
2
by
arts 68
แต่ก็ไม่เท่าความเจ็บแปลบในอก ฝ่ายนั้นคงจะเกลียดเขาอย่างที่คิดจริงๆไม่เช่นนั้นคงไม่ทำกันถึงขนาดนี้ กอดเขาเมื่อคืนและพยายามจะจีบแฟนของเขาในวันรุ่งขึ้น
คิดแค่นี้ขอบตาก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เจซซี่กระพริบตาถี่ๆ ฝืนน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาทันเวลากับที่มีเสียงแตรรถดังขึ้นมาข้างหลัง
เฮ้! เจซ เดินซังกะตายเชียว จะไปไหนล่ะ? ฉันจะไปส่ง เพื่อนหญิงร่วมชั้นชะโงกหน้าออกมาถามพร้อมสายตาที่มองมาอย่างเป็นห่วง เจซซี่ยิ้มอ่อนล้า ก่อนจะเปิดประตูขึ้นไปนั่งข้างคนขับ
เป็นอะไรมากหรือเปล่า? หน้าซีดจังแถมดูซึมๆไปนะ ไม่สมกับเป็นเธอเลย ทุกคนเขาถามถึงกันใหญ่เลยว่าทำไมวันนี้เธอถึงไม่มา
โทษทีที่ทำให้เป็นห่วง ฉันไม่เป็นอะไรมากหรอก ร่างบางพยายามฝืนยิ้มให้ดูสดใส ทำให้อีกฝ่ายยิ้มออกอย่างโล่งใจ
ไม่เป็นไรก็ดี แล้วตกลงเธอจะไปไหนล่ะ? จะได้ไปส่งถูก
นั่นสิ ไปไหนดีเนี่ย ใบหน้าหวานมีเค้าร่าเริงขึ้นเล็กน้อย จริงสิ! ไปโรงพยาบาลก็ได้ ขอบใจมากนีน่า
ได้เลยเพื่อน
jjjj
เสียงหัวเราะที่ดังออกมาจากห้องประจำของแม่เลี้ยงทำให้เจซซี่ชะงักเท้าเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆแง้มประตูเข้าไป ภาพที่เห็นทำให้เขาดีใจมาก แครอลไลน์ดูสดใสกว่าตอนที่อยู่บ้านด้วยซ้ำ หล่อนกำลังคุยกับนางพยาบาลอย่างออกรส ก่อนที่จะหันมาเห็นเด็กหนุ่มร่างบางยืนอมยิ้มอยู่หน้าประตู
อ้าวเจซซี่มาพอดีเลย มานี่สิจ๊ะ โจแอนนานี่ไงละเด็กที่ฉันพูดถึง
แหม น่ารักอย่างที่คุยไว้จริงๆนะคะ เดี๋ยวฉันขอตัวไปเช็คคนไข้ห้องอื่นก่อน แล้วจะกลับมาคุยด้วยอีกที พยาบาลร่างท้วมกล่าวอย่างอารมณ์ดีก่อนที่จะเดินออกไปทิ้งให้แม่ลูกอยู่ตามลำพัง
หญิงสาวยิ้มอ่อนโยนพลางยกมือขึ้นลูบแก้มลูกเลี้ยงอย่างแสนรัก เด็กหนุ่มทาบมือตนเองทับ แครอลไลน์ก็เหมือนแม่เขา หล่อนดีกับเขายิ่งกว่าแม่แท้ๆด้วยซ้ำ ถ้าหล่อนมีความสุขเขาก็ดีใจ
โจแอนนาเขาเป็นนางพยาบาลประจำเซคชั่นคนใหม่จ้ะ เพิ่งย้ายเข้ามาวันนี้ แม่เลยคุยให้เขาฟังว่ามีลูกชายที่น่ารักอย่างลูก จริงสิ! วันนี้ลูกไม่สบายเหรอ? เห็นเท็ดบอกแม่ว่าลูกไม่ได้ไปโรงเรียน
เทตซึบอกเหรอฮะ? ร่างบางถามอย่างไม่เชื่อหูว่าอีกฝ่ายจะมาเยี่ยมมารดาตนเองคนเดียว
จ้ะ เมื่อเช้าเขามาเยี่ยมแม่ บอกว่าเจซไม่สบายเลยหยุดตาม เด็กคนนั้นยังเย็นชากับแม่อยู่บ้าง แต่แค่นี้แม่ก็ดีใจมากแล้ว แม่คิดไว้ไม่ผิด ถ้าลูกขอให้เขากลับมาอยู่บ้านเขาต้องกลับแน่ เพราะเมื่อก่อนติดลูกอย่างกับอะไรดี จะทำอะไรต้องเรียกหาเจซก่อน นี่ถ้าแม่ดีกับเขากว่านี้ก็ดีหรอก ใบหน้าผอมหากแต่ยังฉายแววสวยซึ้งสลดลงเล็กน้อยก่อนจะกลับมาสดใสเหมือนเดิม เขาไม่ค่อยได้กลับบ้านเสียนาน แต่แม่ว่าลูกคงเข้ากันได้ดีเหมือนเดิมใช่มั้ย? แม่ดูออกว่าเด็กคนนั้นรักลูกมาก ใช่มั้ยจ๊ะ?
นี่เองที่ทำให้วันนี้แครอลไลน์อารมณ์ดีเป็นพิเศษ เจซซี่ลอบถอนใจเบาๆ ก่อนจะตอบว่า
ฮะ
เขาเกลียดผมต่างหาก ไม่งั้นไม่ทำกับผมอย่างนี้หรอก!
หลังจากที่อยู่คุยกับมารดาเลี้ยงพอสมควรแล้ว เด็กหนุ่มก็เดินกลับบ้าน ร่างโปร่งถอนหายใจหนักหน่วงกับตนเอง หมอบอกว่าแครอลไลน์ยังออกจากโรงพยาบาลตอนนี้ไม่ได้ อาการของโรคแทรกซ้อนอาจเกิดขึ้นได้อย่างเฉียบพลัน แม้ว่าอาการทางจิตจะดีขึ้นมากก็ตาม เจซซี่เดินอย่างแสนเอื่อยเฉื่อย เขาไม่อยากกลับบ้าน ไม่อยากเจอหน้าเทตซึโอมิ แต่ทำไงได้ ประโยคของน้องชายยังก้องอยู่ในหู
นายเป็นคนของฉันแล้วต้องทำตามที่ฉันบอกทุกอย่าง ไม่อย่างนั้นฉันจะออกจากบ้านนี้!
เสียงแตรรถถี่ๆทำให้เด็กหนุ่มตื่นจากภวังค์อีกครั้ง คิ้วเรียวบางเลิกขึ้นอย่างประหลาดใจ นึกสงสัยว่าทำไมวันนี้เจอคนรู้จักบ่อยครั้ง ร่างบางไหวไหล่เล็กน้อยก่อนที่จะหันไปมอง
ไปไหนทำไมไม่บอกฉัน!? เสียงทุ้มดังขึ้นอย่างไม่พอใจ ใบหน้าคมที่ไม่อยากเห็นขมวดขึ้งอย่างเห็นได้ชัด แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือรถสปอร์ตเปิดประทุนสีแดงราคาแพงหูฉี่ที่อยู่ตรงหน้าเขานี่ต่างหาก
ขึ้นรถ! น้ำเสียงที่ไม่พอใจดังขึ้นอีกครั้ง เจซซี่ละสายตาจากรถคันงามมาจ้องตาเจ้าของเสียงอย่างไร้ความรู้สึก
ไม่ต้อง! ฉันจะเดินกลับ อีกเดี๋ยวก็ถึงแล้วด้วย
พูดอะไร!? นายจะเดินไปด้วยสภาพร่างกายยังงั้นน่ะเหรอ? ลุกไหวก็บุญแล้ว จะขึ้นมาดีๆหรือจะให้ฉันอุ้มขึ้น!
