
3
by
arts 68
ทันทีที่โคมไฟในห้องนั่งเล่นถูกเปิดให้แสงสลัว เอวเล็กบางก็ถูกสวมกอดจากด้านหลัง เจซซี่ตบท่อนแขนกำยำเบาๆอย่างไม่ใส่ใจนัก
แล้วพยายามแกะออกแต่กลับยิ่งถูกรัดแน่นขึ้นกว่าเดิม คนตัวเล็กกว่าทำปากจิ๊กจั๊กด้วยความรำคาญ แล้วหันไปขมวดคิ้วใส่
จะอาบน้ำ
เดี๋ยวค่อยอาบก็ได้นี่ เสียงทุ้มกระซิบอ้อนข้างหู พอทำเสร็จก็ต้องอาบใหม่อยู่ดี
เจ้าของผมสีรวงข้าวสุกเงื้อขาขึ้นกระทืบเท้าอีกฝ่ายสุดแรง ยังผลให้วงแขนที่โอบรัดอยู่คลายออกทันที เทตซึถอยไปข้างหลังหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติแล้วโวยลั่น
โอ้ย! จะฆ่ากันรึไง?
ก็นายนี่นะ ชี้นิ้วใส่ใบหน้าคมดิกๆ วันๆคิดเป็นแต่เรื่องนี้ใช่มั้ย?
แหมเจซ เข้าไปบีบต้นแขนเล็กเอาใจ ลิ้นอุ่นแลบเลียไล้ไปตามก้านหูแล้วขบดูดติ่งกลมนิ่มยังผลให้เจ้าของสะดุ้งน้อยๆ ตามใจกันหน่อยสิ
นายนี่มันเอาแต่ใจจริงๆ เจซซี่พูดเสียงแผ่วขณะเริ่มโอนอ่อนผ่อนตามการชักนำอีกฝ่ายด้วยการเปิดซอกคอขาวให้คนที่ยืนซ้อนหลังซุกไซ้ได้สะดวกขึ้น
เสื้อผ้าบนร่างมากชิ้นค่อยๆหลุดออกอย่างทุลักทุเลไม่น้อย ร่างบางถูกกดลงนอนเอนกับโซฟาตัวยาวหันหลังให้หน้าต่างที่รูดม่านเปิดเตรียมไว้
สะโพกเล็กถูกยกขึ้นโดยเจ้าของเมื่อมือใหญ่พยายามดึงกางเกงยีนส์ตัวหนาออกให้พ้นทาง
เทตซึดึงเสื้อทั้งสองชั้นของตัวเองออกบ้างเมื่ออีกฝ่ายเหลือแค่ร่างเปล่าเปลือย ผิวเนียนนุ่มดูน่าสัมผัสมากขึ้นเมื่อต้องแสงไฟสลัว เขามองออกไปข้างนอกหน้าต่าง ยังไม่มา
แต่คิดว่าคงจะอีกไม่นานเพราะฝ่ายนั้นคงจะจอดรถอยู่ไกลๆด้วยเกรงว่าเขาจะรู้ตัว
ร่างสูงค่อยแนบกายเข้าหา เจซซี่ครางเสียงแผ่วอยู่ในลำคออย่างพึงพอใจเมื่อริมฝีปากและนิ้วมือซุกซนสัมผัสผิวเนื้อนวลทุกตารางนิ้วอย่างสำรวจตรวจตรา
ในขณะที่ตาคมปลาบคอยมองออกไปนอกหน้าต่างเป็นระยะ
jjjj
ไอรีนเดินอยู่ริมถนนพลางคอยมองสำรวจหาบ้านที่ตั้งอยู่ชายป่า อากาศหนาวเย็นยามค่ำคืนทำให้หล่อนต้องซุกมือลงในกระเป๋าเสื้อโค้ท
แล้วเริ่มใจเสียด้วยเกรงว่าจะต้องคว้าน้ำเหลว เมื่อครู่หล่อนจอดรถไว้ข้างถนนทันทีที่เห็นว่ารถคันหน้าเปิดไฟเลี้ยว ดูท่าหล่อนจะทิ้งระยะห่างมากเกินไป
เดินมาจะร่วมสิบนาทีแล้วยังไม่เห็นวี่แววของบ้านสักหลัง
เชียร์ลีดเดอร์สาวเริ่มมองไปรอบตัวอย่างท้อแท้ ถนนสายนี้เป็นถนนตัดผ่านป่าและไม่ค่อยมีใครใช้มากนักเสาไฟที่ติดตั้งจึงทิ้งระยะห่างกันจนน่าใจหาย
หล่อนตัดใจเตรียมตัวหันหลังกลับแต่แสงไฟที่ลอดมาตามกิ่งไม้ที่เห็นอยู่ไม่ไกลนักทำให้เปลี่ยนใจเดินต่อ จนกระทั่งพบรถสปอร์ตสีแดงเพลิงจอดสงบนิ่งอยู่บนไหล่ทาง
ภาพที่เห็นเมื่อมองลึกเข้าไปด้านในคือ บ้านชั้นเดียวหลังเล็กกระทัดรัดอยู่ลึกจากถนนไปประมาณห้าสิบเมตร อกข้างซ้ายกระเพื่อมน้อยๆด้วยจังหวะรัวยิบ
ความกลัวและความกังวลอัดแน่นจนเจ้าตัวรู้สึกปวดหัวจี๊ด เด็กสาวพาตัวเองเดินเข้าไปช้าๆอย่างระมัดระวังแล้วยอบตัวลงเมื่อเข้าใกล้ตัวบ้าน
ก่อนจะไปแอบตรงหน้าต่างบานที่มีแสงไฟลอดออกมา
ไอรีนหลับตาแล้วกำมือทั้งสองแน่น ความมั่นใจที่เคยมีอยู่เปี่ยมล้นเหือดหาย แม้ว่าจะกลัวภาพที่กำลังจะได้เห็นหล่อนก็ต้องพิสูจน์
เด็กสาวค่อยๆยืนจนเต็มความสูงแล้วแอบมองลอดเข้าไปในตัวบ้าน ร่างสองร่างที่นัวเนียกันอยู่บนโซฟาทำให้เลือดในตัวเย็นวาบไม่ผิดอะไรกับอุณหภูมิภายนอก!
ร่างสูงที่อยู่ด้านบนเหลือบตาขึ้นมองแล้วคลี่ยิ้มราวกับปิศาจก่อนจะจับอีกฝ่ายขึ้นนั่งคร่อมบนหน้าตักเพื่อให้คนที่แอบมองอยู่เห็นได้ถนัดขึ้น
หลังจากริมฝีปากบางเฉียบพูดอะไรออกมาบางอย่างเจซซี่ก็ยกมือประคองหน้าคมเข้มไว้แล้วประกบริมฝีปากเข้าหาอย่างดูดดื่ม!
ไอรีนมองภาพนั้นด้วยดวงตาที่พร่ามัวไปด้วยละอองน้ำ หล่อนอยากจะพาตัวเองออกจากจุดที่ยืนอยู่แต่ขาทั้งสองกลับแข็งเป็นหินจึงต้องทนดูภาพบาดตาต่อไป
คราวนี้เด็กหนุ่มร่างสูงสบตาหล่อนนิ่งพลางไล่จูบตามลาดไหล่เนียนแล้วขบกัดเบาๆราวกับต้องการจะประกาศความเป็นเจ้าของ
ริมฝีปากบางได้รูปยกมุมยิ้มเยาะอีกครั้งก่อนจะทิ้งตัวเอนกับพนักโซฟาปล่อยให้ร่างบางเป็นผู้ควบคุมจังหวะที่แสนจะเร้าร้อนนี้บ้าง
เจ้าของผมสีน้ำผึ้งสะอื้นฮักแล้วยกมือขึ้นปิดปากกั้นเสียง ทิ้งตัวพิงผนังที่ทำจากซุงผ่าซีกอย่างหมดเรี่ยวแรง ก่อนจะพยายามยกขาออกเดินทีละก้าวด้วยความยากเย็น
แล้ววิ่งเต็มฝีเท้าเมื่อมาถึงถนน
ประตูรถโฟร์วีลถูกกระชากปิดหากแต่กลับจอดอยู่นิ่งๆอีกเกือบชั่วโมงเต็ม เด็กสาวซบหน้าลงสะอึกสะอื้นกับพวงมาลัยรถ ใบหน้าสวยคมแดงก่ำอาบนองไปด้วยน้ำตา
ผมยาวสลวยยุ่งเหยิง นึกแล้วทั้งแค้นทั้งเสียใจทั้งน้อยใจกับการกระทำของแฟนหนุ่ม หล่อนเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทุกคนลงความเห็นว่าเป็นคู่ที่เหมาะสมกับเขาอย่างที่สุด
ผู้หญิงทั้งเพลนฟีลด์ต่างพากันอิจฉา เมื่อวาน เมื่อวานแท้ๆที่เขาปฏิเสธไมตรีที่หล่อนหยิบยื่นให้ แต่วันนี้เขากลับทำอย่างนั้นกับผู้ที่มีศักดิ์เป็นน้องชายตัวเอง!
ไอรีนเงยหน้าขึ้นทุบกำปั้นไปบนพวงมาลัยเจ้ากรรมเพื่อระบายอารมณ์ราวกับว่ามันคือคนที่ทำให้หล่อนเจ็บ ปากอิ่มเคลือบสีกุหลาบสบถด่าลั่น
เจซ เธอมันเลว! เธอมันระยำที่สุด! เธอทำกับฉันอย่างนี้ได้ยังไง!?
ประโยคสุดท้ายถูกตะโกนออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้อีกครั้ง หล่อนเกลียดเขาไม่ลง! ถึงแม้จะถูกทำอย่างนี้หล่อนก็ยังคงรักเขาหมดหัวใจ
หลังจากนั่งสงบสติอารมณ์อีกครู่ใหญ่ เด็กสาวยกมือเช็ดน้ำตา หยิบตลับแป้งขึ้นมาผัดหน้า
พอเห็นนัยน์ตาแดงก่ำที่บวมเป่งเข้าน้ำตามันก็พาลจะไหลอีกครั้งด้วยความสงสารตัวเอง ไม่เคยมีสักครั้งที่จะต้องมานั่งร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรให้ผู้ชายหน้าไหน
ไอรีนกระพริบตาถี่ๆแล้วลงมือแต่งหน้าอย่างบรรจงเพื่อคนที่บ้านจะได้ไม่ตกใจในสภาพของหล่อนมากนัก
เมื่อครู่เห็นได้ชัดว่าเทตซึจงใจจะทำให้หล่อนรู้ ในเมื่ออีกฝ่ายอยากจะเล่นสงครามจิตวิทยาล่ะก็ หล่อนก็ยินดีที่จะเล่นด้วย!
jjjj
ไอรีนค่อยเอียงซ้ายเอียงขวามองตัวเองในกระจก
มือเล็กจัดการเก็บบรรดาเครื่องสำอางค์ทั้งหลายลงกระเป๋าพลางถอนหายใจหนักหน่วงแล้วเงยหน้ามองภาพสะท้อนของตนอีกครั้ง
เด็กสาวยกมือขึ้นไล้ใบหน้าในกระจกแผ่วเบา หล่อนมีส่วนไหนที่เสียหาย?
ไม่มีเลยต่างหาก! หล่อนเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบที่ผู้ชายต้องการทุกอย่าง รูปร่าง หน้าตา แถมยังเป็นเชียร์ลีดเดอร์ มีแต่คนคอยเข้าแถวให้เลือก
แต่ในวันนั้น หล่อนกลับถูกเจซซี่ปฏิเสธ! แต่
ถ้าอีกฝ่ายรับไมตรีด้วยดี เขาก็จะกลายเป็นผู้ชายที่เลวและเห็นแก่ตัวอย่างเป็นที่สุดที่ต้องการแค่ร่างกายหล่อน โดยไม่คำนึงถึงจิตใจแม้แต่น้อย
นัยน์ตาสีน้ำผึ้งล่องลอยไปตามความคิด ที่เจซซี่ปฏิเสธในวันนั้นอาจจะเป็นเพราะไม่อยากทำผิดกับหล่อน คิดแค่นี้ไอรีนก็นึกรักเขาขึ้นมาจับใจ
แต่ทำไมเจซซี่ถึงมีอะไรกับคนที่เรียกได้ว่าเป็นน้องชายตัวเอง? ทำไมอยู่ๆเจ้าลูกครึ่งญี่ปุ่นนั่นก็โผล่มาทำตัวติดหนึบกับเขาทั้งๆที่เมื่อก่อนก็ไม่เคยเห็นหน้าแท้ๆ?
ไอรีนเพิ่งย้ายมาอยู่ในเพลนฟิลด์ได้ครึ่งปี พ่อแม่ของเด็กสาวหย่าขาดจากกันตั้งแต่หล่อนเพิ่งสามขวบ
ทั้งคู่ยอมแยกทางกันโดยดีจะได้ไม่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลโดยมีข้อตกลงกันว่าลูกสาวอยู่กับแม่ ลูกชายอยู่กับพ่อ
หล่อนเพิ่งย้ายมาอยู่กับบิดาหลังจากผู้เป็นมารดาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเมื่อครึ่งปีก่อน ดังนั้นเรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวกับเจซซี่ก่อนหน้านั้นหล่อนจึงไม่รู้แม้แต่น้อย
บางที ถ้าหากจะรู้ขึ้นมาอาจจะหาทางเล่นงานเจ้าลูกครึ่งนั่นได้ง่ายเข้าก็ได้
ไอค์ พ่อกับแม่ไปไหนน่ะ? เด็กสาวถามขึ้นเมื่อเดินลงมาชั้นล่างแล้วเห็นพี่ชายนั่งดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่นเพียงคนเดียว
ไปกรีนโกรเซอร์เดี๋ยวก็กลับ ทำไมวันนี้ตื่นสายจัง? แล้วร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อเห็นนัยน์ตาบวมช้ำของน้องสาวที่เดินมาทรุดตัวนั่งข้างๆบนโซฟา
ตาไปโดนอะไรมา!? ทำไมมันบวมขนาดนั้นล่ะ?
