้อมกับพูดดังๆว่า

“ ไงเคียว......ชั้นพาที่รักของแกมาหาแหน่ะ.........เอ๋.......” ทั้งโอซากิทั้งมัตสึต่างงงอย่างหนักกับภาพที่ได้เห็น....--- ห้องว่างเปล่า ---...

“ แกเองเหรอที่ส่งคนมาทำร้ายชั้น.....แย่นะ.....ปล่อยให้แขกรอนานๆอย่างนี้..แย่จริงๆ ” เสียงเรียบๆฟังดูกวนประสาทที่มัตสึคุ้นเคยดังมาจากห้องที่เปิดอยู่อีกฝั่งที่ตรงกัน......เจ้าของเสียงที่ไม่จำเป็นต้องหันหลังไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร......

โอซากิกับลูกน้องหันควับมาที่ต้นเสียงทันที...แล้วมัตสึก็ค่อยๆตั้งสติ หันหลังกลับมามองผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา..........ผู้ชายที่กวนเขาให้ปวดหัวจนแทบคลั่งได้ทุกวัน........ผู้ชายที่ทำให้เขาหวั่นไหวได้ทุกการกระทำ

.........ผู้ชายคนที่ทำให้น้ำตาเขาไหลคลออยู่ตอนนี้..........มัตสึมองมาที่ เคียว สึซาคุจิ ........ ผู้ชายที่ทำให้เขารู้ตัวว่า ----- เขากำลังตกหลุมรัก -----เคียว กับเพื่อนอีก 4 คนยืนอยู่ท่ามกลางผู้ชายที่นอนเกลื่อนกลาดอีกเกือบสิบ เขากับเพื่อนๆดูโทรมเหลือเกิน ร่างกายเต็มไปด้วยร่องรอยของการต่อสู้ แต่ก็ยังดูโทรมน้อยกว่าเมื่อเห็นสภาพพวกที่นอนสะบักสบอมอยู่บนพื้นเปื้อนๆนั่น

“ จะสนุกกับชั้น แล้วดันส่งลูกกระจอกสั่วๆพวกนี้มาเนี๊ยะนะ......แกคิดว่า ลูกน้องแก ไอ้พวกจิ๊กโก๋ขี้ยาแบบนี้ ปริมาณแค่นี้จะโค่นชั้นงั้นสิ...... ฝันอยู่รึเปล่า......” เคียวพูดปนยิ้มเรียบๆสายตาขวางๆนั่นแลดูดูถูกดูแคลนสุดๆ

“ ก็ดี........ชั้นพลาดเองสินะ ที่ไม่ได้ยื่นปืนให้พวกมัน.....แต่แกอย่าคิดว่าฝีมือนะเคียว ที่รอดพวกนี้น่ะ” โอซากิพูดเรียบๆสีหน้าเคร่งน่ากลัวเช่นเดิม ก่อนจะทำท่าเดินออกไป.......แต่

“ เฮ้ย......ใครบอกให้แกไปไหนวะ......ยังไม่ได้คุยกันเลยนะ” เคียวตะคอกเสียงดัง โอซากิชะงัก หันกลับด้วยสีหน้าโมโหสุดๆเช่นกัน

“ ชั้นกับมัตสึไปทำอะไรให้แกเมื่อไหร่.....ทำไมถึงทำร้ายชั้น....ทำไมถึงจับมัตสึ ” เคียวถาม

“ อยากรู้เหรอ.......ก็แค่......ทวงของคืนแล้วก็ทำโทษคนขโมยไปอย่างแกไง.......ถึงวันนี้แกจะรอด แต่อย่าคิดนะว่าชั้นจะปล่อยแก.....” โอซากิกล่าวสีหน้าเรียบเฉย

“ ยังไงแกก็ไปไหนไม่ได้หรอก.......เพราะชั้นก็มีกติกาของชั้น ” เคียวก้มหน้ามองที่รองเท้าพร้อมพูด

“ ก็คือ.....ใครอี๋อ๋อกับมัตสึ แฟนชั้น.....ชั้นจะส่งไปนรกให้หมด ” เคียวจ้องหน้าเรียบเฉยของโอซากิ