เป็นคำขู่ที่ได้ผล เจซซี่ลังเลเล็กน้อยก่อนจะเดินอ้อมไปเปิดประตูด้านข้างคนขับ ตอนนี้เขาไม่อยากพูดกับอีกฝ่ายแม้แต่คำเดียว แม้อยากจะถามถึงเรื่องไอรีนและที่มาของรถคันนี้ใจจะขาดก็ต้องเงียบไว้ ประการหลังเขาพอจะเดาออกรางๆว่าคงจะเป็นผู้หญิงคนใดคนหนึ่งที่เจ้าตัวเคยคบซื้อหรือยกให้อีกตามเคย
ออกมาตั้งแต่ตอนไหน? เทตซึถามทำลายความเงียบแต่ร่างบางยังคงนิ่งและมองออกไปหน้ากระจก ดังนั้นแทนที่จะเลี้ยวเข้าบ้านเขากลับขับเลยไปแทน
เอ๊ะ! จะไปไหนน่ะ? จะมืดแล้วนะ เด็กหนุ่มผมทองหันมามองด้วยแววตาฉงน ยังผลให้คนที่ขับรถอยู่คลี่ยิ้ม แล้วขับต่อไปอย่างไม่สนใจ
เทตซึขับรถออกมาชายป่านอกเมืองเรื่อยๆอย่างรู้ทางในขณะที่คนนั่งข้างๆเริ่มกระวนกระวาย ในที่สุดเจ้ารถคันงามก็มาหยุดอยู่ที่บ้านชั้นเดียวหลังเล็กน่ารักที่ตั้งอยู่ในป่าไม่ลึกนัก ตัวบ้านทำด้วยซุงผ่าซีกทั้งหลัง หน้าต่างกรอบไม้ติดกระจก บนหลังคามีปล่องไฟเตี้ยๆติดอยู่แสดงว่าในบ้านต้องมีเตาผิง ร่างสูงก้าวลงจากรถไปไขกุญแจบ้านแล้วเดินหายเข้าไป ทิ้งให้คนในรถนั่งคอยอยู่พักใหญ่จึงตัดสินใจลงไปบ้าง
ไง? นึกว่าจะไม่ลงมาแล้ว ภาพร่างสูงยืนพิงขอบหน้าต่างที่มีแสงแดดสีทองของยามเย็นส่องเข้ามาดูสวยงามและอบอุ่นอย่างประหลาด ทำให้คนที่อยู่หน้าประตูเดินเข้าไปหาอย่างไม่รู้ตัว วงแขนแกร่งโอบเอวบางให้เข้ามาใกล้แล้วหันให้ไปดูภาพดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับเหลี่ยมเขา
สวยจัง เจซซี่อุทานออกมาเบาๆ
มีอย่างอื่นที่สวยกว่านั้นอีก เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มหันมามองคนข้างๆอย่างมีความหมาย แสงอาทิตย์สีทองอาบบนใบหน้าหวานทำให้ยากที่จะอดใจ จมูกโด่งไซ้แก้มเนียนเบาๆ
หยุดนะ! มือเล็กเรียวรีบยกปิดริมฝีปากอุ่นที่โน้มลงมาใกล้ เทตซึยกมือนั้นขึ้นจูบแผ่วเบาโดยไม่
ยอมละสายตาจากดวงตาคู่สวย ร่างบางเสหลบ ใจเต้นรัว รู้สึกถึงอาการหวามไหวในอกเมื่อสบตาคมคู่นั้น อะไรกันความรู้สึกนี้? ตั้งแต่คบกับไอรีนมาเขายังไม่เคยรู้สึกแบบนี้สักครั้ง ไอรีน
วันนี้ไอรีนมาใช่ไหม? ถามพร้อมเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนแกร่ง เทตซึถอนหายใจเบาๆอย่างเสียดาย ก่อนจะคลี่ยิ้มล้อเลียนท่าทางปั้นปึ่งของคนตรงหน้า
ใช่ อ้อ นายคงออกไปตอนนั้นสินะ ทำไมล่ะ? หึงหรือไง? ฉันก็แค่แกล้งลองใจเธอเท่านั้นว่าเธอจริงใจกับนายแค่ไหน ไม่ได้คิดอะไรด้วยสักหน่อย
แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้พูดว่าเขา หึง ใครก็ตาม ใบหน้าเนียนก็แดงซ่านขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อได้ยินคำว่า หึง แต่ก็รู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด
หึงบ้าหึงบอน่ะสิ! แล้วเธอตอบว่าไง?
เธอก็จริงใจกับนายน่ะสิ ไงล่ะดีใจมั้ยที่เธอรักนายถึงขนาดนั้น ท้ายเสียงออกประชดหน่อยๆ พลางหย่อนตัวลงนั่งที่โซฟาตัวยาว
ก็งั้นมั้ง แล้วนี่จะกลับได้หรือยัง? เย็นมากแล้วนะ เฮ้! เสียงใสๆร้องขึ้นอย่างตกใจเมื่อถูกฉุดให้นั่งบนหน้าขาแกร่ง
คืนนี้ค้างก็ได้นี่ พรุ่งนี้วันเสาร์จะรีบกลับไปไหนกัน
จะบ้าเหรอ บ้านใครก็ไม่รู้ ถึงนายจะรู้จักเจ้าของแต่ฉันไม่รู้นี่หว่า เจซซี่ร้องโวยวายพลางยื้อมือที่กำลังล้วงเข้าไปในเสื้อ แล้วไหนจะยังลมหายใจร้อนๆที่ข้างกกหูอีก ทำไมเทตซึเอาแต่ใจตัวเองอย่างนี้นะ ไม่ได้อยู่ด้วยกันตั้งนานยังเอาแต่ใจตัวเองไม่เคยเปลี่ยนแถมยังดูจะหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ
รู้สิ ทำไมจะไม่รู้จัก ก็บ้านพ่อกับแม่ไงล่ะ
หา! ร่างบางหันขวับมามองหน้าคนพูด เป็นโอกาสให้อีกฝ่ายจับเขาหันคร่อมมาเผชิญหน้ากัน ดิ้นอย่างไรก็ดิ้นไม่หลุดเสียด้วยจนในที่สุดคนตัวเล็กต้องเลิกดิ้นไปเองเพราะยังร้าวระบมช่วงท่อนล่างอยู่
ก็ใช่น่ะสิ พ่อกับแม่สร้างเอาไว้ในปีที่พ่อตายพอดี พ่อกะว่าจะเอาไว้พักผ่อนกันสี่คนพ่อแม่ลูก เมื่อเช้าแม่เพิ่งบอกฉันเอง ฉันก็เลยไปหากุญแจมาทำความสะอาดเตรียมไว้พานายมาไง เทตซึเล่าไปเรื่อยๆขณะที่ร่างบางพยักหน้ารับรู้โดยพยายามลืมว่าตนอยู่ในท่าที่ล่อแหลมขนาดไหน แต่เรื่องเมื่อคืนผุดขึ้นมาในความทรงจำอย่างช่วยไม่ได้
เจ็บตายชัก! ถึงจะรู้สึกดีก็เถอะ
เจซซี่สะดุ้งวาบกับความคิดตัวเอง เขารู้สึกดีที่มีอะไรกับน้องชายตัวเองหรือนี่! อันตราย! อันตรายจริงๆ!
อะ เอ่อ งั้นชั้นไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน ว่าพลางก็เตรียมตัวจะลุก แต่วงแขนแข็งแรงนั่นกลับรัดแน่นขึ้นกว่าเดิม
ไม่ให้ไป ร่างสูงพูดพลางตัดบทเอาดื้อๆด้วยการประกบริมฝีปากเข้าหา ลิ้นอุ่นรุกรานอย่างย่ามใจ เจซซี่ได้แต่ทำเสียงอู้อี้ในลำคอ มือที่ยันอกกว้างกลับเลื้อยขึ้นไปอยู่บนแนวบ่าแข็งแกร่งแทนเมื่อเวลาผ่านไป ปากสีเชอรี่ซึ่งตอนนี้ยิ่งแดงช้ำเผยอออกหอบหายใจเมื่อได้รับอิสระเนื่องจากอีกฝ่ายเบนความสนใจไปที่ซอกคอและลาดไหล่เนียนขาวแทน ก่อนที่จะขึ้นไปแทะชิมใบหูเล็กส่งผลให้คนที่นั่งอยู่บนตักสั่นสะท้าน ร้องครางออกมาแผ่วๆในลำคออย่างลืมตัว สัมผัสที่ได้รับทำให้ขาดความเป็นตัวของตัวเองไปและตอบสนองโดยลืมนึกถึงความเจ็บปวดที่จะต้องรับไปหมดสิ้น
jjjj
ไอรีน! ไอรีน! เด็กสาวชะงักฝีเท้าเมื่อรู้สึกตัวว่าถูกเรียกก่อนจะหันกลับมาด้วยอาการปนหอบอย่างไม่ค่อยพอใจนัก
มีอะไรคริส? ฉันกำลังรีบนะ
เด็กสาวผมแดงยืนเท้าสะเอวแล้วมองเพื่อนอย่างเซ็งๆแกมรำคาญ
จะรีบวิ่งตามเจซอีกล่ะสิ อย่างหาว่าโง้นงี้เลยนะ ฉันว่าเธอหาแฟนใหม่เหอะ ดูเจซเขาไม่ค่อยจะสนเธอเลย คนชอบอื่นที่เธอก็เยอะ
หุบปากไปเลยคริส! ไอรีนตวาดเสียงแหวจนแทบจะเป็นเสียงกรี๊ดเมื่อถูกจี้ใจดำ เธอวิ่งตามฉันมาด้วยเพื่อจะบอกเรื่องนี้เนี่ยนะ? งี่เง่าชะมัด!