ไอรีนยกมือแตะเปลือกตาตนเองแล้วแกล้งยิ้มกลบเกลื่อน
อ๋อ เนี่ยเหรอ? เมื่อคืนอ่านนิยายเพลินไปหน่อยน่ะ กว่าจะนอนก็ตีสองครึ่งแน่ะ เลยตื่นสายขนาดนี้
จริงอ่ะ? พี่ชายถามพลางยื่นหน้าเข้าไปมองใกล้ๆอย่างเป็นห่วง อ่านหนังสือมากเลยเป็นเหรอ? ไฟจ้าไปรึเปล่า? หรือว่ามืดไป? เดี๋ยวจะได้ขึ้นไปเปลี่ยนให้
ก็คงงั้นแหละ สงสัยจะจ้าไปหน่อยมั้ง เด็กสาวเออออตามแล้วเสหลบ เมื่อคืนหล่อนกลับมาโดยไม่มีใครสังเกตถึงนัยน์ตาที่บวมช้ำทำให้โล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย
นึกไม่ถึงว่าจะมาออกอาการเอาวันนี้ เมื่อครู่ก็เสียเวลาถึงครึ่งชั่วโมงในการแต่งหน้าให้ดูแนบเนียนและเป็นธรรมชาติที่สุด
แต่ก็ไม่ได้ผลนักเนื่องจากถูกพี่ชายจับได้ทันทีที่มอง ดูท่าหล่อนคงจะร้องไห้มากไปจริงๆ
ไอค์ ฉันมีเรื่องจะถามพี่แน่ะ เด็กสาวสะกิดแขนอีกฝ่ายให้หันมาหาแล้วพูดต่อ เมื่อก่อนเจซสนิทกับน้องชายอย่างนี้รึเปล่า?
ไม่อยากจะเรียกว่าสนิทเลย เท็ดต่างหากล่ะที่ติดหมอนั่นแจ ส่วนเจซก็ใจอ่อนไปไหนให้น้องชายไปด้วยตลอด
ไอแซคส่ายหน้าดิกๆอย่างเหนื่อยหน่ายแล้วพูดต่อด้วยเสียงแกมโมโหที่ดังกว่าเดิมเล็กน้อย ไปไหนไปด้วยมันไม่ค่อยเท่าไหร่หรอก
อายุห่างกันแค่ปีเดียวเป็นเพื่อนกันได้อยู่แล้ว แต่หลังๆหมอนั่นมันดันหวงพี่ชายเสียด้วย ที่มันตามเนี่ยดูเหมือนจะตามไปเฝ้ามากกว่าตามไปเล่นด้วย
ผู้หญิงที่เจซเหล่เจ้าระยำนั่นแย่งจีบเองหมด จีบติดแล้วก็ทิ้งเหมือนแค่กันท่ามากกว่า พวกฉันโมโหมันจะตายแต่เจ้าตัวยังไม่ว่าอะไรจะทำอะไรได้
งั้นเหรอ? ไอรีนทำสีหน้าครุ่นคิด แล้วทำไมตอนฉันย้ายมาถึงไม่เห็นเท็ดเลยล่ะ?
ผู้เป็นพี่ถอนใจเฮือก ก็นั่นแหละ พอซักเกรดเจ็ดเกรดแปดเท็ดก็เริ่มไม่กลับบ้านแล้วพยายามหลบหน้าเจซด้วย พอเจอกันโดยบังเอิญก็รีบหนี
เจซมันยังมาบ่นกับฉันเลยว่าสงสัยจะถูกน้องชายเกลียด ยิ่งพอเดวิด พ่อเจซตายเท็ดยิ่งไม่กลับบ้านเข้าไปใหญ่
คราวนี้แครอลไลน์ก็เกิดอาการโรคประสาทกำเริบอยู่บ่อยๆโดยเฉพาะเวลาเห็นหน้าลูกชายตัวเอง ซึ่งก็ไม่บ่อยนักหรอก แต่หมอนั่นก็ใจดำนะ
รู้ว่าแม่ไม่สบายยังไม่เคยดูดำดูดีเลยสักครั้ง เจซมันเลยต้องรับภาระหนักเลย เด็กคนอื่นได้รถตอนอายุสิบหก
แต่มันดันได้จัดงานศพพ่อแถมท้ายด้วยการดูแลแม่เลี้ยงโรคประสาท เลยต้องทำงานพิเศษหนักเอาการ
เงินประกันจากที่พ่อตายก็ไม่ค่อยได้ใช้เพราะต้องเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายโรงพยาบาล ตอนนี้ยิ่งหนักกว่าเดิมเพราะ
ไอแซคยื่นหน้าเข้าใกล้น้องสาวที่นั่งฟังตาเป๋งแล้วกระซิบเหมือนกลัวใครจะได้ยินทั้งๆที่นั่งกันอยู่แค่สองคน ฟังแล้วเหยียบนะเจซมันไม่อยากให้ใครรู้
แครอลไลน์น่ะใกล้จะตายแล้ว มันถึงต้องรีบตามน้องชายกลับมาเรียนตามที่แม่ขอไง
ใบหน้าสวยคมสลดลงแล้วก้มต่ำ ความน้อยใจแล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ เจซซี่บอกเรื่องของแม่เลี้ยงกับไอแซคแต่ไม่บอกหล่อนซึ่งเป็นแฟน
ที่ผ่านมาหล่อนรู้แค่ว่าแครอลไลน์ไม่ค่อยแข็งแรงแต่ไม่รู้ว่าเป็นโรคประสาทและใกล้ตาย
ไอรีนสลัดความหมองหม่นออกจากใจแล้วพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวที่ฟังมาเมื่อครู่
หล่อนพยายามคิดหาเหตุผลที่ทำให้เจซซี่ทำอย่างที่เห็นเมื่อคืนและหล่อนก็คิดว่าหาได้แล้ว ภาพอีกฝ่ายโน้มใบหน้าคมเข้มมาจูบอย่างดูดดื่มยังคอยตามรบกวนความคิด
แม้กระนั้นหล่อนก็ยังคิดเข้าข้างตัวเอง เจซซี่ไม่มีวันทำอย่างนั้นด้วยความเต็มใจแน่!
jjjj
ร่างบางเดินไปขยุ้มผ้าม่านเลิกขึ้นมองภายนอก ก่อนจะสะบัดปล่อยด้วยความหงุดหงิดน้อยๆ มือเล็กใช้ผ้าเช็ดตัวขยี้ศีรษะพลางเดินมาทรุดตัวนั่งที่ขอบเตียง
บ่นกระปอดกระแปด
โธ่เอ๊ย! เมื่อไหร่หิมะจะตกสักทีก็ไม่รู้
คนที่นั่งพิงหมอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงเงยหน้าขึ้นมายิ้มขำ แกล้งทำเสียงฉงน
อ้าว! ไหนบอกไม่ชอบอากาศหนาว
อีกฝ่ายทำเสียงในคออย่างขัดใจ แล้วตอบหงุดหงิด ไม่ชอบอากาศหนาวแล้วชอบหิมะไม่ได้หรือไง? อีกสองอาทิตย์จะคริสต์มาสอยู่แล้วหิมะยังไม่ตกอีก
ซัมเมอร์ปีหน้าท่าจะร้อนตับแลบ
ร้อนก็ไม่ชอบอีก? เรื่องมากจริง
ร้อนจนกินอะไรแล้วท้องเสียน่ะชอบมั้ยล่ะ? เจซซี่หันมาแหวใส่ ปีไหนอากาศร้อนจัดเขามีอันต้องท้องเสียทุกที ถึงขนาดตอนเด็กๆต้องให้พ่อหามไปโรงพยาบาลด้วยซ้ำ
ดูทีวีนี่ไม่เคยดูพยากรณ์อากาศเลยนะ คอยแต่จะกดไปหาเอ็มทีวีตลอด พรุ่งนี้หิมะจะเริ่มตกในมิชิแกนแล้ว
เทตซึพูดพลางวางหนังสือลงแล้วยิ้มกริ่มเขยิบตัวเข้าใกล้คนที่นั่งหน้าบูดเมื่อถูกจี้ใจดำ จมูกโด่งเป็นสันสูดกลิ่นแชมพูจางๆจากเรือนผมนุ่มอย่างพอใจ
แล้วเอาใจด้วยการยกมือขึ้นบีบไหล่บางเบาๆ
วันนี้เหนื่อยรึเปล่า?
เจซซี่เหล่มองคนข้างหลังอย่างรู้ทันแล้วตอบเสียงขึ้นจมูก เมื่อถูกเอาใจเขาก็ต้องเอาแต่ใจกลับบ้าง นานๆจะมีโอกาสที
เหนื่อย ง่วงด้วย จะนอนแล้ว!
แหม ก็รู้หรอกว่าเหนื่อย จะนวดให้ไง ว่าแล้วก็ยกแขนเรียวขึ้นบีบคลึงคลายเส้น แต่คนตัวเล็กกว่ากลับเหลือบมองอย่างไม่ค่อยไว้ใจนัก
และลางสังหรณ์ก็เป็นจริงเมื่อมือนั้นนวดเค้นผ่านไปตามหัวไหล่ แผ่นหลัง และมาหยุดที่สะโพกนุ่ม
เจ้าเล่ห์นักนะ เจ้าตัวทำลากเสียงพลางเตรียมกระทุ้งศอกกะให้พอจุก แต่กลับถูกแขนแข็งแรงเกี่ยวเข้าที่เอวแล้วตวัดยกขึ้นทั้งตัว
ร่างบางถูกวางลงบนเตียงเดี่ยวที่นอนเบียดกันทุกคืน หากแต่พอจะลุกหนี
อีกฝ่ายก็รีบตามลงทาบทับแล้วใช้คางที่สากไปด้วยไรเคราครึ้มลงถูไถกับซอกคอขาวเบาๆยังผลให้ร่างข้างใต้ดิ้นพล่านด้วยความจั๊กจี้
เจซซี่หัวเราะคิก หน้าแดงก่ำ ขอร้องอีกฝ่ายด้วยความยากลำบาก
พอ พอได้ แล้ว ปวดท้อง!
จะยอมดีๆรึเปล่า? ถามไม่ถามเปล่า นิ้วเรียวกลับไปขยุกขยิกอยู่ที่เอวบางทำให้เจ้าตัวยิ่งดิ้นหนัก ทรมานแทบตายแต่กลับหยุดหัวเราะไม่ได้ เสียงใสรีบละล่ำละลักบอก
ยอม ยอม แล้ว!
เด็กหนุ่มร่างสูงเงยหน้าขึ้นมอง ยิ้มอย่างมีชัยราวกับเด็กซนยามแกล้งคนอื่นได้สำเร็จ
ยอมแต่แรกก็หมดเรื่อง พลางก้มหน้าลงต่ำประกบริมฝีปากกับกลีบกุหลาบคู่งาม เจ้าของผมสี
บลอนด์หายใจติดขัด ทั้งจากการหัวเราะไม่หยุดเมื่อครู่และจากลิ้นอุ่นที่กระหวัดเคล้าคลึงภายใน มือเล็กเริ่มเลื้อยโอบลำคอหนา
ในขณะที่ร่างสูงเริ่มสอดปลายนิ้วเข้าไปในเสื้อ
พลันเสียงออดดังขึ้นหน้าบ้านทำให้สวรรค์ล่มในบัดดล!
เจซซี่รีบผลักร่างที่ทาบทับออกแล้ววิ่งถลาลงไปข้างล่างเพื่อเปิดประตู บ้านเขามีแขกยามวิกาลไม่บ่อยนัก และแต่ละคนที่มาก็มีเรื่องสำคัญทั้งสิ้น
ในขณะที่เทตซึสบถออกมาอย่างฉุนจัดที่โดนขัดจังหวะก่อนจะลุกตามลงไปบ้าง
เจซ
ทันทีที่ประตูหน้าถูกเปิดใบหน้าสวยคมของแฟนสาวก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงหวานที่เรียกชื่อเขาแผ่วเบา เจซซี่งงไปชั่วขณะพลางสำรวจอีกฝ่าย
ดวงตาสีน้ำผึ้งที่เคยเป็นประกายสดใสบัดนี้เศร้าสร้อยเอ่อล้นด้วยหยาดน้ำ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรงราวกับว่าต้องการจะสกัดความรู้สึกบางอย่างไว้
ไอรีน ทำไมมาซะมืดอย่างนี้ล่ะ? แล้วต้องอุทานเมื่อเห็นว่าเด็กสาวสวมเพียงแค่เสื้อแจ็กเก็ตบางๆทับเสื้อยืดตัวใน แล้วทำไมใส่เสื้อแค่นี้!? รีบเข้ามาก่อนเร็ว! หนาวจะตาย
ไอรีนลอบยิ้มในหน้าพลางก้าวเข้าบ้าน ขณะนึกถึงเสื้อไหมพรมตัวหนาที่เพิ่งถอดทิ้งไว้ในรถเมื่อครู่
เจซ ใครมาน่ะ?