“ พอเถอะสึซาคุจิ......โอซากิฮะ......เจ้านี่ไม่ใช่แฟนผมหรอกฮะ.....แล้วผมก็ยังไม่ได้คบกับใครนะฮะ รู้ไว้ด้วย.....” มัตสึพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติ โอซากิเลือดขึ้นหน้า กระชากคอเสื้อเชิ้ตของมัตสึอย่างแรง เคียวสะดุ้งเงื้อมือจะวิ่งมาที่ โอซากิ เพื่อนๆที่ยืนอยู่ของเคียวก็เตรียมพร้อมลุยเต็มที่

“ นายห่วงไอ้เจ้าของร่องรอยพวกนี้ขนาดนั้นเลยใช่มั้ย.......มัตสึ ” คำตะคอกของโอซากิทำเอาเคียวหยุดกึก........มัตสึเบี่ยงหน้าหลบสายตาเคียวที่ตอนนี้จ้องไปที่ร่องรอยจากจินที่ฝากไว้เมื่อคืน

.....เขาพยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอ

“ ใคร........

“ บอกมานะว่าไปนอนกับใครมา ! ! ! ” เคียวส่งเสียงตวาดมัตสึที่ตอนนี้ตัวสั่นด้วยความกลัวอย่างดุดัน

“ หมายความว่าไง........อ้อ.......เข้าใจแล้ว ผิดตัวสินะ........งั้นขอโทษนะ....ชั้นหมดธุระกับแกแล้วเคียว......ขอตัวล่ะ พอดีนัดหมาที่เที่ยวงับต้นคอแฟนชาวบ้านไว้น่ะ........” โอซากิส่งสายตาเยียบเย็นมาที่มัตสึ เคียวยืนกำมือแน่นอยู่กับที่ ก่อนที่โอซากิจะเดินจากไปพร้อมลูกน้อง......เคียวก็ปล่อยหมัดตรงเข้าที่ปลายคางของโอซากิจนล้มลงทันที แล้วพูดกับร่างที่ไร้สติของโอซากิว่า

“ ใครอนุญาตให้แกไปไหน.....ชั้นบอกแล้วไงว่าชั้นมีกติกาของชั้น........ไอ้หมาขี้เรื้อนตัวนั้น........ชั้นจะฆ่ามันเอง ” แล้วก็จ้องมาที่ร่างผอมๆที่นั่งคุกเข่าตัวสั่นหน้าซีด น้ำตาคลอ ก่อนจะกระชากให้ลุกขึ้นแล้วลากออกไปด้วยความโกรธ

“ จะ...จะพาชั้นไปไหน......ปล่อยนะ.....” มัตสึตะโกนตลอดเวลา แต่เสียงที่ออกมากลับกลายเป็นเสียงกระซิบแหบพล่า จนมาถึงรถเคียว เคียวกระชากมัตสึยัดใส่รถ....แล้วขับออกไปจากที่นั่นด้วยความเร็วสูงสุด......จนถึงบ้านเดี่ยวริมทะเลหลังหนึ่ง......

เคียวอุ้มร่างเบาๆของมัตสึพาดบ่าเปิดประตูบ้านหลังนั้น แล้วเดินไปที่ห้องนอนสีฟ้าใสๆ ก่อนโยนร่างมัตสึลงที่เตียงอย่างแรง ทันทีที่หลุดจากเคียว มัตสึก็นั่งกอดเข่าตัวเองตัวสั่นๆ ตอนนี้ในหัวเขาขาวโพลนไปหมดคิดอะไรไม่ออกเลยแม้แต่นิดเดียว พยายามกลั้นน้ำใสๆที่เอ่อคลอลูกตาสวยกลมๆนั่นอย่างเสียงขวัญ เมื่อเห็นสีหน้าของ เคียว ในตอนนี้