คริสตินหน้าตึงขึ้นมาทันที หล่อนเตรียมตัวจะอ้าปากเถียงแต่แล้วก็เปลี่ยนใจ เถียงกับไอรีนมีแต่จะทำให้ผิดใจกันเสียเปล่าๆ รู้ๆกันอยู่ว่าฝ่ายนั้นยอมใครเป็นเสียที่ไหน
ฉันแค่จะบอกว่าเธอโดดซ้อมมาหลายวันติดๆกันแล้วนะ เราทำปิระมิดไม่ได้สักที
เด็กสาวผมสีน้ำผึ้งหน้าเจื่อนลงไปเล็กน้อยก่อนจะระบายลมหายใจออกยาว
ขอโทษทีนะคริส แต่ฉันขอวันนี้อีกวันเดียวแล้วพรุ่งนี้จะมาซ้อมตามปกติ
คริสตินพยักหน้ารับอย่างแกนๆเหมือนจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว แน่นอนว่าไอรีนกับเจซซี่สมกันมาก ไอรีนทั้งสวย เก่ง ทันคน มีความมั่นใจสูง และมีเสน่ห์อย่างเป็นที่สุด ไม่เช่นนั้นคงจะจีบเจซซี่ไม่ติด แต่ไม่ว่าใครก็ดูออกทั้งนั้น เพื่อนหล่อนรักคุณประธานนักเรียนแค่ฝ่ายเดียวแม้ว่าเด็กหนุ่มจะดีกับหล่อนก็ตาม แต่ก็เป็นนิสัยปกติของเจซซี่ที่อ่อนโยนกับคนทั่วไปอยู่แล้วไม่ใช่หรือ? ที่เขาดูจะดีกับหล่อนมากหน่อยเพราะหล่อนได้อยู่ใกล้ชิดกับเขามากกว่าคนอื่นต่างหาก ก็เล่นตามเขาแจอย่างนั้น เด็กสาวตบบ่าเพื่อนเบาๆอย่างเห็นใจ
ถ้ายังไงช่วยบอกเจซให้ลองพูดเท็ดหน่อยสิ โค้ชเกร็กสันอย่างให้เขาลงเล่นเป็นตัวจริง
ตัวจริงอะไร? ไอรีนย้อนถามอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นักเมื่อได้ยินชื่อที่ไม่ค่อยจะเข้าหู
อ้าวไม่รู้เหรอ? สาวน้อยผมแดงทำหน้าประหลาดใจ เมื่ออาทิตย์ก่อนที่ทีมเราต้องไปแข่งที่แมนฟิลด์น่ะ เจ้าทิมขาแพลง ส่วนคนอื่นที่เป็นตัวสำรองก็อย่างว่าแหละ ฝีมือยังอ่อนอยู่ ไม่รู้ทำอีท่าไหนจอชไปขอร้องให้เท็ดลงแทน ถึงจะไม่ได้ชนะเพราะเท็ดคนเดียวก็เหอะ แต่โค้ชอยากให้เขามาร่วมทีม
เอาเถอะ แล้วจะบอกให้ เด็กสาวบอกอย่างปัดๆ นึกเกลียดปนอิจฉาคนที่อยู่ในหัวข้อสนทนาขึ้นมาจับใจ คนอะไรเก่งไปหมดทุกอย่าง ไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ย? ฉันไปล่ะนะ ว่าแล้วก็รีบวิ่งออกไปหน้าโรงเรียนโดยไม่รอคำตอบ ร่างเพรียวบางหอบตัวโยน อากาศหนาวเยือกภายนอกทำให้ควันสีขาวพลุ่งออกมาจากปากสีสวย อกอิ่มในเสื้อไหมพรมรัดรูปกระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะปลุกเร้าทำให้หนุ่มๆในบริเวณนั้นหันมามองกันตาเยิ้ม
นี่เห็นเจซซี่มั้ย? กลับไปรึยัง? ไอรีนเดินเข้าไปถามเด็กหนุ่มสองสามคนที่มองมาทางหล่อนไม่วางตา พวกนั้นหันไปยิ้มให้กันนิดๆ
เจซกลับไปแล้ว กลับไปกับเท็ดน่ะ ถ้ายังไงเธอจะไปไหนพวกเราไปเป็นเพื่อนก็ได้
In your dream! Jerk! เด็กสาวชูนิ้วกลางให้ก่อนเดินสะบัดหน้าออกไปอย่างแค้นเคือง กลับกับเท็ดอีกแล้ว!
jjjj
นี่เทตซึ นายไม่ลงเล่นฟุตบอลบ้างเหรอ มีคนมาขอให้ฉันช่วยพูดหลายคนแล้วนะ ร่างบางเอ่ยขึ้นลอยๆในขณะที่ช่วยอีกฝ่ายล้างผักเพื่อเตรียมสลัด
แล้วทำไมฉันจะต้องเล่นด้วยล่ะ พวกนั้นก็น่ารำคาญชะมัด รู้งี้ตอนนั้นไม่น่าช่วยลงเลยจริงๆ เด็กหนุ่มลูกครึ่งบ่นอย่างรำคาญ ถ้าเขาเข้าทีมจริงๆก็ไม่มีเวลาจะอยู่กับเจซซี่น่ะสิ
เสียดายโอกาสออก ถ้าเล่นดีๆนายก็เข้ามหาลัยของรัฐได้สบายๆเลยนะ เงินก็ไม่ต้องเสีย ไม่ลองดูหน่อยเหรอ?
ไม่เห็นจะสนเลย ถึงไม่เล่นฟุตบอล*ฉันก็เข้ามหาลัยของรัฐได้สบายๆอยู่แล้ว ร่างสูงว่าพลางรับผักจากอีกฝ่ายมาฉีกใส่ชามแก้วใบโต อีกอย่างฉันไม่เห็นว่าไอ้กีฬาชนิดนี้มันจะน่าพิสมัยตรงไหนเลย สกปรกจะตายชักซ็อคเกอร์*ยังดีกว่าตั้งเยอะ
เจซซี่นิ่งเงียบปล่อยให้อีกฝ่ายพูดไปคนเดียวเรื่อยๆ อันที่จริงเขาค่อนข้างจะพอใจไม่น้อยที่ได้อยู่กับเทตซึเหมือนเดิม ถ้าไม่นับเรื่องอย่างว่าเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว เขาสองคนก็เป็นพี่น้องที่สนิทกันมากเหมือนเมื่อก่อน ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงและเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆก็คงจะดีไม่น้อย เมื่อก่อนถึงแม้แครอลไลน์จะอยู่บ้านแต่เขาก็ค่อนข้างจะเหงาและว้าเหว่เพราะแม่เลี้ยงออดๆแอดๆ ไม่ค่อยสบายอยู่เสมอ การมีใครสักคนมาคอยอยู่ข้างๆ มาคอยทำอาหารให้กิน มาคอยเป็นเพื่อนคุยแบบนี้ทำให้เขาหายเหงาเป็นปลิดทิ้ง ส่วนเรื่องบนเตียง ก็ถือว่าพอจะทนกันได้ถ้ามันจะทำให้เทตซึกลับมาอยู่บ้านเหมือนเดิม
*note* ใน AE(American English) คำว่า football จะหมายถึง American football ส่วน soccer จะหมายถึง football แบบปกติ
jjjj
เด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่ผมสีเดียวกับน้องสาวมองคนสองคนที่นั่งตรงข้ามสลับกับเด็กสาวข้างๆไปมาอย่างไม่เข้าใจ เสียงในโรงอาหารดังแซ่ด แต่โต๊ะที่เขานั่งกลับเงียบเชียบจนหน้าอึดอัด ไอแซคกัดหลอดนมแรงๆด้วยความขัดอกขัดใจก่อนที่จะพูดขึ้นมาอย่างเหลืออด
อะไรของพวกนายเนี่ย? เป็นแฟนกันแท้ๆแต่กลับนั่งคนละฝั่งแถมเงียบไม่พูดไม่จา มันไม่ค่อยดีมั้งพวก! ประโยคสุดท้ายเขาเน้นเสียงพลางปรายตาไปที่ร่างสูงที่นั่งข้างเจซซี่เหมือนจะพูดให้ฟังโดยเฉพาะ ไอรีน
กระแทกถาดอาหารแล้วลุกขึ้นเดินออกไปโดยจ้องมองเทตซึด้วยสายตาโกรธเคืองเป็นการทิ้งท้าย ทำให้เจซซี่และพี่ชายตนเองนั่งเอ๋ออยู่ชั่วครู่ ก่อนที่ไอแซคจะรีบหันไปพูดกับเพื่อนสนิทอย่างร้อนใจ
รีบตามไปเร็ว! สงสัยคราวนี้จะโกรธจริงๆ ปกติไอรีนไม่ใช่ผู้หญิงขี้งอนนี่ ไปเร็ว! พูดพลางเอื้อมมือไปดึงไหล่เสื้อเพื่อนให้ลุกขึ้น เจซซี่รับคำอย่างเงอะงะโดยสบตากับร่างสูงข้างๆแวบหนึ่งก่อนจะวิ่งตามเด็กสาวออกไป แต่ก็ไม่พ้นสายตาของเพื่อนที่คบแต่เล็กแต่น้อยไปได้
นายตั้งใจจะทำอะไรกันแน่?