เสียงเด็กหนุ่มอีกคนที่เพิ่งลงบันไดตามมาทำให้หล่อนหันขวับ สบตาคมอย่างท้าทายราวกับต้องการจะประกาศว่าหล่อนไม่แคร์เรื่องที่เห็นในวันนั้นแม้แต่น้อย
เชียร์ลีดเดอร์สาวรีบตีหน้าหมองเมื่อคนที่เดินนำหน้าหันมาหา
นั่งก่อนนะ เดี๋ยวจะเอาโกโก้ร้อนมาให้ เทตซึชงโกโก้อร่อย
ใครบอกว่าฉันจะชงให้? คนถูกชมพูดออกมาหน้าตาเฉยทำเอาเจซซี่อ่อนอกอ่อนใจไม่น้อย ในขณะที่เด็กสาวเจ็บแปลบ
เสี้ยนในใจมันเริ่มกลัดหนองด้วยความริษยาเมื่อได้ยินคำชมนั่น
ไปชงให้หน่อยสิ ชงเผื่อฉันด้วย เดี๋ยวแก้วล้างเองก็ได้ คนกลางว่าพลางส่งสายตาอ้อนวอนอยู่กลายๆทำให้คนถูกอ้อนเดินกระแทกส้นเท้าเข้าไปในครัวอย่างเสียไม่ได้
ไม่นานโกโก้ร้อนกลิ่นกรุ่นสองแก้วก็ถูกวางลงบนโต๊ะรับแขก เจซซี่หยิบแก้วหนึ่งส่งให้เด็กสาวอย่างเอาใจ
ดื่มซะ จะได้อุ่นขึ้น
ไอรีนรีบรับแก้วร้อนๆมากุมไว้ ใช่ว่าถอดเพิ่งเสื้อไปไม่นานแล้วจะไม่หนาว แต่เพื่อความสมบูรณ์ของแผนการเด็กสาวจึงหลุบตาต่ำ ทำหน้าเศร้าพลางวางแก้วโกโก้ลง
แล้วจับจ้องควันจางๆที่ลอยขึ้นมาจากปากแก้วอย่างเลื่อนลอย
เจซ ฉัน พูดได้สองคำน้ำตาก็ร่วงเผาะ เจซซี่รีบเอื้อมมือมากุมมือหล่อนด้วยความเป็นห่วง
ดวงตาสีน้ำผึ้งเหลือบมองคนที่นั่งตรงข้ามแล้วนึกกระหยิ่มในใจอย่างมีชัยเมื่อเห็นใบหน้าคมคายที่ขมึงเครียดของอีกฝ่าย
หล่อนนึกไว้ไม่ผิด คนอย่างเจซซี่แพ้น้ำตา
น้ำตาที่หลั่งมาจากคนที่น้อยครั้งนักจะร้องไห้ย่อมมีค่ามากกว่าน้ำตาของคนช่างฟูมฟาย
และหล่อนก็เลือกเวลาไม่ผิดเช่นกัน ยิ่งเห็นหน้าคู่แข่งตอนเดินลงมาพบว่าคนที่มากดออดเป็นใคร หล่อนยิ่งสะใจจนอยากจะหัวเราะลั่น
ไอรีน เป็นอะไรรึเปล่า?
เจ้าของชื่อรีบผวาเข้าซบไหล่บอบบางแล้วสะอึกสะอื้น พลางยกมือขึ้นกอดอีกฝ่ายแน่น
เจซ เจซโกรธฉันรึเปล่า?
จะโกรธเรื่องอะไร? เธอยังไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย คิ้วเรียวพลอยขมวดตามด้วยความกังวล ในขณะที่เสียงทุ้มดังแทรกอย่างไม่พอใจ
ก็เรื่องที่โดนแม่นี่ตบเมื่อวันนั้นไง! ลืมแล้วเหรอ?
แม้ในใจจะเดือดปุดหล่อนก็ยังเงยหน้ามองคนที่รักด้วยดวงตาสำนึกผิด ท่อนแขนยังไม่คลายจากเอวบาง
ใช่ เท็ดพูดถูก ฉันขอโทษจริงๆ ฉันผิดไปแล้ว อย่าโกรธฉันเลยนะ แล้วก้มหน้าซุกไหล่เขาอีกครั้ง
เจซซี่พ่นลมหายใจออกมาเบาๆอย่างโล่งใจแล้วยกมือขึ้นลูบศีรษะเด็กสาวปลอบประโลม เหมือนอย่างที่พี่ชายควรทำ
โธ่เอ๊ย! เรื่องแค่นั้นเอง ลืมไปตั้งแต่ออกจากบ้านเธอแล้วล่ะ ฉันหนังหนาจะตาย เด็กหนุ่มตอบติดตลกเพื่อให้อีกฝ่ายคลายกังวล เขาเป็นคนไม่ติดใจอะไรมากอยู่แล้ว
อีกทั้งขี้เกียจจะหาเหตุผลของสาเหตุการกระทำนั้นด้วย ยิ่งหายิ่งไม่สบายใจ ต่างฝ่ายต่างลืมอย่างนี้ไม่ดีกว่ากันหรือ?
จริงนะ? ดีใจจัง รักเธอที่สุดเลย ไอรีนพูดแจ้วพลางมองใบหน้าคมที่ขมึงทึงด้วยความโกรธอย่างสมใจ
ยกนี้หล่อนชนะ และจะชนะตลอดไป!
เด็กสาวคลายวงแขนออกแล้วเข้าจูบแก้มซ้ายขวาของเด็กหนุ่มหน้าหวานด้วยความรักหมดใจ หล่อนฉีกยิ้มเต็มที่ราวกับอารมณ์ขุ่นมัวเมื่อครู่ได้อันตรธานไปหมดสิ้น
หล่อนรู้อีกนั่นแหละว่าเขาชอบรอยยิ้มแบบนี้ รอยยิ้มที่ดูเปิดเผยและจริงใจ
เจซ คริสต์มาสนี้มาฉลองด้วยกันเอามั้ย เชิญคุณแม่เธอมาด้วย เราจะได้เต้นรำกัน ไอรีนทำฉอเลาะอย่างน่ารัก พลางปรายตามองร่างสูงเย้ยๆ
แล้วให้เอะใจเมื่อเห็นฝ่ายนั้นยิ้มเยาะที่มุมปาก เด็กสาวหันมามองแฟนตัวเองแล้วให้ใจหายวาบไปอยู่ที่ตาตุ่มทันทีเมื่อเห็นเจซซี่ทำท่าอึกๆอักๆ
เอ่อ คือ คริสต์มาสนี้ฉันกะจะไปญี่ปุ่นกับเทตซึน่ะ
เชียร์ลีดเดอร์สาวหันไปมองเจ้าของชื่ออย่างเคียดแค้นความฝันที่วาดไว้พังทลายไม่เหลือชิ้นดี หล่อนแทบอยากจะร้องกรี๊ดลั่น คราวนี้ฝ่ายที่ยิ้มด้วยความสะใจไม่ใช่หล่อนอีกต่อไปแล้ว
ปิศาจ! หมอนี่มันปิศาจชัดๆ!
เจซซี่โอบไหล่บางเข้าหาตัวแล้วกดศีรษะเล็กให้ลงซบโดยแกล้งทำลืมว่ายังมีใครอีกคนนั่งอยู่ด้วย
แต่เขาไม่มีทางรู้ว่าเทตซึนั้นอารมณ์ดีเกินกว่าที่จะเก็บภาพที่เห็นมาโกรธ ยิ่งเห็นใบหน้าที่บูดเบี้ยวเหมือนจะร้องไห้ของแม่คนนั้นแล้วร่างสูงยิ่งนึกสนุก
คำว่าหัวเราะที่หลังดังกว่ามันให้ความรู้สึกอย่างนี้เอง
ขอโทษจริงๆนะ แล้วจะซื้อของมาฝาก อยากได้อะไรล่ะ?
ขอโทษจริงๆนะ แล้วจะซื้อของมาฝาก อยากได้อะไรล่ะ?
แค่นี้? เขาพูดแค่นี้จริงๆน่ะเหรอ? แม้ใครต่อใครจะรู้ดีว่าคริสต์มาสเป็นเทศกาลครอบครัว แต่เจซซี่ไม่คิดจะชวนหล่อนไปด้วยเลยเหรอ?
เด็กสาวกลืนก้อนสะอื้นลงอก คนตรงหน้าทำให้หล่อนกลายเป็นคนเจ้าน้ำตาไปได้อย่างง่ายดาย การอยู่ใกล้เขามากเกินไปก็ทำให้สมองตื้อจนแทบจะคิดอะไรไม่ออก
และอาจจะทำให้เขาเอียนได้ หล่อนตัดสินใจอย่างรวดเร็ว บางทีระหว่างที่เจซซี่ไปญี่ปุ่น หล่อนอาจจะคิดอะไรดีๆออก
อีกทั้งการแยกกันสักพักอาจจะทำให้เขาโหยหาในตัวหล่อนขึ้นมาบ้างก็ได้ เด็กสาวขืนตัวออก ส่งยิ้มสดใสให้เด็กหนุ่มหน้าหวาน
น่าเสียดายจัง งั้นขอให้สนุกนะ ของฝากเอาอะไรก็ได้ แต่ถ้าได้กิโมโนสักชุดก็ดี อยากเห็นของจริง อีกอย่างถ้าได้ใส่กิโมโนตอนเป็นคู่เดทเธอไปงานพรอม
พวกที่โรงเรียนคงฮือฮากันใหญ่
เทตซึทำปากเบ้น้อยๆแกมดูถูก แม่คนนี้คงไม่รู้หรอกว่ากิโมโนดีๆชุดละเท่าไหร่
ถ้าหาให้ได้นะ ถ้าไม่ได้จะเอาอะไรล่ะ?
อะไรก็ได้ เจซชอบอะไรฉันก็ชอบทุกอย่างแหละ
ไอรีนฉอเลาะเสียงหวานพลางส่งสายตาท้าทายไปให้ร่างสูงที่ยังนั่งเงียบราวกับเป็นผู้ฟังที่ดี
ฉันไม่กลัวนายหรอก!
jjjj
ท่อนแขนเรียวถูกเขย่าเบาๆและแรงขึ้นเรื่อยๆเมื่อเจ้าตัวดูเหมือนจะไม่ตื่นขึ้นง่ายๆ
เจซ เจซ ตื่น! คนปลุกไม่ปลุกเปล่า ยังใช้มือตบแก้มเนียนเบาๆ
เจซซี่ลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย เด็กหนุ่มบิดขี้เกียจ หาวหวอดแล้วขยี้ตาอย่างสะลึมสะลือ ก่อนจะหันไปหาต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องตื่นขึ้นมา
อะไร? ถึงแล้วหรือไง?
ใกล้แล้ว ดูนั่นสิ
เขามองตามปลายนิ้วที่ชี้ออกไปนอกหน้าต่าง แล้วทำตาโตเมื่อเห็นสนามบินซึ่งอยู่ในสภาพเกาะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าลอยอยู่กลางทะเล
สุดยอด! นั่นสนามบินเหรอ?
ใช่ เสียงทุ้มตอบเจือแววภูมิใจ สนามบินคันไซ ที่สุดของที่สุดของสถาปัตยกรรมทางวิศวะแห่งญี่ปุ่น
แล้วจากสนามบินเราจะไปยังไงต่อล่ะ? คนตัวเล็กหันมาถามอย่างตื่นเต้น แทบจะหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง ดวงตาสีฟ้าใสเป็นประกายระยับราวกับเด็กอยากรู้อยากเห็น
เทตซึอมยิ้มขำด้วยความเอ็นดู อยากจะหอมแก้มนิ่มๆนั่นนัก
นั่งแท็กซี่ไปประมาณสี่สิบนาทีก็ถึง
ตั้งสี่สิบนาทีเชียวเหรอ? เจซซี่ถามด้วยความฉงน สี่สิบนาทีไม่ใช่เวลาน้อยๆเลย เกือบชั่วโมงด้วยซ้ำ
บ้านที่นี่ไกลหน่อย ค่อนข้างสันโดด เคยเป็นบ้านของพ่อแม่ของย่าฉันด้วย เสียงทุ้มอธิบายราบเรียบในขณะที่เครื่องเริ่มแล่นลงรันเวย์
บ้านที่นี่? งั้นก็มีอีกบ้านน่ะสิ?