“ ไปนอนกับใครมา......” เคียวถาม จ้องตาหวานๆอย่างโมโห

“ ปละ.....เปล่า.....นายเข้าใจผิด ” มัตสึตอบเสียงแผ่ว เคียวได้ยินเสียงปฏิเสธของมัตสึก็ยิ่งโมโห กระชากแขนมัตสึ แล้วกระชาก ฉีก ดึงเสื้อทิ้งลงที่พื้นทันที มัตสึตกใจสุดขีดกับความรุนแรงนั้น.......ส่วนเคียว เมื่อเห็นร่างเปลือยท่อนบนที่เต็มไปด้วยร่องรอยตลอดคืนของจินที่ฝากไว้นับไม่ถ้วน ก็ยิ่งโมโห ตะคอกเสียงดัง

“ บอกมานะว่า ..... ใครทำ” มัตสึที่ตอนนี้เก็บความอดทนไว้ไม่ไหว ปล่อยน้ำตาไหลลงมาเป็นทาง ตาหวานๆสีน้ำตาลเข้มนั่นแลดูเป็นประกาย ตัวสั่นด้วยความตกใจกลัว ได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธเรื่องที่เคียวถาม เคียวเอื้อมมือมาที่กางเกง แต่มัตสึถลาวิ่งหลบเพื่อให้รอดพ้น แต่ความแข็งแรงของเคียวก็กระชากเขากลับมาอย่างรวดเร็ว

“ จะไปไหน.......” เคียวกระชากมัตสึมากอด ก่อนกระชากกางเกงมัตสึทิ้งไปอีก ก่อนที่เคียวจะรุนแรงไปมากกว่านี้มัตสึก็

“ เพี้ยะ.......” ตบหน้าเคียวอย่างแรง เคียวหันขึ้นมามอง ใบหน้าที่อาบน้ำตาของคนที่เขารัก แล้วก้มหน้าถามคำถามเดิมอีกครั้ง

“ เธอ.......รอยพวกนี้.......ไปนอนกับใครมา” เคียวก้มหน้านิ่ง มัตสึรู้สึกเสียใจอย่างที่สุดที่ทำให้เคียวเสียใจ ยิ่งตอนนี้เขารู้ตัวเองดีแล้วว่า รักเคียวเหมือนกัน

“ ชั้นไม่ได้นอน......ไม่ได้ทำกับใคร......ชั้น

“ชั้นบอกกับจินว่าจะช่วย.......นายอย่าทำอะไรเค้านะสึซาคุจิ......เป็นความผิดชั้นเองที่ตอนนั้น......ดันคิดถึงนาย.......ชั้นคิดถึงรูปร่างของนาย

ตอนที่กำลังจูบกับจิน.....แล้วเกิด......อารมณ์......” เคียวเงยหน้ามองมัตสึที่น้ำตาอาบแก้ม

“ เราไม่ได้มีอะไรกัน.....เพียงแค่ช่วยเหลือกันเท่านั้น.....นายโกรธ ชั้นขอโทษ.......จะไม่ทำอีกแล้ว ( น้ำตาไหลไม่หยุด )” เคียวนิ่งอยู่ที่เดิม ก่อนจะก้มหน้ามองพื้นเตียงแล้วพูดว่า

“ ...เป็นแฟนกันเถอะ.......คบกันนะมัตสึ......----- ชั้นรักเธอ -----” ก่อนจะค่อยๆเงยหน้าจ้องตาหวานๆคู่เดิมที่ใฝ่ฝันถึงทุกวินาที

“....อื้ม....” มัตสึตอบตกลงขณะก้มหน้าเพื่อปกปิดสีหน้าเขินอาย ก่อนที่เคียวจะห่อร่างเขาด้วยผ้าห่มหนาๆแล้วบรรจงสูดกลิ่นที่แก้มชื้นๆเพราะน้ำตาเมื่อครู่ทั้งสองข้างอย่างอ่อนโยนก่อนมัตสึจะกระซิบว่า

“ แค่นี้ก่อนนะ......รอให้รอยของจินหายไปก่อน.......ค่อย.......” เคียวยิ้มแล้วกระซิบตอบว่า

“.........อยู่แล้ว..........จะจัดการกับนายอย่างที่บอกไว้เลย..........เตรียมตัวไว้ได้เลยนะมัตสึ...........”

*********************************************************************

to be continue…….please ^_^