อะไรล่ะ? เสียงตอบมากวนโมโหอย่างเป็นที่สุด แถมคนพูดยังกระดกกระป๋องน้ำผลไม้เข้าปากโดยไม่มีท่าทีว่าจะสนใจคำถามแม้แต่น้อย ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเริ่มเลือดขึ้นหน้าแต่ต้องพยายามสะกดอารมณ์ไว้ ถึงแม้จะเป็นถึงนักกีฬาโรงเรียนการหาเรื่องทะเลาะก็ไม่ใช่นิสัยของเขา
นายอาจจะไม่รู้ หรือแกล้งไม่รู้ แต่ฉันจะบอกให้ก็ได้ว่าตั้งแต่นายกลับมาอยู่บ้าน เจซไม่ค่อยได้มีเวลาอยู่กับไอรีนตามลำพังเลยเพราะนายติดเขาแจ
แล้วไง ฉันอยู่กับพี่ฉันมันผิดด้วยเหรอ? นายเป็นแค่เพื่อนจะรู้อะไร เสียงตอบยังราบเรียบเช่นเดิม ไอแซคสูดลมหายใจเข้าช้าๆ แต่มั่นคงเพื่อระงับโทสะที่เริ่มพลุ่งพล่าน
ใช่! ฉันมันเป็นแค่เพื่อนก็จริง แต่นายเคยคิดมั้ยว่าตั้งแต่เด็กน่ะ เจซมีเพื่อนน้อยเพราะใคร? นายติดเขาแจตลอด ต่อมาก็ทิ้งเอาไว้เฉยๆเสียอย่างนั้น แล้วก็ไปมั่วกับผู้หญิงซะทั่วเมือง ปล่อยให้พี่ตัวเองต้องรับปัญหาทางบ้านอยู่คนเดียว ถึงฉันจะเป็นแค่เพื่อน แต่ก็ช่วยหมอนั่นแก้ปัญหามาไม่รู้กี่ครั้ง! อยู่เคียงข้างหมอนั่นตลอดไม่เหมือนนายหรอก! ไอแซคตะโกนออกมาอย่างเจ็บใจ เขารักน้องมากและแน่นอนว่ารักเจซซี่มากเช่นกัน พอทุกคนเป็นแบบนี้เพราะไอ้บ้านี่ จะให้อยู่เฉยได้อย่างไร
ใบหน้าคมเข้มยังเรียบสนิทราวกับรูปปั้น หากดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นกลับบ่งถึงความไม่พอใจอย่างเด่นชัด เทตซึพูดตอบอีกฝ่ายเสียงต่ำก่อนจะเดินออกไปอย่างไม่สนใจ
พูดจบแล้วใช่ไหม? จะได้ไปอย่างไม่เสียมารยาทซะที
ไอรีน ไอรีน เดี๋ยวสิจะไปไหน คุยกันให้รู้เรื่องก่อน เจซซี่วิ่งไปคว้าร่างที่บางกว่าเล็กน้อยก่อนที่ฝ่ายนั้นเดินไปเปิดประตูรถ
อย่ามายุ่ง! กลับไปหาน้องชายเธอเถอะ เสียงหวานที่สั่นเครือทำให้เด็กหนุ่มตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เพราะตั้งแต่คบกันมาคนตรงหน้าไม่เคยร้องไห้ให้เห็นสักครั้ง เจซซี่หันซ้ายหันขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่บริเวณนั้นจึงรวบรวมความกล้าคว้าร่างที่สั่นระริกเข้ามาปลอบประโลม มือเรียวลูบไล้ผมสีน้ำตาลทองอย่างเบามือ
เธองอนฉันเรื่องอะไรเนี่ย? เจซซี่ถามขณะจูงมืออีกฝ่ายให้ขึ้นไปนั่งบนกระโปรงรถสเตชั่นแวกอนสีตะกั่วของเจ้าตัวเมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นคลายสะอื้นแล้ว อันที่จริงเขาก็ออกจะหวั่นๆว่าเด็กสาวจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเทตซึหรือไม่ แต่เมื่อเขาไม่พูด เทตซึไม่พูด จะมีใครรู้? แต่ถึงกระนั้นความรู้สึกละอายใจก็ยังคอยรบกวนความคิดอยู่ตลอดเวลา เพราะการทำแบบนั้นก็เท่ากับเขาผิดต่อคนที่เป็นแฟน ไอรีนหรี่ตามองเด็กหนุ่มผมสีข้าวเปลือกสุกก่อนจะถามขึ้นมาด้วยความน้อยใจ
นี่เธอไม่รู้เหรอว่าฉันเป็นอะไร? ร่างโปร่งชะงักเล็กน้อย ริมฝีปากนุ่มเม้มเข้าหากันอย่างกังวลแล้วตัดสินใจแกล้งส่ายหน้า
เด็กสาวแค่นหัวเราะเบาๆแล้วรู้สึกเจ็บตึงที่ใบหน้า การร้องไห้ในอากาศที่หนาวจัดและลมที่พัดเย็นยะเยือกไม่ใช่เรื่องที่ควรทำนัก แต่ความเจ็บภายนอกเทียบไม่ได้กับความเจ็บแค้นในใจ หล่อนห้ามน้ำตาให้หยุดไหลไม่ได้ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจึงเต็มไปด้วยความแหบเครือ
ฉันจะบอกเธอให้ก็ได้ เธอรู้ตัวมั้ยว่าเราไม่ได้เจอหน้ากันหรือคุยกันแบบสองต่อสองมาอาทิตย์เต็มๆแล้วนะ ตั้งแต่ที่เธอป่วยวันนั้นน่ะ
ฉันขอโทษ เอ่อ คือว่า
ฉันโทรหาเธอเท่าไหร่ก็ไม่มีใครรับ หมู่นี้เธอมาโรงเรียนสาย พอจะไปหาตอนพักก็หลับเป็นประจำ กลับบ้านก็กลับกับเท็ดก่อน ฉันรู้ว่าตั้งแต่ไหนแต่ไรเธอก็กลับก่อนเพราะฉันต้องอยู่ซ้อม แต่ตอนนี้ไม่ว่าเธอจะไปไหน ก็มีน้องชายไปด้วยตลอด จะบอกให้นะ ฉันเกลียดเท็ดที่สุดเลย เด็กสาวพูดเสียงขาดเป็นห้วงๆในตอนท้าย ไหล่เล็กๆสั่นเทาอย่างรุนแรงใบหน้าสวยคมแดงก่ำและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ขณะที่เจซซี่ซึ่งกำลังเอื้อมมือไปโอบไหล่ที่สั่นเทานั่นไว้อุทานอย่างตกใจเมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย
ไอรีน!
ใช่ ฉันเกลียดเขา! เขาแย่งเธอไป แค่ดูก็รู้ว่าเขาหวงเธอแค่ไหน ดูสายตาที่เขามองคนรอบข้างเธอสิน่ารังเกียจชัดๆ ที่สำคัญเขาเกลียดฉัน! เขาเกลียดฉันเพราะฉันเป็นแฟนเธอ!