อืม เมื่อก่อนเคยอยู่ที่บ้านใหญ่แต่ที่ดินแปลงเล็กกว่าที่นี่นะ มีเรือนญี่ปุ่นกับเรือนแบบยุโรป
แต่พอย่าเสียปู่ก็เลยย้ายกลับมาอยู่ที่นี่เพราะเงียบกว่าแล้วก็ดูแลง่ายกว่าด้วย เทตซึตอบตามความจริงแค่ครึ่งเดียว เพราะนอกจากบ้านใหญ่ที่โตเกียวแล้วแล้ว
ยังมีห้องชุดอย่างดีอีกหลายห้องที่ผู้เป็นปู่โอนมาเป็นชื่อเขา
รถแท็กซี่แล่นออกจากสนามบินผ่านย่านการค้าที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนที่ออกมาจับจ่ายหาซื้อของขวัญเพื่อเตรียมรับเทศกาลคริสต์มาสที่กำลังจะ มาถึงในอีกสองวันข้างหน้า
เจซซี่มองบรรดาร้านรวงที่ประดับด้วยต้นสน ไฟกระพริบและป้ายอวยพรทั้งภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นอย่างสวยงามด้วยความทึ่งหน่อยๆ
คนเยอะชะมัด ไม่ยักรู้ว่าคริสต์มาสก็สำคัญกับคนที่นี่เหมือนกัน
ก็คงงั้น แต่คนญี่ปุ่นถือคริสต์กันน้อยนะ
เทตซึอธิบายเสียงเรียบพลางมองออกไปนอกตัวรถบ้าง
ในขณะที่คนฟังทำตาโตแล้วพยักหน้าหงึกๆไปกับความรู้ใหม่ที่ได้รับก่อนจะหันกลับไปมองภาพด้านนอกอย่างสนใจ
กว่าจะพ้นสภาพการจราจรในย่านการค้ามาได้ก็กินเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง
รถแท็กซี่แล่นผ่านย่านชุมชนที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนปลูกติดกันแน่นขนัดแต่ก็ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย
จากนั้นดูเหมือนจะผ่านออกมานอกเมืองเพราะสิ่งที่เด็กหนุ่มร่างบางเห็นตามข้างทางมีเพียงแค่ต้นไม้ใบโกร๋นเหลือแต่ต้นสีดำสนิท
รถต้องแล่นช้ากว่าความเร็วปกติเนื่องจากถนนค่อนข้างลื่นเพราะชื้นหมอก ดังนั้นกว่าจะมาถึงจุดหมายก็ใช้เวลามากกว่าที่ร่างสูงบอกไว้ถึงเกือบหนึ่งเท่าตัว
จอดตรงนี้แหละครับ เทตซึบอกคนขับเมื่อรถแล่นมาถึงหน้าประตูด้านข้างของรั้วใหญ่ เด็กหนุ่มส่งเงินค่าโดยสารให้ก่อนลงไปลำเลียงสัมภาระออกมาจากกระโปรงรถ
ถึงแล้วเหรอ? เจซซี่ถามพลางเอามือล้วงกระเป๋าแล้วไล่สายตาไปตามกำแพงอิฐก้อนใหญ่ที่ยาวพอควร ร่างสูงพยักหน้ารับพลางไขกุญแจประตูไม้เล็กๆ
กี่เอเคอร์*?
ประมาณสามหรือสี่ แล้วเปิดประตูเดินนำเข้าไป ผู้เป็นอาคันตุกะมองสวนซึ่งบัดนี้แทบจะไม่มีต้นไม้เหลืออยู่นอกจากต้นสนที่สามารถทนต่อความทารุณของอากาศได้
เล็กกว่าที่คิดไว้อีกนะ เจซซี่ออกความเห็น มารดาเลี้ยงเคยพูดไว้ว่าปู่ย่าของเทตซึเป็นเศรษฐี แต่เศรษฐีที่อเมริกาแต่ละคนมีคฤหาสน์อยู่บนเนื้อที่เป็นร้อยๆเอเคอร์
มีสวนสวยงามเป็นระเบียบ มีสระว่ายน้ำ มีสนามเทนนิส มีฟิตเนสในตัว บางรายถึงกับมีสนามกอล์ฟและสร้างคอกม้าส่วนตัวด้วยซ้ำ
จะว่าไปเกษตรกรที่โน่นบางคนก็มีที่ดินเป็นร้อยๆเอเคอร์ไว้ปลูกพวกพืชไร่เหมือนกัน ทำไมคนญี่ปุ่นถึงมีที่น้อยนัก?
นายต้องเข้าใจนะว่าญี่ปุ่นมีที่ราบอยู่อาศัยได้น้อยแต่มีประชากรมาก จะให้เหมือนที่โน่นได้ไง
ที่นั่งรถผ่านมาก็เห็นไม่ใช่เหรอว่าบ้านแต่ละหลังน่ะเบียดกันถึงจนหน้าต่างแทบจะชนกันน่ะ?
ก็จริงนะ คนตัวเล็กคิดตามพลางมองไปรอบตัวอย่างท้อใจน้อยๆ เมื่อไหร่จะเดินถึงเสียทีนะ มีแต่ก้อนหินกับต้นไม้ใบโกร๋น ไม่ได้น่าสนใจเอาเสียเลย
ดังนั้นจึงไม่วายจะหมดคำถาม แล้วนี่ไม่มีทางรถเข้าหรือไง?
มี แต่อยู่ทางหัวมุมโน้น เจ้าของบ้านบุ้ยปากไปทางอีกฝากของกำแพง ฉันไม่ได้บอกใครว่าจะมาวันนี้ ปกติจะมาถึงวันคริสต์มาสเลย
เพราะงั้นเลยเข้าประตูนี้กะให้แปลกใจกันหน่อย
ไอน้ำที่อยู่บนพื้นและตะไคร่น้ำที่จับตามทางเดินทำให้เดินได้ไม่สะดวกเท่าที่ควร ไหนจะต้องคอยหิ้วกระเป๋าเดินทางใบย่อมอีกคนละใบ
ดังนั้นกว่าทั้งคู่จะเดินมาถึงคฤหาสน์ทรงญี่ปุ่นก็ใช้เวลาถึงสิบนาที
เด็กหนุ่มผมสีข้าวเปลือกสุกมองไปรอบๆบริเวณอย่างสนใจ บ้านชั้นเดียวใต้ถุนเตี้ยสไตล์ญี่ปุ่นเหมือนที่เขาเคยเห็นจากทีวีไม่มีผิดเพี้ยน
ถ้าเป็นฤดูร้อนดอกไม้ในสวนนี้คงสวยไม่หยอก ตรงกลางมีลำธารเล็กๆแยกสวนนี้ออกเป็นสองฝั่งโดยมีสะพานไม้น่ารักเป็นตัวเชื่อม
น้ำในลำธารไม่กลายเป็นน้ำแข็งเหมือนอย่างที่บ้านแต่เขาพนันได้ว่ามันต้องเย็นเยียบจับขั้วหัวใจแน่
ตรงริมลำธารมีต้นไม้ใหญ่อายุร่วมร้อยปีเอนลำต้นและแผ่กิ่งก้านสาขาเป็นแนวนอนเกือบจะขนานกับสายน้ำ ดูแล้วน่าขึ้นไปนั่งห้อยขาเล่น
ฟากโน้นมีศาลาเล็กๆตั้งอยู่ด้วย ดวงตาคู่สวยมองไล่ไปไกลเรื่อยๆ อ้อ ตรงนั้นเองทางรถเข้า
ร่างบางเพลิดเพลินไปกับภาพที่เห็นจนลืมหนาวไปชั่วครู่ มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อคนที่มาด้วยยืนเรียกจากชานบ้าน
เจซ จะขึ้นมาหรือจะยืนหนาวอยู่ข้างล่าง?
เขารีบเคาะส้นรองเท้าไล่น้ำขังก่อนจะตามขึ้นไป ร่างสูงเดินนำไปตามระเบียงเรื่อยๆ
ไม่นานก็พบหญิงวัยกลางคนที่กำลังนั่งทำความสะอาดบันไดทางขึ้นอีกด้านอย่างพิถีพิถัน หล่อนเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าแล้วรีบวางผ้าในมือลง
รอยยิ้มกว้างอย่างยินดีปรากฏขึ้นบนใบหน้ากลมป้อมนั่น ก่อนจะโค้งตัวให้เด็กหนุ่มที่เดินนำหน้า
ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะคุณชาย ดิฉันจะเข้าไปเรียนคุณโชเฮให้นะคะ
ว่าแล้วก็เตรียมตัวลุกหากแต่เทตซึยกมือขึ้นเป็นเชิงปราม หล่อนจึงยืนประสานมือก้มหน้าต่ำรอรับคำสั่งอย่างนอบน้อม
เดี๋ยวจะเข้าไปเอง คุณอาอยู่ที่ไหน?
ให้คนทำความสะอาดห้องคุณชายอยู่ค่ะ
คุณชายของบ้านพยักหน้ารับก่อนจะส่งกระเป๋าเดินทางของตัวเองและของร่างบางให้หญิงรับใช้ผู้นั้นนำไปเก็บ ส่วนตนเองเลื่อนประตูเดินนำอีกฝ่ายเข้าไปด้านใน
เขานอบน้อมจังนะ เจซซี่กระซิบอย่างตื่นๆแล้วเดินชิดคนข้างหน้าโดยอัตโนมัติ เขารู้สึกเกร็งอย่างบอกไม่ถูก และเหมือนผู้เป็นเจ้าบ้านจะรู้จึงตบไหล่ปลอบใจเบาๆ
ไม่ต้องเกร็งหรอก ไม่ได้มีพิธีรีตองอะไรมากมาย แต่นั่นแหละ คนญี่ปุ่นล่ะ
แต่นั่นก็ไม่ทำให้เขาหายตื่นเกร็งขึ้นมาได้ เพราะตามทางที่ผ่าน เหล่าบรรดาคนรับใช้ในชุดยูคาตะต่างก็ทักทายเจ้านายหนุ่มด้วยกิริยาเดียวกันทั้งนั้น
ทำให้เขารู้สึกไม่ต่างจากมหาดเล็กที่กำลังเดินตามพระราชาสักเท่าไหร่ ถึงกระนั้นการตกแต่งภายในก็ยังชวนให้ตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย ดูเหมือนคนญี่ปุ่นจะชอบกระดาษมาก
มองไปทางไหนมีแต่ประตูเลื่อนที่ทำจากโครงไม้และปิดทับด้วยกระดาษเต็มไปหมด ไม่หนาวกันบ้างหรือไงนะ
เทตซึเลื่อนประตูบานหนึ่งออกอย่างเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้
แล้วยืนพิงกรอบประตูอมยิ้มมองชายร่างเล็กที่กำลังยืนหันหลังคอยสั่งการคนรับใช้ให้ทำความสะอาดห้องนอนของเขาอยู่
คุณอาโชเฮ
เพียงเท่านั้นร่างในชุดยูคาตะสีดำก็หันขวับมายิ้มกว้างด้วยความดีใจแล้วรีบเดินปราดเข้ามาหา เจซซี่ไล่สายตาสำรวจอีกฝ่าย ผู้ชายคนนี้ดูแล้วน่าจะประมาณสามสิบ
ท่าทางจะสูงกว่าเขาหน่อย เป็นคนที่จัดว่าหน้าตาดีไม่จืดชืดเหมือนอย่างคนญี่ปุ่นทั่วๆไปที่เขาเคยพบ
ผมเส้นเล็กละเอียดสีดำสนิทตัดกับผิวขาวจัดซอยระต้นคอทำให้ใบหน้ารูปไข่ค่อนไปทางหวานดูน่ามองยิ่งกว่าเดิม
ท่านเทตซึ จะมาทำไมไม่บอกกันก่อนครับ จะได้เตรียมอะไรต่ออะไรไว้ให้
คราวนี้กลับเป็นเทตซึที่โค้งให้เสียเองในขณะที่อีกฝ่ายเข้าลูบแขนลูบไหล่ร่างสูงด้วยความคิดถึง
ขนาดไม่บอกคุณอายังเตรียมไว้ซะพร้อม หนุ่มลูกครึ่งกล่าวยิ้มๆ ถึงเจซซี่จะฟังไม่ออกแต่เขาก็พอจะดูรู้ว่าสองคนนี้สนิทกัน และผู้ชายคนนี้ก็ดูจะมีฐานะสูงกว่าคนรับใช้
เอ หรือว่าจะเป็นญาติ ไม่สิ แครอลไลน์บอกว่าพ่อเทตซึเป็นลูกโทนไม่ใช่หรือ
ผมก็แค่ให้เด็กเตรียมทำความสะอาดไว้ก่อนจะปีใหม่เท่านั้น นี่ก็เพิ่งเริ่มทำแค่ห้องคุณท่านกับห้องท่านเทตซึนี่แหละ
ดูเหมือนตอนนี้เองที่ชายหนุ่มจะเพิ่งสังเกตถึงการมีตัวตนของเด็กอเมริกันที่ยืนอยู่ข้างหลัง
แล้วนั่น?
ร่างสูงยิ้มแล้วหันไปโอบไหล่คนที่มาด้วยไว้หลวมๆ โชเฮลอบมองแววตาของคุณชายที่เลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออกแล้วให้เกิดลางสังหรณ์แปลกๆ
นี่เจซซี่ ที่ผมเคยเล่าให้ฟังบ่อยๆไง
ไม่ผิดแน่! เขาเคลือบแคลงสงสัยมานานแล้วว่าพี่ชายที่ชื่อเจซซี่นี่สำคัญต่อคุณชายของเขายังไง? ในแง่ไหน? แต่ในวันนี้
ยิ่งเห็นแววตาที่เจ้านายหนุ่มใช้มองอีกฝ่ายเขายิ่งมั่นใจ
เรื่องยุ่งๆเริ่มก่อเค้าขึ้นแล้ว!
แต่ขออย่างเดียว ขออย่าให้ผลลัพธ์จบลงอย่างเช่นในอดีต!
เจซ นี่คุณอาโชเฮเป็นพ่อบ้านของที่นี่และเป็นเลขาส่วนตัวของปู่ แต่เราสนิทกันเหมือนญาติแท้ๆ
สวัสดีครับ ผมชื่อเจซซี่เป็นพี่ชายของเทตซึครับ
เจซซี่ยื่นมือออกไปทักทายพ่อบ้านหนุ่มอย่างไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจภาษาอังกฤษที่เขาพูดหรือไม่
แต่แล้วก็แทบจะผงะเมื่อชายชาวญี่ปุ่นยื่นมือมาพร้อมทักตอบด้วยสำเนียงออซซี่ชัดแจ๋วไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย
สวัสดีครับ ขอบคุณที่ช่วยคุณท่านและผมดูแลท่านเทตซึตลอดมา
คุณปู่คงดูแลบ้านใหญ่อยู่ใช่มั๊ยครับ?