ไม่จริงหรอก อย่าคิดมากน่าหมอนั่นเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว อย่าถือเลย เด็กหนุ่มพยายามปลอบประโลม เขารู้ตัวว่าเรื่องนี้ตัวเองเป็นฝ่ายผิด หมู่นี้เขากับเทตซึไปอยู่ที่บ้านชายป่าเกือบทุกวันโดยไม่ได้บอกใครไว้ เด็กสาวจึงโทรตามไม่เจอ แถมตอนกลางคืนยังโดนกวนทำให้อดหลับอดนอนและมาโรงเรียนสาย ไอรีนแค่นยิ้มน้ำเสียงสงบลงมากแต่น้ำตายังไหลลงมาเป็นทางด้วยความเจ็บใจ
วันนั้นที่ไปหาเธอที่บ้าน เขาบอกให้ฉันเลิกคบกับเธอแล้วมาคบกับเขาแทน ฉันปฏิเสธ แล้วเธอรู้มั้ยว่าเขาทำยังไงต่อ? เด็กสาวหันมาหาคนข้างๆพลางคลี่ยิ้มเยาะตนเองเมื่อเห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าสงสัยอย่างเก็บไม่อยู่
เขาจับฉันมาจูบไง! เขาจูบฉันแล้วก็หัวเราะเยาะบอกว่าฉันไม่เหมาะกับเธอ ฉันรักเธอนะเจซ! รักมากด้วย ไอรีนเงยหน้าขึ้นมองแฟนหนุ่มที่กำลังตะลึงอยู่พลางโน้มคออีกฝ่ายลงต่ำและประกบจูบอย่างรวดเร็ว หล่อนไม่ต้องการเสียเขาให้ใครเด็ดขาด เจซซี่เบิกตากว้างสักครู่ก่อนที่จะปล่อยเลยตามเลย แม้ในใจจะรู้สึกผิด แต่เขาไม่อยากให้ไอรีนรู้สึกเหมือนถูกทิ้ง การเอาใจเล็กๆน้อยๆก็ไม่ได้เสียหายอะไรหรอกถ้า
เจซกลับกันเถอะ
ยังไม่ทันไรคนในความคิดก็โผล่มาพอดี ใช่! การเอาใจไอรีนคงไม่เสียหายอะไรถ้าเทตซึไม่โผล่มาเห็นเสียก่อน ไอรีนมองหน้าแขกไม่ได้รับเชิญด้วยสายตาเกลียดชังอย่างไม่ปิดบัง หากแต่ฝ่ายนั้นยังเฉยแถมเอื้อมมือมาคว้าลำแขนบางให้ไปด้วยกันในขณะที่เด็กสาวก็ยึดแขนอีกข้างหนึ่งไว้อย่างไม่ยอมปล่อยเช่นกัน เจซซี่ลังเลและรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่แสนจะน่าอึดอัดจนเขาอยากจะมุดดินไปเสียให้พ้นๆ
อะไรล่ะ? โรงเรียนยังไม่เลิกเลย เด็กหนุ่มตัดสินใจทำลายความเงียบขึ้นเพราะแขนทั้งสองข้างของเขายังไม่เป็นอิสระเสียที
เมื่อกี้หมอโทรเข้ามือถือ บอกให้รีบไปโรงพยาบาลเพราะแม่อาการทรุด
เด็กหนุ่มผมสีบลอนด์มีปฏิกิริยากระวนกระวายใจทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่ไอรีนกลับเห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของร่างสูงที่กำลังยิ้มเยาะอยู่ หล่อนกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ แล้วโพล่งออกไปโดยไม่รอช้า
งั้นฉันจะไปด้วย! นะเจซ ฉันไม่เคยเจอคุณแม่เธอเลย ท้ายเสียงที่ออดอ้อน ขัดหูเทตซึโอมิอย่างประหลาด แต่กระนั้นริมฝีปากบางเฉียบก็ยังเยื้อนยิ้มและขัดขึ้นมาด้วยเสียงเย้ยๆก่อนที่ผู้มีศักด์เป็นพี่จะพูดอะไรออกมา
ฉันว่าเธอคงไปไม่ได้หรอกไอรีน
ทำไมล่ะ!? ก็ฉันจะไปนี่ นายไม่เกี่ยว!
ร่างสูงยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วคลี่ยิ้มที่มุมปากอย่างผู้มีชัย
เสียใจด้วยนะ แต่ตอนที่ฉันเดินมาครูวอล์คเกอร์ให้ฝากตามตัวเธอแน่ะ เห็นว่ามีนัดเรื่องเทสต์ซ่อมหรืออะไรเนี่ยแหละ
เด็กสาวกัดริมฝีปากตนเองแรงๆอย่างขัดใจเมื่อนึกขึ้นได้ เจซซี่ปลอบให้หล่อนไปหาอาจารย์ก่อนแล้วค่อยไปเยี่ยมแม่ของเขาด้วยกันวันหลัง ไอรีนจึงยอมเดินกลับเข้าโรงเรียนด้วยอาการกระฟัดกระเฟียด
หล่อนแพ้อีกแล้ว! ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่กันที่หล่อนเห็นเด็กหนุ่มลูกครึ่งนั่นเป็นคู่แข่ง แต่เมื่อคิดแบบนี้แล้วก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนความคิดกันได้ง่ายๆ
สักวันหล่อนต้องชนะ!
jjjj
รถสปอร์ตสีแดงที่เจ้าของขับไปผิวปากไปอย่างใจเย็นทำให้คนที่นั่งข้างๆอารมณ์เสียขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ยิ่งเห็นว่าร่างสูงขับออกนอกเส้นทางที่จะไปโรงพยาบาล เสียงใสจึงโวยขึ้นอย่างฉุนจัด
นี่มันไม่ใช่ทางที่จะไปโรงพยาบาลนี่! นายจะไปไหน!?
ก็ใครบอกว่าฉันจะไปโรงพยาบาล ตอบอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าคมเข้มคลี่ยิ้มจนเห็นฟันขาวเป็นระเบียบอย่างที่เจ้าตัวไม่ทำบ่อยนักแต่เจซซี่ไม่มีอารมณ์จะมานั่งชื่นชมในความหล่อเหลานั่นหรอกเพราะเขาโกรธจนตัวสั่นเสียแล้ว
นายโกหก! ร่างบางพูดเน้นเสียงหนัก ใบหน้าเริ่มแดงก่ำ ในขณะที่เทตซึยักไหล่อย่างไม่ค่อยสนใจนัก เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่พูดต่อเขาจึงหันมาพูดบ้าง
จริงๆก็ไม่ได้โกหกหรอก แต่แม่โทรมาบอกว่าจะไปอยู่กับพี่ชาย ลุงของฉันน่ะ ที่ฟลอริด้า สักสองสามเดือน เห็นบอกว่าทางโน้นชวนให้ไปฉลองคริสต์มาสด้วยกัน คงรู้ว่าแม่ไม่สบายน่ะเลยมาเยี่ยม เลยชวนไปด้วยกันเลย ส่วนพวกเรา แม่บอกว่าจะกลับไปหาปู่ฉันที่ญี่ปุ่นก็ได้ เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่เขาอนุญาตเพราะปกติฉันไปของฉันเอง
แต่หมอบอกว่าแม่จะออกจากโรงพยาบาลอย่างถาวรไม่ได้ แล้วนี่จะต้องไปอยู่ที่โน่นนานเท่าไหร่? ไปวันไหน? ถ้าเกิดต้องเข้าโรงพยาบาลขึ้นมาอย่างฉุกเฉินจะทำยังไง? หมอที่ฟลอริด้าไม่มีประวัติคนไข้ของแม่นะ นายอย่าลืมสิ เจซซี่รัวเสียงถามจริงจัง เรื่องของมารดาสำคัญที่สุดเสมอซึ่งเทตซึรู้นิสัยข้อนี้ของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี เจซซี่รักแครอลไลน์มากกว่าแม่แท้ๆของตัวเอง แม่ ที่ไม่เคยเหลียวแล
จะไปวันนี้แล้ว เห็นบอกว่าจะไปอยู่ถึงสปริง
แล้ว ร่างบางพูดขัดขึ้นอย่างร้อนใจทำให้คนที่ขับรถอยู่รีบพูดต่อให้จบ
หมอเห็นด้วย เพราะยังไงๆอากาศทางใต้ก็อุ่นกว่าที่นี่เยอะล่ะนะ อย่างน้อยปีนี้หิมะคงไม่ตก แม่อยู่ที่โน่นจะพักฟื้นสุขภาพได้ดีกว่า เรื่องถ้ามีอะไรเกิดขึ้นฉุกเฉินยิ่งไม่ต้องห่วง อย่าลืมสิว่าโรงพยาบาลนี้เขามีเครือกว้าง โอนประวัติคนไข้น่ะง่ายจะตาย
เจซซี่พยักหน้าแสดงอาการรับรู้ ความกังวลที่มีอยู่แต่แรกลดลงไปมาก อย่างน้อยแม่ก็มีญาติพี่น้องที่รักคอยดูแล เขามองออกนอกกระจก แม้จะไม่ค่อยได้ออกนอกเมืองบ่อยนักแต่ก็พอจะจำได้ว่าทางที่รถกำลังวิ่งอยู่คือทางไปทะเลสาบเล็กๆซึ่งอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ ตามทางแทบจะไม่มีบ้านคนสักหลัง นานๆจะเห็นรถเทรลเลอร์สักคันสองคัน ผู้เป็นเจ้าของมักจะนั่งผิงไฟอยู่ข้างหน้า แม้จะสงสัยว่าเทตซึจะไปทางทะเลสาบทำไมแต่เขาก็เหนื่อยเกินกว่าที่จะเอ่ยปากถาม ร่างบางทิ้งตัวยวบลงกับเบาะราวกับไม่มีกระดูก ใบหน้านองน้ำตาของคนที่เรียกว่าแฟนผุดเข้ามาในห้วงความคิดที่แสนจะเลื่อนลอย
นายจูบไอรีน! เจซซี่หันมาเค้นเสียงถามอย่างเอาเรื่อง
เล่นๆ ไม่ได้คิดจริงจังเสียหน่อย ยัยนั่นเว่อร์ไปเองมั้ง เทตซึตอบอย่างไม่เดือดร้อนในขณะที่คนข้างๆกำมือแน่นด้วยความโกรธ ดูเหมือนร่างสูงจะทำอะไรเล่นๆไปเสียทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของเขา ใช่สิ! เจ้าตัวก็เคยพูดเอง
สมัยนี้ใครจะสนว่าเป็นผู้หญิงรึเปล่า พวกอยากลองของเยอะจะตาย
อย่ายุ่งกับไอรีนอีก! อย่างน้อยเขาก็เป็นแฟนฉันนะ ไว้หน้ากันบ้างสิ!
เทตซึไม่ตอบโต้พลางเลี้ยวรถเข้าไปจอดเลียบทะเลสาบเล็กๆที่เงียบไม่มีผู้คน ในใจเจ็บแปลบที่ร่างบางเห็นคนอื่นสำคัญกว่าเขา เขารักเจซซี่ แต่ไม่กล้าบอกตรงๆและพยายามเข้าข้างตัวเองว่าภาษากายและความหึงหวงที่แสดงออกไปอาจจะทำให้ร่างบางรับรู้ได้บ้างแต่ดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น เด็กหนุ่มถอนใจเบาๆพลางลงจากรถ แล้วเดินไปที่ริมทะเลสาบซึ่งบัดนี้กลายเป็นน้ำแข็งทั้งหมด
หิมะใกล้ตกแล้วนะ ร่างสูงเอ่ยขึ้นลอยๆ
เจซซี่พยายามไล่ความขุ่นมัวในใจออกไปให้พ้นๆ ซึ่งเขาก็ทำได้ไม่ยากนักเพราะเป็นคนที่มีอารมณ์แจ่มใสแทบจะตลอดเวลาอยู่แล้ว ร่างบางมองไปทั่วบริเวณ ทุกอย่างดูจะแข็งเยือกไปหมดแต่หิมะก็ยังไม่ตกเสียที ทั้งๆที่คริสต์มาสใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว ผิดกับปีก่อนที่หิมะลงตั้งแต่เดือนตุลาฯ ก็ดี เขาไม่ชอบอากาศหนาว ใบหน้าหวานก้มมองนาฬิกาข้อมือแล้วตะโกนเรียกจากรถอย่างเป็นกังวล
นี่กลับไปเรียนเถอะ ไปตอนนี้ยังทันนะ ฉันยิ่งเรียนไม่เอาไหนอยู่ด้วย
ไม่เห็นเป็นไรนี่ เดี๋ยวฉันติวให้ก็ได้ ครั้งก่อนนายยังผ่านทุกวิชาเลยไม่ใช่เหรอ ร่างสูงหันมายิ้มพราย พยายามข่มความรู้สึกเจ็บปวดและน้อยใจเอาไว้ เจซซี่ไม่รู้สึกอะไรกับเขาเลย
ที่ผ่านมาเขาเป็นฝ่ายหนีมาตลอดเพราะไม่ต้องการที่จะทำร้ายอีกฝ่ายด้วยความต้องการของตนเอง แต่กระนั้นความรู้สึกต้องการจะครอบครองเคี่ยวงวดลงเรื่อยๆจนแทบทนไม่ได้ ดังนั้นเมื่อพระเจ้าจะเล่นตลกให้เจซซี่เป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเองดังนั้นเขาก็จะไม่ทนอีกต่อไป
เรียนน่ะ เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ไอ้แบบนี้ ชี้ไปที่ทะเลสาบน้ำแข็งซึ่งเป็นประกายระยิบระยับเมื่อต้องกับแสงอาทิตย์ หาดูได้บ่อยๆหรือไง?
เด็กหนุ่มตาสีฟ้าโคลงศีรษะแล้วเดินลงมาจากรถ ถ้าเทตซึไม่พูดเขาก็ไม่รู้สึกว่าภาพข้างหน้าสวยแค่ไหน ทะเลสาบที่เคยสวยใสกลายสภาพเป็นน้ำแข็งแผ่นโตสีม่วงอมครามอ่อนๆจากการสะท้อนกับท้องฟ้า ประกายระยิบระยับจากน้ำแข็งและแสงแดดทำให้เขาต้องหรี่ตาเป็นบางครั้งก่อนจะมองไปรอบๆ ตรงนั้นและตรงนี้ ต้นไม้สูงเหลือแต่ต้นโกร๋นๆ น้ำค้างยามเช้ากลายเป็นน้ำแข็งเกาะค้างอยู่ตามปลายยอดกิ่ง มองไกลๆดูเหมือนใครเอาเพชรไปติดไว้ตามยอดไม้ รถสปอร์ตสีแดงเพลิงที่โดดเด่นอยู่แล้วยิ่งดูสะดุดตามากกว่าเดิม สถานที่อันแสนน่ามหัศจรรย์นี้เหมือนถูกตัดขาดออกโลกภายนอก มีเพียงเขาและเทตซึเท่านั้น
ลมเย็นๆพัดมาหนึ่งวูบทำให้ร่างบางยกแขนขึ้นห่อตัวด้วยความหนาว ถ้าไม่นับเทศกาลคริสต์มาสแล้ว เขาเกลียดฤดูวินเทอร์อย่างเป็นที่สุด เด็กหนุ่มบ่นอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์
สวยดีหรอก แต่หนาวชะมัด ไม่ได้หยิบถุงมือติดมาด้วยสิ
มานี่ ร่างสูงกวักมือเรียก เจซซี่เดินเข้าไปหาอย่างแปลกใจ จะเอาถุงมือให้เขาหรือไงนะ? ตัวเองก็ไม่ได้ใส่เหมือนกันนั่นแหละ
เทตซึจับมือเล็กๆที่เย็นเฉียบนั่นสอดเข้ามาในเสื้อสเว็ตเตอร์ของตนแต่คนที่บ่นว่าหนาวกลับชักมือออกอย่างรวดเร็ว
มันเย็น เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก
ไม่เป็นไร ฉันอุณหภูมิสูง ตอบยิ้มๆพลางจับมือคู่นั้นสอดเข้าไปอีกครั้ง ก่อนจะถูมือทั้งสองข้างของตัวเองไปมาแล้วยกขึ้นเป่า เอามืออุ่นๆขึ้นอังแก้มที่เย็นเฉียบของอีกฝ่าย ทอดเสียงถาม
อุ่นรึเปล่า?