ครับ ท่านกะจะให้เสร็จพรุ่งนี้จะได้มาดูบ้านนี้ต่อ แล้วกะจะให้ทำความสะอาดบ้านนี้เสร็จวันที่สามสิบเอ็ดพอดี งั้นวันนี้ผมจะให้เด็กรีบทำความสะอาดห้องแขกให้นะครับ
ไม่ต้องครับ ร่างสูงปฏิเสธแทบจะทันควันในขณะที่ผู้ถามเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความฉงนแกมกังวลใจ ให้เขานอนห้องเดียวกับผมก็ได้ ถ้ายังไง ขอฟูกอีกผืนก็พอ
เทตซึว่าพลางยิ้มในหน้า เนื่องจากฟูกเสริมที่ว่าเมื่อถึงเวลาจริงๆแล้วคงไม่จำเป็นต้องใช้เท่าใดนัก
* 1 acre มีขนาดประมาณ 2.5 ไร่ 1 ไร่ มี 400 ตารางวา หรือ 1,600 ตารางเมตร
jjjj
พอทั้งคู่ล้างหน้าล้างตาเสร็จ อาหารเย็นก็ถูกจัดวางบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว เจซซี่ทำหน้าปูเลี่ยนๆขณะก้มลงมองอาหารญี่ปุ่นตรงหน้า
เนื่องจากพวกเขามาอย่างกระทันหันแม่ครัวจึงจัดเตรียมอาหารแบบตะวันตกให้ไม่ทัน พ่อบ้านร่างเล็กรินชาเขียวร้อนๆใส่จอกให้ ก่อนจะเดินออกไป
คุณอาไม่ทานด้วยกันเหรอครับ? เทตซึเงยหน้าขึ้นถามอย่างแปลกใจ เพราะปกติแล้วโชเฮจะนั่งร่วมโต๊ะกับเขาและปู่เสมอ ใบหน้ารูปไข่ปรากฏรอยยิ้ม
พลางส่ายศีรษะน้อยๆ
ผมทานของว่างไปตั้งแต่บ่าย ยังไม่ค่อยหิว แต่มื้อเช้าไม่พลาดแน่ ขอตัวก่อนนะครับ จะให้เด็กต้มน้ำเตรียมไว้ให้
อายุเท่าไหร่น่ะ? เจซซี่ถามขึ้นอย่างเก็บความสงสัยไม่อยู่เมื่อคนที่ถูกพูดถึงเดินออกไปจากห้องแล้ว เจ้าบ้านเลิกคิ้วแล้วหันมาย้อนถาม
คิดว่าเท่าไหร่ล่ะ?
ยี่สิบเก้า สามสิบมั้ง
สี่สิบเอ็ดต่างหาก คนพูดยิ้มอย่างมีชัย ไม่ว่าใครที่เพิ่งเคยรู้จักพ่อบ้านหนุ่มต่างก็เดาอายุเจ้าตัวผิดทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกคนตะวันตกนี่ ไปไกลเลย
เหลือเชื่อ หน้าเด็กชะมัด ร่างบางทำตาโตแล้วงึมงำกับตัวเองพลางลงมือจับตะเกียบอย่างเก้กังเนื่องจากยังไม่เคยใช้อุปกรณ์ชนิดนี้มาก่อน
หนุ่มลูกครึ่งยิ้มขำก่อนจะใช้ตะเกียบตัวเองแบ่งชิ้นปลาย่างเกลือในจานอีกฝ่ายแล้วคีบป้อน
ไม่เอา เดี๋ยวกินเอง คนตัวเล็กพยายามเบือนหน้าหนี แก้มใสมีสีซับโลหิตด้วยความเขินอาย แต่เด็กเอาแต่ใจก็ยังถือตะเกียบคอยจะจ่อปากเขาอยู่ไม่ลดละ
ทำให้ต้องยอมแพ้อ้าปากรับในที่สุด
อร่อยรึเปล่า? เทตซึถามพลางใช้ตะเกียบคู่เดิมคีบอาหารเข้าปากตัวเองบ้าง คนถูกถามเอียงคอคิดอยู่นานก่อนจะตอบอย่างไม่แน่ใจในตัวเองนัก
ก็ เค็มๆดีเหมือนกัน
งั้นลองนี่ พลางคีบเนื้อต้มมันในชามใบเล็กขึ้นป้อน แม่ครัวที่นี่ทำเนื้อต้มมันอร่อยมาก
เจซซี่อ้าปากรับอย่างเลยตามเลยเป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูถูกเลื่อนออกเนื่องจากโชเฮเพิ่งคิดได้ว่าผู้เป็นแขกอาจจะใช้ตะเกียบไม่ถนัดนัก จึงนำมีดและส้อมเข้ามาให้
พ่อบ้านหนุ่มจึงเห็นภาพที่ไม่อยากเห็นเข้าจนได้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังปั้นหน้าเรียบขณะส่งมีดและส้อมให้เจ้าตัว
กลัวว่าคุณเจซซี่จะทานไม่สะดวก เลยเอามีดกับส้อมมาให้ครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อน
โชเฮก้มศีรษะน้อยๆก่อนจะเดินออกจากห้องแล้วเลื่อนประตูปิดแผ่วเบา ชายหนุ่มถอนหายใจหนักหน่วงกับตัวเอง
เขารักเทตซึเหมือนลูกแท้ๆ ถ้าสามารถทำให้เด็กหนุ่มมีความสุขได้เขาก็ยินดีทำให้ทุกอย่าง แต่เรื่องนี้
ผลลัพธ์ในอดีตจบลงอย่างไรเขารู้ดีที่สุด ต่างฝ่ายต่างเจ็บปวด ถ้าถอนตัวตอนนี้อาจจะยังทัน
jjjj
คุณโชเฮจะว่าไงบ้างก็ไม่รู้ ร่างบางถามขณะเดินไล่เลื่อนตู้ต่างๆในห้องดูด้วยความสนใจ กระเป๋าเสื้อผ้าเขาถูกนำมาเก็บใส่ตู้ไว้เรียบร้อยแล้ว ห้องทั้งห้องโล่งหมด
มีแค่ฟูกสองผืนวางปูอยู่บนพื้นกับฮีตเตอร์ซึ่งเป็นเครื่องปรับอากาศในตัววางอยู่ที่มุมห้องด้านหนึ่ง
จะว่าอะไรล่ะ ก็นายใช้ตะเกียบไม่เป็นนี่
งั้นก็ดีไป ว่าพลางเหลือบมองคนที่นอนเอกเขนกอ่านหนังสืออยู่บนฟูกอย่างสบายอกสบายใจ เขามองฟูกตัวเองชั่วครู่แล้วตัดสินใจลองลงไปนอนดูบ้าง
และพบว่าเครื่องนอนแบบญี่ปุ่นไม่ได้ให้ความรู้สึกไม่สบายตัวแต่อย่างใด ก็เหมือนกับนอนถุงนอนแต่ออกจะนิ่มและอุ่นกว่าเสียด้วยซ้ำ
แต่ถึงกระนั้นอากาศเย็นเยียบยามค่ำคืนก็น่าหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะกับคนขี้หนาวอย่างเขา
นอนอย่างนี้ตอนกลางคืนไม่หนาวเหรอ? เอ๊ะ! แต่มีฮีตเตอร์นี่เนอะ
เดี๋ยวตอนนอนก็ปิดแล้ว ร่างสูงยิ้มเจ้าเล่ห์ สายตายังคงจับจ้องกับหนังสือ
งั้นก็หนาวแย่สิ คนขี้หนาวอุทธรณ์ เทตซึวางหนังสือลงข้างตัวแล้วหันมาหา
งั้นก็เลื่อนฟูกมาใกล้ๆ หรือไม่ก็ ว่าพลางเขยิบตัวเล็กน้อยเพื่อให้เกิดช่องว่างบนฟูกนอนตน นอนตรงนี้
คิดดูก่อน เจซซี่พยักหน้ารับรู้ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะนอนบนฟูกผืนเดียวกันเพราะปกติพวกเขาก็นอนเบียดกันบนเตียงเดี่ยวที่บ้านอยู่แล้ว
ร่างบางลุกไปรื้อเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าเตรียมตัวอาบน้ำ
ห้องน้ำอยู่ไหน? ถามแค่นั้นคนที่นอนอยู่ก็ลุกพรวดขึ้นมาอย่างกระตือรือร้นแล้วเดินไปหยิบชุดยูคาตะสองชุดออกมาจากชั้นในตู้เสื้อผ้า
ไปอาบด้วยกันเลยดีกว่า ได้ไม่ต้องเสียเวลา
เจ้าของดวงตาสีท้องฟ้าเกือบจะคล้อยตามอยู่แล้วถ้าไม่นึกถึงข้อเท็จจริงบางอย่างขึ้นมาได้เสียก่อน เขาไม่ได้อยู่บ้านตัวเองเสียหน่อย
จะดีเหรอ ถ้าใครเห็นเข้า
ทำไม? กลัวใครเห็นหรือไง? เสียงทุ้มตวัดถามอย่างน้อยใจทำให้คำว่า แน่ล่ะสิ ถูกกลืนลงคอเมื่อเห็นความน้อยใจในดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น
เจซซี่แกล้งหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วลุกขึ้นมาหา
ไม่ใช่อะไรหรอก ผู้ชายสองคนเข้าไปอาบน้ำด้วยกันน่ะ ใครเห็นเข้าจี้ตายเลย
คนตัวโตยิ้มกว้าง อารมณ์ดีขึ้น พลางเข้าไปกอดเอวบางหลวมๆรุนหลังให้เดินไปด้วยกัน
ไม่มีใครเห็นหรอก อีกอย่างถึงเห็นก็ไม่เป็นไรสักหน่อย เพราะคนญี่ปุ่นไม่ถือเรื่องอาบน้ำด้วยกัน
jjjj
เจซซี่เดินกลับห้องพลางฮัมเพลงในลำคอเบาๆอย่างสบายเนื้อสบายตัว เมื่อครู่ตอนนั่งแช่น้ำ
เทตซึช่วยนวดคลายเส้นให้เขาด้วยจึงหายเมื่อยจากการนั่งเครื่องบินเป็นปลิดทิ้ง เพิ่งจะรู้ว่านวดตัวในน้ำอุ่นจัดมันดีอย่างนี้เอง
เข้าห้องไปก่อนนะ เดี๋ยวมา ไปหยิบของแป๊บนึง
ร่างสูงเอ่ยขึ้นขณะมือเล็กเลื่อนประตูเปิด เจ้าตัวพยักหน้ารับคำก่อนเดินเข้าห้องไปก่อน เขายืนคว้างกลางห้องอย่างไม่รู้จะทำอะไรดี
จะดูทีวีเทตซึก็บอกว่าต้องไปดูที่ห้องนั่งเล่น เด็กหนุ่มก้มลงสำรวจชุดยูคาตะที่อยู่บนร่างอย่างไม่ค่อยสนิทใจนัก เมื่อครู่เขาก็รู้สึกสบายตัวดีอยู่หรอก
แต่ตอนนี้มันรู้สึกหวิวๆโล่งๆอย่างไรพิกล
ประตูห้องถูกเปิดอีกครั้งพร้อมกับเด็กหนุ่มเจ้าของบ้านที่ถือถาดไม้มีขาเข้ามา บนถาดมีขวดทรงเรียวใบเล็กและจอกเหล้าสองจอก
ร่างสูงวางถาดลงบนพื้นด้วยอาการกุลีกุจอ
อะไรน่ะ? ถามพลางเดินเข้ามาใกล้ ใบหน้าคมเข้มเงยขึ้นมายักคิ้วแล้วยิ้มตอบ
เหล้าสาเก
เหล้าสาเก? ร่างบางทวนคำอย่างตื่นเต้นแล้วรีบทรุดตัวลงนั่งข้างๆ แม้ว่าจะไม่ใช่คนติดเหล้าแต่เขาก็ชอบลองเหล้าแปลกๆอยู่เสมอ
แม้จะรู้ว่าลองทุกครั้งเมาทุกครั้งก็ตาม เหล้าบางชนิดที่ลองแล้วพอใจในรสชาติ เขาก็จะเลือกดื่มเมื่อมีโอกาสสังสรรค์กับเพื่อนๆ และหลายชนิดที่ไม่เคยแตะเป็นครั้งที่สอง
คราวนี้มาถึงญี่ปุ่นทั้งที จะไม่ลองเหล้าประจำชาติก็กระไรอยู่ มือเล็กรีบรับจอกใบน้อยที่ร่างสูงส่งมาให้แล้วยกขึ้นจรดริมฝีปาก
ช้าๆ เดี๋ยวก็เมาหรอก เทตซึเตือนแต่ก็สายไปเสียแล้ว เหล้าในจอกเหือดแห้งไปในพริบตาเดียว
เจซซี่หลับตาปี๋พลางอ้าปากกว้างพ่นลมออกแรงเพื่อระบายความร้อนที่วิ่งผ่านลำคอลงไปเมื่อครู่ เด็กหนุ่มลืมตาคลี่ยิ้มสดใสก่อนจะส่งจอกเหล้าให้อีกฝ่ายเติม
อุ่นดี เอาอีก
คราวนี้เขาค่อยๆยกขึ้นจิบทีละน้อยให้ความร้อนค่อยๆแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ร่างบางเปลี่ยนท่านั่งเป็นขัดสมาธิโดยไม่ทันระวังตัว
ชายผ้ายูคาตะแยกออกกว้างเผยให้เห็นผิวขาวตรงขาอ่อนด้านใน ทำให้มือใหญ่ที่กำลังจะยกจอกเหล้าขึ้นถึงกับชะงักค้าง
ยั่วกันขนาดนี้ จะปล่อยได้ไง
จอกเหล้าในมือถูกวางลงตามด้วยถาดไม้ที่ถูกยกหนีออกไปให้พ้นทาง ทำให้คนที่ยังไม่คิดจะเลิกดื่มง่ายๆถามขึ้นอย่างไม่พอใจ