สายตาที่มองมาและความอ่อนโยนที่ได้รับทำให้เขายิ้มออกมาอย่างมีความสุข ใบหน้าหวานพยักรับพลางสบตาอีกฝ่ายอย่างตื้นตัน ความขุ่นข้องใจเมื่อครู่หายไปหมดสิ้น
อุ่นแล้ว แต่นายไม่หนาวเหรอ?
หนาว ตอบเบาๆแล้วยิ้มเมื่อเห็นอีกฝ่ายชักมือออกจากเสื้อเขาแล้วยกขึ้นถูไปมาบ้าง เทตซึจับร่างบางหันหลังกลับแล้วดึงมาแนบอก ยกแขนขึ้นกอดรัดเอวเล็กๆแน่น แล้วกระซิบข้างหู
แค่นี้ก็อุ่นแล้ว
เจซซี่รู้สึกถึงจังหวะหัวใจที่เต้นถี่ทั้งในอกตัวเองและในอกคนที่ยืนซ้อนหลัง เขายกมือตัวเองขึ้นทาบทับท่อนแขนที่โอบรัดอยู่ อดไม่ได้ที่เอนศีรษะพิงอกกว้างแล้วถูไถแก้มตนเข้ากับแก้มของคนที่เอาคางเกยไหล่ตนอยู่เบาๆ แล้วสบตาคมที่มองมาอย่างขลาดอาย
อุ่นดีจัง
ร่างสูงยิ้มรับในตาก่อนจะนาบริมฝีปากไล่ไปตามสันกรามเล็กจนถึงริมฝีปากนุ่ม ใช้ฟันขบริมฝีปากล่างเบาๆอย่างหยอกเย้าก่อนจะแทรกลิ้นเข้าไปเก็บเกี่ยวความหวานละมุนจากคนที่เอียงคอหลับตาพริ้มรับรสจูบที่หวานล้ำด้วยความเต็มใจ
jjjj
ไอค์ ไอค์
เสียงกระซิบเรียกเบาๆทำให้เด็กหนุ่มชะงักมือจากการลอกสูตรคณิตศาสตร์บนกระดานแล้วกันมามอง ก่อนจะถามอย่างไม่ค่อยถูกอารมณ์นักเนื่องจากยังไม่หายโมโหเรื่องเมื่อวันก่อน
มีอะไร?
วันนี้ไอรีนไม่มาเหรอ? ตอนเดินเปลี่ยนห้องไม่เห็นเลย
นักกีฬาประจำโรงเรียนกรอกตาอย่างเซ็งๆเมื่อนึกถึงแม่น้องสาวที่นอนป่วยทางใจอยู่ที่บ้าน
ไม่มา เห็นเมื่อเช้าบ่นปวดหัว ถ้าไงวันนี้ลองไปเยี่ยมดูสิ อาจจะหายปวดขึ้นมาก็ได้
เจซซี่เดินมาหยุดที่หน้าบ้านสองชั้นขนาดกลางซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเขาไม่ไกลนัก เด็กหนุ่มยกมือจะกดออดแต่ใครบางคนในบ้านเปิดประตูออกมาเสียก่อน
อ้าว! เจซซี่ สวัสดีจ้ะ มาหาไอรีนเหรอจ๊ะ? เวอโรนิก้า แลงก์ แม่เลี้ยงของไอรีนทักเด็กหนุ่มด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม หล่อนอยู่ในชุดกระโปรงสีสุภาพสวมทับด้วยโค้ทขนสัตว์ตัวยาว สวมถุงมือและสะพายกระเป๋าใบโต ดูเหมือนเตรียมพร้อมที่จะออกไปไหนสักแห่ง
ครับมิสซิสแลงก์ สบายดีหรือเปล่าครับ?
แหม! เธอมาได้จังหวะพอดี ฉันต้องออกไปทำธุระข้างนอกอยู่เชียว เป็นห่วงไอรีนเหมือนกันเล่นหมกตัวอยู่ในห้องทั้งวัน จะพาไปหาหมอก็ไม่เอา ไม่อยากปล่อยให้อยู่คนเดียวเลย นี่เจคอบก็ยังไม่กลับ ไอค์ก็ต้องอยู่ซ้อม ถ้ายังไงเธอช่วยอยู่เป็นเพื่อนไอรีนสักครู่ได้ไหม อีกครึ่งชั่วโมงพ่อเขาคงจะกลับแล้ว
ครึ่งชั่วโมง เขาโกหกเทตซึว่าจะออกมาซื้อของ ครึ่งชั่วโมงคงไม่นานไปหรอก อ้างโน่นอ้างนี่เอา
ได้ครับมิสซิสแลงก็
ขนาดนี้แล้วเรียกเวอโรนิก้าก็ได้จ้ะ คนกันเองแท้ๆ หญิงสาวหัวเราะพลางชี้มือขึ้นไปชั้นบน ไอรีนนอนฟังเพลงอยู่ในห้องแน่ะ ฉันไปก่อนนะจ๊ะ
เจซซี่วิ่งขึ้นบันไดไปหยุดอยู่หน้าห้องแฟนสาว เขาเคาะประตูเบาๆแล้วร้องเรียก
ไอรีน ฉันเองนะ
เจซ! เด็กสาวบนเตียงยิ้มกว้างแล้วรีบถลาไปเปิดประตู ดีใจจังอุตส่าห์มาหา
เจ้าของผมสีรวงข้าวยิ้มแล้วเดินเข้าห้องไปนั่งที่ขอบเตียง
เห็นไอค์บอกว่าไม่สบาย เป็นอะไรมากรึเปล่า?
ไม่เป็นอะไรมากหรอก ปวดหัวนิดหน่อย แต่ตอนนี้หายแล้ว
ดีแล้ว เด็กหนุ่มว่าพลางถอดเสื้อไหมพรมออกเพราะอุณหภูมิในห้องอุ่นเกินไปที่จะใส่เสื้อสองชั้น เขาฮัมเพลงของเลนนี่ เครวิทซ์ที่ถูกเล่นอยู่ในเครื่องอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่เชียร์ลีดเดอร์สาวมองหน้าแฟนหนุ่มชั่วครู่พลางเขยิบตัวเข้ามาเบียดชิด
เจซ จูบฉันหน่อยสิ
ว่าไงนะ? ทวนคำอย่างตกใจ เด็กสาวทำหน้ามุ่ยอย่างน้อยใจแล้วหันหนี
ไม่อยากก็ไม่ต้อง จูบกับแฟนตัวเองมันน่ารังเกียจมากนักหรือไง?
มันไม่ใช่อย่างนั้น เจซซี่ปลอบอย่างรู้สึกผิดเมื่อนึกถึงใครบางคนที่รออยู่ที่บ้าน แล้วถอนหายใจพลางจับไหล่อีกฝ่ายให้หันมาหา มาสิ แต่ว่า
คำว่าอย่านานนะหายลงคอเมื่ออีกฝ่ายรีบยื่นหน้าเข้ามาประกบริมฝีปากอย่างรวดเร็ว ด้วยความที่มีประสบการณ์กับเรื่องอย่างนี้มากกว่า ไอรีนสามารถชักพาอารมณ์อีกฝ่ายให้คล้อยตามได้อย่างไม่ยากนัก ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เด็กสาวกล้าแสดงออกถึงขนาดนี้เพราะกลัวว่าจะเสียคนๆนี้ไป หล่อนผลักเด็กหนุ่มลงนอนราบแล้วตามรุกแบบไม่ให้ตั้งตัวติดด้วยลิ้นอุ่นที่ตวัดเข้าไปในช่องปากและมือที่จับมืออีกฝ่ายมาไว้บนอกตัวเอง เจ้าของผมสีบลอนด์ชักเคลิ้มตามแต่ก็แปลกใจในตัวเองที่ไม่รู้สึกใจเต้นเหมือนเวลาที่อยู่กับใครอีกคน
เทตซึ!!!
ใบหน้าคมเข้มและสัมผัสที่หว่างขาทำให้เจซซี่สะบัดหน้าหนี เขาพยายามผลักอีกฝ่ายออกแต่ไอรีน กลับขึ้นคร่อมเขาทั้งตัว
ไอรีน!พอได้แล้ว นี่มันไม่ใช่แค่จูบแล้วนะ!