จะทำอะไร? ฉันยังอยากดื่มต่อนะ
จอกใบน้อยในมือถูกแย่งมา แล้วกลิ้งไปไว้ข้างที่นอนอย่างไม่ใส่ใจนัก เทตซึค่อยเคลื่อนกายเข้าหา ใช้แขนทั้งสองยันคร่อมร่างบางไว้
แล้วไล้เลียริมฝีปากอิ่มราวกับเสียดายรสเหล้าที่เหลือค้างอยู่
ทำอย่างอื่นสนุกกว่าน่า เหล้าน่ะ จะดื่มเมื่อไหร่ก็ได้ทั้งนั้นแหละ
อย่าเอาแต่ใจนักสิ เสียงต่อว่าดังเพียงแผ่วๆเพราะเจ้าตัวเริ่มรู้สึกถึงไฟปรารถนาลุกโชนขึ้นมาแล้วเช่นกัน เจซซี่นอนราบลงกับฟูกตามแรงกดเพียงเบาๆอย่างง่ายดาย
ตอนนี้ในสมองเขาไม่คิดอะไรทั้งนั้น รู้เพียงแต่ว่าบรรยากาศรอบตัวตอนนี้ให้ความรู้สึกที่ เซ็กซี่สุดๆ
มือใหญ่แก้ปมโอบิออกแล้วแหวกชายชุดยูคาตะบนร่างอีกฝ่ายให้แยกออกจากกัน ใบหน้าคมเข้มค่อยก้มเข้าหา
เก็บเกี่ยวความหอมหวานจากเรียวปากคู่สวยอย่างไม่รู้เบื่อ เจซซี่แอ่นกายสะดุ้งน้อยๆเมื่อนิ้วอุ่นละเลียดผ่านยอดอกเพียงเฉียดฉิว
มือเล็กเริ่มลูบลึกเข้าไปสัมผัสกล้ามอกแน่นอย่างเผลอไผล แล้วเอ่ยปรามเสียงแผ่วเมื่อริมฝีปากอุ่นเริ่มลดต่ำลงซุกไซ้ซอกคอ
อย่าทำรอยตรงนี้นะ
เทตซึรับคำในลำคอ เมื่อถูกห้ามปรามลิ้นอุ่นจึงได้แต่ไล้เลียตรงแอ่งชีพจรแทน
ร่างบางกัดริมฝีปากแล้วครางเครือผะแผ่วเมื่อปลายลิ้นนั้นไล่ต่ำไปถึงยอดอกแข็งตึงแล้วหยุดที่เดิมเนิ่นนาน
เจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มเลื่อนริมฝีปากไปบริเวณเนื้ออ่อนๆที่แผ่นอกเล็ก จูบเม้มรุนแรงแล้วใช้ฟันย้ำเบาๆเพื่อให้เกิดร่องรอย จากนั้นก็เผื่อแผ่ไปตามท่อนแขนด้านใน
เขารู้สึกดีที่ได้ฝากร่องรอยไว้บนเรือนร่างนี้ รู้สึกดีที่ได้ทำให้คนๆนี้กลายเป็นของเขา
ร่างสูงค่อยๆเลื่อนตัวลงต่ำพลางฝากรอยเช่นนี้ไปทั่วผิวเนื้อเนียน จากแผ่นอก ต้นแขน
ต่ำไปเรื่อยๆถึงท้องน้อยเนียนเรียบ ก่อนจะเลยไปขาอ่อนด้านในราวกับลืมเลือนบางจุด
เจซซี่บิดเกร็งอย่างทรมาน เขาต้องการได้รับการปลดปล่อย
แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะจงใจแกล้งให้เขาขาดใจตายจึงได้แต่พรมจูบไปตามซอกขาเท่านั้นโดยละเลยสิ่งที่สำคัญกว่าอย่างไม่ไยดี
เทต อย่าแกล้ง
เสียงใสที่สั่นพร่าทำให้เขายิ่งนึกสนุก มือแข็งแรงทั้งสองดันต้นขาเนียนขึ้นสูง ก่อนจะสอดปลายลิ้นเข้าไปในช่องทางคับแคบช้าๆให้ลึกที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ร่างบางยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงร้องของตนเอง ใบหน้าเนียนแดงก่ำชื้นไปด้วยเหงื่อ ประสาทรับสัมผัสทุกส่วนตื่นเกร็ง
เขารู้สึกเหมือนคนติดยาที่กำลังจะลงแดงตายเพราะปริมาณยาที่เสพน้อยเกินขนาด แล้วแทบจะต้องร้องออกมาดังๆอย่างผิดหวังเมื่อจู่ๆอีกฝ่ายก็ยันกายขึ้น
เทตซึถอดเสื้อผ้าของตนเองออกอย่างลวกๆจากนั้นก็จัดการกับชุดยูคาตะที่หลุดลุ่ยของคนที่นอนระทวยอยู่ ร่างบางถูกจับพลิกตะแคงข้าง
ขาเรียวข้างหนึ่งถูกยกขึ้นสูงเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่นอนซ้อนทับด้านหลังให้ทำการสอดใส่ได้สะดวกขึ้น
เจ้าของผมสีทองสะดุ้งเกร็งด้วยความเจ็บปวดปนสุขสมเมื่อความแข็งแกร่งที่ร้อนผ่าวค่อยๆเข้ามาอยู่ในร่างกายทีละน้อย
แล้วหยุดอยู่เนิ่นนานก่อนจะเริ่มขยับกายอย่างแสนเชื่องช้า จากท่าที่นอนอยู่ในขณะนี้ทำให้ผู้ควบคุมเกมมีเพียงร่างที่ซ้อนทับด้านหลัง
เขาแทบจะขาดใจตายเมื่ออีกฝ่ายยังคงจังหวะที่เนิบนาบอยู่อย่างนั้น ลิ้นอุ่นจัดไล่เลียจากต้นแขนขึ้นไปยังหัวไหล่ ขบเม้มเบาๆอย่างยั่วเย้าพลางแกล้งกระซิบข้างหู
เจซ ดีจัง
เจ้าของชื่อเกร็งสะท้านพลางหอบหายใจถี่ ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำอันเกิดจากความปรารถนาที่อัดแน่นอยู่ภายใน
ผิวกายเนียนสั่นสะท้านเย็นชื้นไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กที่ผุดพรายแต่ภายในกลับร้อนรุ่มด้วยแรงอารมณ์ สองมือจิกขยำฟูกนอนจนยับย่น
เขาพยายามกลั้นเสียงร้องให้อยู่แค่ในลำคอ ซึ่งกลับกระตุ้นอารมณ์ร่างสูงมากขึ้นกว่าเดิม
ยิ่งเมื่อรู้สึกถึงช่องทางอันร้อนผ่าวซึ่งกำลังบีบเกร็งรัดแก่นกายแน่นก็ยิ่งต้องการจะสนองอารมณ์ของตนให้สาใจ
แต่ตอนนี้ความต้องการที่จะเห็นร่างตรงหน้าอ้อนวอนร้องขอสัมผัสจากเขากลับมีมากกว่า เทตซึลดขาเนียนลงแล้วถอนกายออก
เจซซี่รู้สึกเหมือนถูกพาขึ้นไปยังที่สูงจนเกือบจะถึงปลายยอดอยู่แล้วแต่กลับถูกปล่อยเอาไว้กลางทาง ร่างทั้งร่างหนักอึ้ง ผิวเนื้อสะท้านไหวน้อยๆด้วยอารมณ์ที่ค้างเติ่ง
ร่างสูงยิ้มพอใจเมื่อเห็นดวงตาสีฟ้าที่ดูจะอ้อนวอนเขาอยู่กลายๆแต่เจ้าตัวกลับไม่พูดออกมา เขานอนตะแคงอยู่ข้างๆ
พรมจูบใบหน้าสวยเล่นพลางไล้เฉพาะปลายนิ้วไปยังส่วนที่อ่อนไหวที่สุดของอีกฝ่าย แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ร่างบางสะดุ้งไหว
รู้สึกเหมือนกระแสไฟอ่อนๆแล่นไปทั่วร่าง แล้วพยายามแอ่นช่วงกลางลำตัวของตนขึ้นรับสัมผัสมากขึ้นแต่มือใหญ่กลับชักหนี
เทต ซึ เทตซึ เจ้าของผมสีทองสะอื้นฮักแล้วเปล่งเสียงครางเครือเรียกชื่ออีกฝ่ายซ้ำๆอย่างวอนเว้า น้ำตาใสไหลอาบใบหน้าแดงก่ำ
แค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ความอดทนของเจ้าของชื่อขาดผึงลงทันที
เขาก้มลงจูบริมฝีปากแดงเจ่อนั่นหนักๆก่อนจะช้อนเอวบางขึ้นจับร่างอีกฝ่ายพลิกคว่ำแล้วสอดแทรกแก่นกายตัวเองเข้าไปในช่องแคบที่อุ่นร้อนอ ย่างรวดเร็ว
ที่เขาว่าน้ำตาของคนรักในสถานการณ์อย่างนี้กระตุ้นอารมณ์อย่างว่านั้น จริงเสียยิ่งกว่าจริง
เทตซึจับเอวเล็กกระชับแน่นแล้วเคลื่อนไหวรุนแรงให้สาสมกับความต้องการระบายอารมณ์ใคร่ที่ทนสะกดมาเมื่อครู่ เขาพาตัวเองด่ำดิ่งลงลึกครั้งแล้วครั้งเล่า
แก่นกายร้อนผ่าววนเวียนเสียดสีกับผนังอ่อนนุ่มที่เต็มไปด้วยประสาทรับความรู้สึก แต่ถึงกระนั้นความปรารถนาในกายยังไหลทะลักเข้ามาอย่างไม่สิ้นสุด
ยิ่งเร่งจังหวะ ยิ่งรู้สึกเหมือนจะขาดใจตาย
ความสุขที่แล่นขึ้นเป็นริ้วๆตามจังหวะกระแทกกายของร่างเบื้องหลังทำให้มือเล็กๆทั้งสองยึดหมอนใบใหญ่ไว้แน่นเหมือนต้องการจะเกาะ
เป็นหลักเพื่อไม่ให้ตนเองถลำไปข้างหน้าจากการโถมกายเข้าใส่อย่างรุนแรง รวดเร็ว ใบหน้าสวยเกลือกกลิ้งไปมาบนหมอนนุ่มอย่างสุดระงับ
ในหัวสมองว่างเปล่าขาวโพลนไปหมด สิ่งที่รับรู้ในตอนนี้มีเพียงแค่ความร้อนผ่าวที่อัดแน่นอยู่ในตัว หน้าท้องขาวเนียนกระตุกเกร็งเป็นระยะ
ในขณะที่เสียงใสๆพร่ำครางครวญเรียกชื่ออีกฝ่ายในคอราวกับร้องขอ
อาการสะท้านเกร็งที่กระชั้นขึ้นทำให้ร่างสูงเร่งโถมกายเข้าใส่แล้วลดตัวลงประกบแผ่นหลังเปลือยเปล่าไว้ จูบไซ้หนักๆที่ซอกคอ
ก่อนจะพาทั้งตนเองและอีกฝ่ายมาถึงจุดสูงสุดแห่งอารมณ์พร้อมกัน
เจซซี่ครางหนักๆในลำคอเมื่อรู้สึกถึงน้ำหนักกายที่อยู่บนตัว ความสุขที่ได้รับเมื่อครู่ทำให้สิ่งที่เห็นภายใต้เปลือกตาปิดสนิทมีเพียงแสงระยิบระยับที่พร่าเลือน
ร่างสูงถอนกายออกแล้วถ่ายน้ำหนักลงบนศอกข้างหนึ่ง ก้มลงจูบขมับชื้นแล้วกระซิบถาม
ดีรึเปล่า?
แต่คนถูกถามหรือจะกล้าตอบตามความคิด คนตัวเล็กแกล้งหลับตานิ่งปล่อยให้อีกฝ่ายคิดว่าตนหลับและดึงผ้านวมมาคลุมให้ ไฟเพดานถูกกระตุกปิด ก่อนที่วงแขนอุ่นจะสวมกอดจากด้านหลัง
เจซซี่ลืมตาขึ้นมองท่อนแขนนั้นในความมืด เขายิ้มกับตัวเองพลางยกมือทาบทับมือใหญ่ไว้ แล้วรู้สึกถึงอ้อมกอดที่กระชับแน่นเข้าให้ความรู้สึกอบอุ่นและมั่นคง ณ
เวลานี้เขามีความสุขที่สุด มีความสุข จนอยากให้เวลาหยุดไว้ตรงนี้ มีความสุข จนอยากให้โลกหยุดหมุน ให้เขาได้อยู่อย่างนี้ตลอดไป
jjjj
ร่างสูงสง่าของชายชราลงจากรถ ดวงตาคมปลาบบอกถึงความมีไหวพริบของเจ้าของกวาดสำรวจบริเวณบ้านด้วยความเคยชิน
ก่อนจะก้าวขึ้นเรือนเป็นจังหวะเดียวกับที่หญิงรับใช้โผล่ออกมาพอดี หล่อนโค้งตัวลงต่ำต้อนรับผู้เป็นนายอย่างนอบน้อม
ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะคุณท่าน
อืม
คุณชายเพิ่งกลับมาเมื่อวานค่ะ ประโยคนี้ทำให้ขาที่กำลังจะก้าวผ่านประตูชะงักค้าง ผู้สูงวัยหันมาทั้งตัว
ดวงตาฉายแววปิติจนเห็นได้ชัดแม้ว่าเสียงที่เอ่ยถามยังคงราบเรียบเสมอต้นเสมอปลาย
เทตซึกลับมาแล้วเหรอ? แล้วตอนนี้อยู่ไหน?
เอ่อ ไม่ทราบค่ะ ถ้ายังไงดิฉันจะตามให้ไปพบท่าน
ไม่ต้อง น้ำเสียงสุขุมดังขัดขึ้น เดี๋ยวจะเดินไปหาเอง
เทตซึฮิโตะเดินเข้าบ้านด้วยอาการเกือบจะปกติ มีแต่ผู้ที่อยู่ด้วยมานานเท่านั้นถึงจะรู้ว่าเจ้านายออกจะก้าวขาเร็วและยาวกว่าที่เคยเล็กน้อย จนแทบจะสังเกตไม่ได้
มือเหี่ยวย่นตามวัยเลื่อนเปิดประตูห้องนอนผู้เป็นหลานชายแล้วแทบหยุดหายใจเมื่อเห็นผู้ที่นั่งอยู่กลางห้องซึ่งลุกพรวดขึ้นทันทีที่ประตูถูกเปิดออก
วูบแรกท่านผู้เฒ่าเกือบจะลมจับด้วยคิดว่าหลานชายตัวดีพาแฟนแหม่มมาแนะนำให้รู้จัก ยังดีที่ทันสังเกตเห็นว่าชุดกิโมโนที่อีกฝ่ายใส่อยู่เป็นชุดของผู้ชาย
ผู้สูงวัยยืนเอามือไขว้หลังนิ่งแล้วเขม้นมองคนในห้องไม่วางตาจนฝ่ายนั้นรู้สึกอึดอัด
เจซซี่ยืนละล้าละลังอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี แน่นอนว่าผู้ที่ยืนจ้องหน้าเขาอยู่อย่างนี้ต้องเป็นปู่ของเทตซึอย่างไม่ต้องสงสัย ตอนนี้เจ้าตัวก็ออกไปเข้าห้องน้ำเสียด้วย
เขาเองก็พูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้สักคำ เด็กหนุ่มลอบมองเรียวหนวดสีขาวที่ถูกตัดตกแต่งอย่างเป็นระเบียบเหนือริมฝีปากอีกฝ่ายอย่างหวาดๆ
ไหนจะสายตาดุๆที่จ้องเขม็งเหมือนจะคอยจับผิดเขาอยู่ตลอดเวลานั่นอีก หรือเขาควรจะพูดทักทายก่อนดี?
แต่ก็ไม่แน่ใจว่าคนอายุขนาดนี้จะฟังภาษาอังกฤษเข้าใจหรือเปล่า
ยังไม่ทันที่เขาจะตัดสินใจทำอะไรผู้ที่ยืนอยู่ที่ประตูก็เริ่มเปิดปากก่อน
เธอเป็นใคร? มาทำอะไรในห้องนี้?
ร่างบางยืนนิ่งอย่างตื่นตะลึง รู้สึกเหมือนใครเอาค้อนปอนด์มาทุบหัว เมื่อกี้มันอะไรนะ!? เขาได้ยินสำเนียงฮูสิแกนออกมาจากปากฝ่ายนั้นใช่มั้ย?
พ่อบ้านพูดสำเนียงออซซี่ เจ้าบ้านพูดสำเนียงค็อกนีย์* ให้ตายเถอะ! คนบ้านนี้เหลือกินจริงๆ
ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ
เสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างหลังทำให้ผู้สูงวัยละสายตาจากเด็กหนุ่มหน้าหวานหันไปยิ้มเพียงมุมปาก ตบบ่าผู้มาใหม่เบาๆแล้วตอบกลับด้วยประโยคเดียวกัน
ยินดีต้อนรับกลับบ้าน นึกว่าปีนี้แกจะไม่มาซะแล้ว
มาสิครับ ปีนี้พา เอ่อ พี่ชายมาด้วย หากสังเกตสักนิด ผู้ฟังจะพบว่าคำว่า พี่ชาย หลุดออกมาจากริมฝีปากได้รูปอย่างไม่เต็มใจนัก
เทตซึฮิโตะเลิกคิ้วน้อยๆแล้วหันไปทางร่างที่อยู่ในชุดกิโมโนสีขาวมีลายต้นไผ่สีเขียวตลอดผืนเป็นเชิงถาม
พี่ชายแก? ลูกของพ่อเลี้ยงที่เคยพูดถึงน่ะเหรอ? ไม่ค่อยเหมือนผู้ชายเท่าไหร่เลยนะ หน้าอย่างกับผู้หญิง
มีเพียงรอยยิ้มตอบจากผู้เป็นหลาน รอยยิ้ม ที่เห็นแล้วทำให้คนที่ผ่านโลกมามากอย่างเขาสะดุดใจ
รอยยิ้มแบบนี้เขาเคยเห็นมาก่อน และตอนนี้เจ้าของรอยยิ้มก็นอนสงบนิ่งอยู่ใต้ผืนดินในเขตสุสานประจำตระกูล!
เจซ มานี่ เด็กหนุ่มร่างสูงพยักหน้าเรียกเจซซี่ซึ่งกำลังยืนงงมองดูสองปู่หลานคุยกันให้เข้ามาใกล้ นี่ปู่ฉัน ปู่ครับ นี่เจซซี่ แพททริค ลูกชายของพ่อเลี้ยง
เอ่อ สวัสดีครับ ขอโทษที่เมื่อกี้ไม่ได้แนะนำตัวก่อน มัวแต่ประหม่าอยู่น่ะครับ
ไม่เป็นไร ขอบใจที่ช่วยดูแลหลานชายฉันมาตลอด ยังไงก็ทำตัวตามสบายนะ ทำเหมือนอยู่บ้านตัวเอง ฉันไม่มีพิธีรีตองอะไรมากอยู่แล้ว
ดวงตาเจนโลกลอบสำรวจอีกฝ่ายอย่างละเอียดถี่ถ้วน แววตาแน่วแน่และการแสดงออกรวมทั้งคำพูดที่จริงใจของเด็กหนุ่มทำให้เขารู้สึกถูกชะตาด้วยไม่น้อย
แต่กระนั้นถ้าสิ่งที่กลัวเป็นความจริง เขาก็ยังทำใจให้ยอมรับไม่ได้อยู่ดี
ผู้สูงวัยชายตามองหลานชายแล้วพร่ำภาวนาในใจ
ขออย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเลย!
*hooligan เป็นคำเรียกพวก homeless ในสหราชอาณาจักรพวกนี้จะมีสำเนียงการพูดที่ค่อนข้างจะแตกต่างออกไปบางทีเรียกว่าสำเนียง cockney
ซึ่งเป็นชื่อเรียกสำเนียงของชนชั้นต่ำในสมัยก่อน เช่น ในบางครั้งจะออกเสียง f แทนเสียง th อย่างในคำว่า thing จะออกเป็น fing
เป็นสำเนียงที่ฟังยากกว่าสำเนียงอังกฤษแบบธรรมดา ในปัจจุบันมีคนพูดสำเนียงนี้กันมากขึ้นโดยเฉพาะคนทั่วๆไปและกลุ่มวัยรุ่น
(ใครเคยฟัง Liam Gallagher พูดก็คงเข้าใจ)
jjjj
เจซซี่กระวนกระวายทั้งวัน วันนี้เป็นวันคริสต์มาส ที่ถูกเขาควรจะให้ของขวัญเทตซึตั้งแต่เช้า แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้อยู่ตามลำพังสักครั้งตั้งแต่ตื่นมา
นี่ร่างสูงก็แลกของขวัญกับปู่ตนและพ่อบ้านโชเฮเรียบร้อย ตัวเขาเองไม่มีของขวัญจะแลกแต่สองคนนั้นก็ยังมีน้ำใจเอาของบางอย่างที่เก็บไว้ตั้งแต่สมัยเรียนมาให้
แม้เทตซึฮิโตะจะเป็นคนหน้าดุและพูดน้อยก็ตาม แต่จริงๆแล้วท่านผู้เฒ่ามีอัธยาศัยดีอย่างมาก ไม่เคร่งครัดขนบธรรมเนียม ทั้งยังวางตัวง่ายๆแต่น่าเคารพนับถือ
ผู้เป็นหลานเองก็เคยพูดให้เขาฟัง
ปู่น่ะ ไปอยู่เมืองนอกมานานก็เลยไม่ยึดติดธรรมเนียมแบบญี่ปุ่น แต่ก็ไม่ได้ถือธรรมเนียมแบบตะวันตก ออกจะเป็นคนง่ายๆมากกว่าน่ะ
ยกเว้นตอนย่าอยู่ด้วยก็ตามใจย่าเพราะย่าเป็นลูกผู้ดีค่อนข้างเคร่งครัดธรรมเนียมต่างๆมากอยู่ แต่ปู่บอกว่าจริงๆแล้วการได้อยู่กับครอบครัวน่ะ
ไม่ว่าเทศกาลอะไรก็วิเศษที่สุด ไม่จำเป็นจะต้องมีการฉลองหรือมีพิธีอะไรก็มีความสุขแล้ว
ดังนั้นหลังอาหารเย็นผ่านพ้นไปเขาจึงหลบเข้ามาอยู่ในห้องเสีย ปล่อยให้ปู่หลานได้คุยกันตามประสา
ร่างบางนอนคิดอะไรต่ออะไรอยู่นานก่อนจะลุกพรวดขึ้นไปเปิดกระเป๋าเดินทางใบย่อมแล้วหยิบกรอบรูปบานพับเล็กๆออกจากซอกลึกสุด
มือเล็กจับกรอบรูปนั้นกางออกฉายภาพคนสองคนที่สำคัญที่สุดในชีวิต รูปหนึ่งเป็นชายหนุ่มวัยกลางคนผมสีน้ำตาลเข้ม นัยน์ตาสีเดียวกับเขา
อีกรูปหนึ่งเป็นหญิงสาวสวยผมสีบลอนด์ ตาสีเขียวสดใส อายุราวยี่สิบต้นๆ
หล่อนเป็นผู้หญิงที่เขาเรียกหาเป็นคนแรกที่พูดได้ และเป็นผู้หญิงที่ทิ้งเขาไปแต่งงานใหม่อย่างไม่ไยดี
ผู้เป็นแม่เลี้ยงกลับเป็นคนที่ปฏิบัติหน้าที่ของ แม่ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ หล่อนรักเขายิ่งกว่าลูกแท้ๆ แม้กระทั่งใบหน้า เขาก็ยังเหมือนแครอลไลน์มากกว่าหญิงสาวในภาพ
แต่กระนั้นสายใยบางๆของคำว่าแม่ลูกก็ยังตัดไม่ขาด เด็กหนุ่มยิ้มเศร้า กระซิบกับคนสองคนในรูป
Merry Christmas, mom. Merry Christmas, dad.
ร่างบางสะดุ้งน้อยๆเมื่อรู้สึกถึงมืออุ่นที่ลูบศีรษะ เทตซึเข้ามานั่งข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เจ้าของผมสีทองแกล้งทำเป็นไม่สนใจแล้วพับกรอบรูปเก็บลงกระเป๋า
วงแขนเข็งแรงที่กอดรัดจากด้านหลังทำเอาน้ำตาแทบไหล ในเวลานี้ความอบอุ่นอ่อนโยนแม้เพียงน้อยนิดก็สามารถทำให้คนๆหนึ่งกลายเป็นคนอ่อนแอลงได้ในทันที
เจซซี่เอนศีรษะอิงบ่ากว้างตามแรงกดจากมืออีกฝ่ายแล้วหลับตานิ่ง อยากอยู่อย่างนี้อีกสักพัก
Merry Christmas, Jess.
เจ้าของชื่อขืนตัวออก ก่อนจะเปิดกระเป๋าเดินทางออกอีกครั้ง คราวนี้สิ่งที่เด็กหนุ่มหยิบมาคือกล่องของขวัญใบย่อมห่อกระดาษสีน้ำเงินม่วงสวยงาม
เขายิ้มร่าเริงพลางยื่นมันให้อีกฝ่าย
Merry Christmas.
เทตซึเลิกคิ้วน้อยๆพลางยกกล่องนั้นขึ้นเขย่าเบาๆที่ข้างหูราวกับเด็กเล็กๆ
อะไรเนี่ย?
แกะดูก็รู้
เด็กตัวโตทำตามอย่างว่าง่าย กระดาษสีสวยถูกแกะออกอย่างทะนุถนอม ทันทีที่ฝากล่องถูกเปิด
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มพราวระยับด้วยความแปลกใจแล้วแปรเปลี่ยนเป็นความสุข
มือใหญ่หยิบกรอบรูปโลหะดัดลายขึ้นมองแล้วอมยิ้ม ภาพสีที่อีกฝ่ายไปทำมาให้เป็นขาวดำเข้ากันกับกรอบรูปได้อย่างลงตัว
เด็กแก้มยุ้ยสองคนในภาพนั้นนั่งจุ้มปุ๊กแข่งกันยิ้มแฉ่งอยู่บนโซฟา แน่นอนว่าคนหนึ่งคือเขา ส่วนอีกคนคือเจซซี่
จำได้รึเปล่า? ตอนนี้นายเพิ่งมาอยู่อเมริกาใหม่ๆ พูดอังกฤษยังไม่ชัดเลย คนให้ถามพลางยื่นหน้าเข้ามามองบ้าง
อืม เสียงตอบอยู่แค่ในลำคอ ขณะที่เอื้อมมือไปข้างหลังแล้วยื่นกล่องของขวัญกล่องเล็กส่งให้คนตรงหน้าบ้าง
Merry Christmas, Jess.