ใครบอกว่าใช่ล่ะ เถอะน่าเจซ ฉันอยากมีเซ็กซ์กับเธอนะ ทอดเสียงออดอ้อนพูดพลางปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่อีกฝ่ายสวมอยู่เร่งรีบ
ให้ตายเถอะ เรื่องนี้ท่าทางจะจำเป็นสำหรับผู้หญิงจริงๆด้วยแต่เขายังไม่อยากทำนี่นา! เจซซี่ตัดสินใจผลักหล่อนออกเต็มแรงทำให้เด็กสาวกลิ้งไปบนเตียง แล้วลุกขึ้นนั่งหอบฮักในสภาพที่เกือบจะเปลือยท่อนบน
อย่าดีกว่านะ เรื่องแบบนี้มันไม่ดี เธอเป็นผู้หญิงนะ จะเสียเอา
เด็กสาวลุกขึ้นมาอย่างหัวเสีย ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นหล่อนแทบจะไม่ต้องออกแรงด้วยซ้ำ แค่กระดิกนิ้วให้ขี้คร้านจะมารอกันเป็นพรวน ไอรีนร้องออกมาอย่างหงุดหงิด
เจซ! โธ่เอ๊ย! เรื่องแบบนี้ พลันสายตาไปเจอกับจ้ำแดงๆที่ช่วงอก เชียร์ลีดเดอร์สาวเงยหน้าพรวด ดวงตาวาววับด้วยความโกรธ
อย่างนี้นี่เอง ฉันเข้าใจแล้ว ประโยคสุดท้ายถูกพูดออกมาพร้อมๆกับมือที่สะบัดไปที่แก้มของเด็กหนุ่ม เจซซี่ยกมือขึ้นกุมหน้าอย่างงงๆ ในขณะที่เจ้าของห้องลุกไปหยิบเสื้อไหมพรมที่ตกลงไปกองกับพื้นขึ้นมาปาใส่หน้าแขก
เธอเลวมากเจซ ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้!
ไอรีน นี่มันเรื่อง
ฉันบอกให้ออกไปไง!
เด็กสาวตะโกนออกมาอย่างสุดกลั้นน้ำตาไหลลงอาบหน้า เจซซี่ยกมือขึ้นหมายจะปลอบแต่ก็เปลี่ยนใจถือเสื้อเดินออกจากห้องไป
ไอรีนสะอื้นฮักแล้วทรุดตัวลงนั่งบนเตียงอย่างหมดแรง หล่อนกลายเป็นผู้หญิงโง่ๆที่ถูกเขาหลอก เจซซี่มีผู้หญิงคนอื่น!
jjjj
เชียร์ลีดเดอร์สาวกดเล็บระบายความหงุดหงิดพลางมองเข้าไปในร้านฟาสต์ฟูตที่แฟนหนุ่มทำงานพิเศษอย่างลังเล เจซซี่ไม่ได้อยู่ที่หน้าร้านแล้ว อาจจะกำลังเลิกงาน หล่อนควรจะไปรอหลังร้าน
เด็กสาวเดินเข้าไปในตรอกเล็กๆพลางนึกเตรียมคำพูดที่จะใช้อยู่ในใจ เรื่องเมื่อวานคิดดูดีๆแล้วหล่อนอาจจะเข้าใจผิดไปเอง จ้ำแดงๆที่เห็นอาจจะเกิดจากการที่เจ้าตัวไปโดนอะไรกระแทกหรือไม่ก็โดนแมลงกัด หรือถ้าเป็นอย่างที่กลัวจริง ก็น่าจะคุยกันให้รู้เรื่องแล้วเลิกกันไปซึ่งข้อนี้ไอรีนรู้ดีว่ามันจะทำให้ตนเองเจ็บปวดไม่น้อย บางทีหล่อนจะพูดกับเขาดีๆให้เขาเลิกกับผู้หญิงคนนั้นซะ
เท้าที่กำลังเดินใกล้ถึงจุดหมายชะงักเมื่อได้ยินเสียงของคนที่ต้องการพบดังออกมาจากด้านหลังของร้านซึ่งเป็นที่ปลอดคน
รอนานรึเปล่า? โทษทีพอดีคนเยอะเลยต้องอยู่ช่วยก่อน
ใคร?! เจซซี่พูดกับใคร?
เด็กสาวกัดริมฝีปากพลางย่องไปแอบอยู่ตรงมุมตึกด้วยใจระทึก ก่อนจะค่อยๆชะโงกหน้าออกไป
ไอรีนแทบจะถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือเด็กหนุ่มร่างสูงคู่อริ แต่ความหงุดหงิดแล่นเข้ามาอีกครั้งเมื่อคิดได้ว่าทั้งคู่ตัวติดกันขนาดไหน
เฮ้! อะไรติดตรงเปลือกตาแน่ะ ร่างสูงพูดพลางยื่นหน้าเข้าไปมองอย่างเป็นกังวลแต่เจซซี่หันหลังให้หล่อนจึงไม่เห็นสีหน้าของฝ่ายนั้น
ไหน? เอาออกให้หน่อยสิ เกล็ดขนมปังรึเปล่า?
หลับตาสิ
ภาพที่เห็นแทบจะทำให้หล่อนล้มทั้งยืน เทตซึประคองใบหน้าอีกฝ่ายไว้แล้วโน้มหน้าเข้าใกล้ ด้วยความอยากรู้ขาทั้งสองข้างจึงพาหล่อนก้าวออกมาจากซอกตึกมากกว่าเดิมเป็นจังหวะเดียวกับที่ถูกเด็กหนุ่มร่างสูงเห็นเข้าพอดี
เทตซึแกล้งหลับตาลงแล้วตวัดลิ้นคลอเคล้าเร่งจังหวะเรียกร้องมากขึ้นเพื่อให้เด็กสาวคิดว่าเขาไม่รู้ตัวว่าถูกมองอยู่ ก่อนจะหรี่ตาขึ้นมาทีละน้อย ไอรีนสะดุ้งแล้วรีบกลับไปหลบที่ซอกตึกอย่างเดิม พลางยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงสะอื้น เด็กหนุ่มลูกครึ่งยิ้มเยาะด้วยคิดว่าป่านนี้อีกฝ่ายคงจะวิ่งร้องไห้กลับบ้านไปแล้ว
พอได้แล้ว เสียงของเจซซี่ดังขึ้นแต่ไม่ได้ฟังแล้วเหมือนโกรธเลยสักนิด
คืนนี้ไปค้างบ้านป่ากันนะ
บ้านป่า? ทำไมหล่อนไม่เคยรู้มาก่อนว่าเจซซี่มีบ้านอีกหลัง?
นี่รักษาสัญญาหน่อยสิ ไหนว่าคืนนี้จะอยู่บ้านไง
เปลี่ยนใจแล้ว เสียงทุ้มกลั้วหัวเราะน้อยๆอย่างอารมณ์ดี ทำที่โน่นได้อารมณ์กว่า
ทำ? ทำอะไร?
jjjj
อูย ยังเจ็บอยู่เลย ไอรีนมือหนักชะมัด! วันนี้เลยอยู่หน้าร้านไม่ได้เลย แถมโดนพวกในร้านซักใหญ่ เจซซี่บ่นเมื่อเผลอปัดมือไปโดนซีกแก้มข้างซ้าย ร่างสูงซึ่งกำลังขับรถอยู่หัวเราะออกมาเบาๆแต่ก็หันไปมองอย่างเป็นห่วง
ไง? เห็นฤทธิ์ยัยนั่นรึยัง? นายก็เหลือเกินนะโกหกฉันว่าไปซื้อของแต่กลับมาดันมีโลโก้บอดี้โกลฟอยู่บนแก้มได้ เดี๋ยวต้องลงโทษกันหน่อยแล้ว
ยิ้มกรุ้มกริ่มเมื่อพูดประโยคสุดท้ายทำให้คนข้างๆถลึงตาใส่ก่อนจะหันหน้าออกไปมองข้างทาง เมื่อคืนหลังจากที่หาผ้าชุบน้ำร้อนมาประคบและทายาให้เรียบร้อยแล้วเทตซึก็พูดอย่างนี้แถมทำอย่างที่พูดไปแล้วด้วย
คนที่ขับรถอยู่เหลือบตาขึ้นมองกระจกหลังแล้วขมวดคิ้วน้อยๆเมื่อเห็นรถสเตชั่นแวกอนสีตะกั่วที่ขับตามมาข้างหลังโดยทิ้งระยะห่างประมาณสองร้อยเมตร ใบหน้าคมเข้มปรากฏรอยยิ้มพร่างพรายอย่างคนนึกอยากเล่นสนุก
เห็นเมื่อกี้ยังไม่เข็ด อยากดูหนังสดมากนักเขาก็จะสนองให้!
dfdfdfd