เมื่อกี้พูดไปแล้วนี่ ร่างบางล้อเลียนยิ้มๆพลางลงมือแกะกล่อง ก่อนจะเลิกคิ้วทำตาโตแล้วยกหีบเพลงปากแบบยี่สิบช่องอย่างดีขึ้นดู
เจ๋งชะมัด! ของ Hohner ด้วย รู้ได้ไงว่าอยากได้?
คนถูกถามยิ้มขำ ดีดจมูกโด่งรั้นเบาๆอย่างเอ็นดู
ไม่รู้ได้ไง นายถึงขนาดเล่นเอาไปนอนละเมอน่ะ อีกอย่างตาแก่ไทเลอร์ก็เล่นไอ้นี่ด้วยใช่ม้า?
รู้ใจจริงๆ เจซซี่ยิ้มกว้าง นึกดีใจอยู่ลึกๆว่าอีกฝ่ายยังจำได้ว่าร็อคเกอร์คนโปรดเขาคือใคร ร่างบางยกหีบเพลงขึ้นลองเป่า
เป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงพ่อบ้านโชเฮดังขึ้นหน้าห้อง
ท่านเทตซึ คุณเจซซี่ คุณท่านให้มาตามไปพูดโทรศัพท์ครับ
ขอบคุณครับคุณอา จะไปเดี๋ยวนี้
เทตซึตอบรับพลางลุกขึ้นยืนในขณะที่อีกฝ่ายเอานิ้วจิ้มอกตัวเองอย่างงงๆ
โทรศัพท์ใคร? ฉัน?
แม่ พลางหันมายิ้มให้ เมื่อกี้ว่าจะมาตามนายไปคุยเนี่ยแหละ แต่ดันลืม
อ้าว งี้ไม่เสียค่าโทรศัพท์แย่เหรอ? คนตัวเล็กกว่าอุทาน
เจ้าของผมสีน้ำตาลยิ้มทั้งปากและนัยน์ตาอย่างมีความสุขเมื่อพูดประโยคต่อมา
แม่ขอคุยกับปู่น่ะ เป็นครั้งแรกในรอบสิบปีเลยนะที่สองคนนี้คุยกัน
เจซซี่พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจแล้วยิ้มกับตัวเอง อาการของแครอลไลน์พัฒนาขึ้นมาก อย่างน้อยหล่อนก็สามารถขจัดความเกลียดชังออกจากใจได้แล้ว
ถ้าหล่อนหายเป็นปกติ ก็จะดีไม่น้อย
jjjj
ค่อยๆวางนะ อย่าให้กลิ้งลงมาล่ะ เสียงทุ้มเอ่ยล้อเลียนติดตลก เมื่ออีกฝ่ายวางส้มใบสุดท้ายลงบนยอดภูเขาส้มใบย่อมๆ
สำหรับบูชาพระอย่างเบามือ เจซซี่ถอนหายใจเบาๆแล้วหันมายิ้มกว้าง
อย่างกับเวลาเด็กๆติดดาวบนยอดต้นสนแน่ะ
ก็เหมาะดีอยู่หรอก ใบหน้าคมเข้มก้มต่ำซ่อนรอยยิ้มขำ ในขณะที่คนฟังชักจะไม่สบอารมณ์
เมื่อกี้ว่าไงนะ? เสียงเล็กถามขึ้นจมูก เทตซึเงยหน้าขึ้นพลางกลั้นยิ้มอย่างสุดกำลัง
เปล่า จะไปช่วยคุณอาโชเฮเปลี่ยนกระดาษประตูหรือจะไปวัดเลย?
ไปช่วยก่อนก็ได้ จะได้ไปพร้อมกัน
เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเลย พูดพร้อมโบกมือไปมาในอากาศ ปู่กับคุณอาไม่ไปวัดอยู่แล้ว ก็บอกแล้วไงว่าปู่ไม่ค่อยเหมือนคนญี่ปุ่นปกติหรอก ยังเคยบอกฉันเลยว่าวัดน่ะ
ไปวันไหนก็โชคดีเหมือนกันแหละถ้าใจบริสุทธิ์ซะอย่าง ตั้งแต่จำความได้ฉันยังไม่เคยเห็นปู่ไปวัดวันสิ้นปีเลย ฉันก็ว่างั้นแหละ
แต่อยากจะพานายไปดูว่าวันสิ้นปีคนญี่ปุ่นเขาทำอะไรกันบ้าง
งั้นตามใจนายแล้วกัน จะไปเลยก็ได้
jjjj
เทตซึฮิโตะเงยหน้าจากชามข้าวเมื่อประตูห้องอาหารถูกเลื่อนเปิด ผู้เป็นหลานมักจะเข้ามาโดยไม่ขออนุญาตก่อนเสมอ
แต่กระนั้นท่านผู้เฒ่าก็ไม่ได้ถือสาอะไรเว้นเสียแต่ตอนที่ภรรยาที่ล่วงลับไปแล้วอยู่ด้วยเท่านั้น จึงจะบังคับให้หลานชายหัวแก้วหัวแหวนปฏิบัติตามธรรมเนียมบ้าง
มาทันเวลาอาหารพอดี ฉันนึกว่าแกจะกลับดึกกว่านี้เลยกินกับโชเฮก่อน เหลือเกินจริงๆนะมือถือก็ไม่ได้เอาไป
เด็กหนุ่มร่างสูงทำหน้าเมื่อยพลางรับชามข้าวมาจากสาวใช้ ลืมครับ
ผู้สูงวัยทำเสียงหึในลำคอก่อนจะหันไปหาเจ้าของร่างบางที่ก้มหน้าก้มตากินข้าวอย่างหิวจัด
สนุกรึเปล่าเจซซี่?
เจ้าของชื่อเงยหน้าพลางรีบกลืนข้าวในปากลงคอให้หมดแล้วยิ้มแห้งๆ สนุกดีครับ แต่คนเยอะจัง
นั่นสิ เจ้าบ้านพยักหน้าเห็นด้วย ปู่ถึงไม่ชอบไปตอนสิ้นปี อ้อ วันนี้อาบน้ำเสร็จมานั่งเล่นกันหน่อยนะ เห็นน้องชายเราบอกว่าเล่นเกมกระดานเก่งไม่ใช่เหรอ?
เจซเล่นแบคแกมมอนเก่ง เล่นไพ่ก็เก่ง เป็นทุกอย่าง หลานชายตัวดีแย่งตอบเสียเอง ผู้เป็นปู่เลิกคิ้วน้อยๆก่อนจะหันไปถามเจ้าตัวต่ออย่างไม่สนใจ
เคยเล่นโกะรึเปล่า?
โกะ เจซซี่ทวนคำพลางกลอกตาครุ่นคิด เคยได้ยินชื่อครับแต่ไม่เคยเล่น
ดี มาญี่ปุ่นคราวนี้ก็ลองเล่นเสีย ลับไหวพริบดีนัก วันหลังจะให้โชเฮสอนให้ รายนี้เขาเก่งทุกอย่างเหมือนกัน คืนนี้แข่งแบคแกมมอนกับปู่ไปก่อน
ท่านผู้เฒ่าพูดยิ้มๆอย่างอ่อนโยน คำว่าวันหลังนั้น ผู้ได้ฟังอาจจะไม่สะกิดใจ แต่เขารู้ดี ไม่ว่าคืนนี้อากาศจะหนาวเย็นเพียงใดก็ตาม
พ่อบ้านหนุ่มไม่มีทางอยู่บนเรือนเด็ดขาดจนกว่าจะขึ้นวันใหม่
jjjj
เสียงฝีเท้าและแสงโคมอีกดวงที่ให้แสงสลัวในความมืดทำให้ใบหน้ารูปไข่เงยขึ้นมอง เสียงฮัมเพลงทำนองหวานเศร้าในคอหยุดชะงัก
แม้จะรู้ว่าทุกปีชายชราจะย่ำเท้าลุยน้ำค้างกลางคืนมาที่สุสานเพื่อมาดูเขาด้วยความเป็นห่วง แต่กระนั้นโชเฮก็ยังต้องอุทานออกมาด้วยความกังวลในสุขภาพของอีกฝ่าย
ท่านออกมาทำไมครับ เดี๋ยวจะไม่สบายเปล่าๆ
ผู้แก่อาวุโสกว่ายังคงเดินเข้ามาเรื่อยๆราวกับไม่ได้ยิน ชายหนุ่มเขม้นมองตะกร้าหวายใบเขื่องในมือเหี่ยวย่นอย่างประหลาดใจ
เทตซึฮิโตะวางของในมือลงบนโคนต้นไม้ใหญ่แล้วพูดติดตลก
ดีที่หิมะไม่ตกไม่งั้นฉันคงต้องถือร่มมาด้วย
ท่านครับ พ่อบ้านหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงวิงวอน กลับเข้าช้างในเถอะครับ อากาศหนาวอย่างนี้
รู้เหมือนกันรึว่าอากาศหนาว? ท่านผู้เฒ่าขัดขึ้นด้วยเสียงเฉียบขาดที่พ่อใช้เวลาดุลูก แล้วทำไมถึงใส่เสื้อผ้าแค่นี้?
เอ่อ ร่างบางถึงกับพูดไม่ออกเมื่ออีกฝ่ายเปิดตะกร้าออกแล้วส่งเสื้อคลุมอย่างหนาให้เขาสองตัว ใบหน้าหวานชะโงกมอง นอกจากนั้นยังมีเทียนไขนับสิบ
เหล้าสาเกอีกหลายขวด
จิบเหล้าซะจะได้อุ่น เดี๋ยวฉันก็จะกลับเข้าไปแล้วอย่าเป็นห่วงให้มากนักเลย พูดจบก็เอามือไขว้หลังเดินดุ่มๆกลับไป ชายหนุ่มได้แต่มองตามอย่างซาบซึ้ง
โชเฮ อยู่ๆร่างสูงที่งองุ้มตามวัยก็หยุดชะงัก แต่แล้วเจ้าตัวก็ส่ายศีรษะกับตัวเอง ไม่มีอะไรหรอก
เทตซึฮิโตะระบายลมหายใจออกยาวแล้วเดินต่อไป คำพูดเมื่อครู่ติดอยู่ในลำคอเพราะเกรงว่าจะทำร้ายความรู้สึกคนฟัง คำว่า ประวัติศาสตร์อาจจะซ้ำรอย
อาจไปสะกิดแผลในใจที่ไม่เคยปิดสนิทของเด็กที่เก็บมาเลี้ยงแต่เล็กแต่น้อยได้
jjjj
โทรทัศน์ในห้องนั่งเล่นยังคงเปิดค้าง ร่างเด็กหนุ่มสองคนที่นอนเคียงกันทำให้ดวงตาฝ้าฟางฉายแววสลดวูบหนึ่ง
ผู้เป็นปู่ทรุดตัวนั่งแล้วลูบศีรษะหลานชายคนเดียวอย่างรักใคร่ ในขณะที่เจ้าตัวเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ
AKEMASHITE OMEDETOU
เทตซึโอมิยิ้มพลางยันกายขึ้นนั่งแล้วตอบกลับ
AKEMASHITE OMEDETOU
หลับไปเสียได้นะ ผู้สูงวัยกล่าวหยอก เด็กหนุ่มร่างสูงหัวเราะในคอพลางขยี้เปลือกตาตัวเองแล้วเขย่าตัวคนข้างๆ
เจซ เจซ เช้าแล้ว ตื่นเร็ว
เจ้าของชื่อพลิกตัวไปมาอย่างงัวเงีย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างขัดใจ อืม ชะ
ยังไม่ทันที่เจ้าตัวจะอ้าปากโวยวายที่ถูกปลุกก็ถูกมือใหญ่ตะปบปิดปากเสียก่อน เจซซี่ลืมตาขึ้นอย่างงงๆแล้วทำเสียงอู้อี้ในคอเมื่อนึกขึ้นได้
AKEMA ร่างบางพูดค้างอย่างติดขัด เมื่อคืนเทตซึกำชับนักหนาว่าถ้าเช้าขึ้นมาเจอหน้าใครห้ามทักคำอื่นต้องพูดประโยคนี้เป็นประโยคแรก
แต่ประโยคยาวๆอย่างนี้เขาจำได้เสียที่ไหนล่ะ
เหมือนคนสอนจะรู้ทัน จึงชิงพูดเองเสียก่อน เสียงทุ้มเอ่ยภาษาไม่คุ้นหูให้ฟังช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ
AKEMASHITE OMEDETOU
AKEMA SHITE O MEDE TOU เด็กหนุ่มผมทองพูดตามอย่างไม่คล่องปากแล้วเอียงคอเหมือนจะถามย้ำความถูกต้องเมื่อเห็นเจ้าตัวพยักหน้าจึงหันไป
หาชายชราแล้วโค้งให้เหมือนอย่างที่ถูกสอนมาเมื่อคืน
AKEMASHITE OMEDETOU
เทตซึฮิโตะยิ้มรับแล้วตอบกลับด้วยประโยคเดียวกัน จากนั้นก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามปกติ
ไปล้างหน้าล้างตาให้หายง่วงกันซะ เดี๋ยวจะมีแขกมา
หือ? ใครครับปู่?
ผู้สูงวัยมองหน้าหลานชายอย่างเคลือบแคลงว่าฝ่ายนั้นลืมจริงๆหรือแกล้งลืมกันแน่
ดวงตาเจนโลกฉายแววบางอย่างวูบหนึ่งพลางจับจ้องใบหน้าเด็กหนุ่มสองคนอย่างพิจารณาเมื่อพูดประโยคต่อมา
คู่หมั้นแก
dfdfdfd
d
Special thanx to Naki A. for the imformation about Japan and Japanese New Year. d