<-- -->

Free Web Hosting : Free Hosting : Troubled Teens : Report Abuse

1

by

arts 68


 

d“เธอเป็นอะไร ทำไมมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ล่ะ?” เด็กน้อยวัยเจ็ดขวบ ตาสีฟ้าสดใส ผมสีทองยาวปรกต้นคอ ทำให้ยากที่จะแยกแยะออกว่าเป็นเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง ยืนเอามือจับเข่าก้มมองเด็กตัวเล็กกว่าที่มาหลบนั่งร้องไห้อยู่ในสวนหลังบ้าน มือเล็กๆลูบศีรษะที่ปกคลุมด้วยผมสีน้ำตาลเข้มเกือบดำเป็นการปลอบประโลม ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากมือผอมๆนั่นทำให้เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมาดูทั้งๆที่ดวงตาสีน้ำตาลยังนองน้ำตา เด็กผมทองฉุดมือที่เล็กกว่าให้ลุกขึ้นยืนพร้อมจูงเข้าบ้าน

“ไม่ต้องกลัวนะ ตั้งแต่วันนี้ฉันจะเป็นพี่ชายของเธอ เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ”

“เธอชื่ออะไร?” เด็กตัวเล็กที่ดูเหมือนจะหายตื่นกลัวแล้วถามขึ้นด้วยภาษาอังกฤษเพี้ยนๆ ทำให้คนตัวสูงกว่ายิ้มออกที่น้องชายคนใหม่กับเขาดูท่าทางจะเข้ากันได้ดี

“ฉันชื่อเจซซี่ แล้วเธอล่ะ?”

“เทตซึโอมิ”

jjjj

 

เสียงเพลงที่ดังก้องและวัยรุ่นที่ดิ้นบ้าง ดื่มกินบ้าง พลอดรักกันบ้าง เป็นภาพที่เห็นได้ในงานปาร์ตี้ทั่วไปเสมอ ที่มุมๆหนึ่งมีเด็กหนุ่มร่างใหญ่ ใบหน้าคมเข้มนั่งอย่างเซ็งๆ อยู่บนพื้น โดยมีหญิงสาวรูปร่างอวบอัดนั่งอยู่ข้างๆ ทำให้สายตาริษยาหลายคู่มองมาด้วยความอิจฉาหล่อน

รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบางได้รูปเมื่อนึกถึงเรื่องเก่าๆในอดีต ตอนที่เขามาอยู่ที่อินเดียน่าช่วงแรกๆเนื่องจากแม่เขาแต่งงานใหม่ ตอนนั้นเขาทั้งตัวเล็ก อ่อนแอ ใครๆก็ชอบแกล้งด้วยเหตุที่เป็นลูกครึ่งประการหนึ่ง แม้แต่แม่ของตัวเองก็ไม่สนใจไยดีนักเพราะเทตซึไม่เหมือนหล่อนแม้แต่น้อย กลับไปเหมือนผู้ชายที่หล่อนเกลียดที่สุด ทำให้เขาขาดความอบอุ่นตั้งแต่เล็กๆ แต่เมื่อมาที่อเมริกา กลับมีคนๆหนึ่งที่เติมเต็มความรักให้เขาอย่างล้นหลาม…เจซซี่

“นี่ นั่งคิดอะไรน่ะ ยิ้มคนเดียวอยู่ได้ ถ้าคิดถึงผู้หญิงคนอื่นน่ะ ฉันไม่ยอมจริงนะ” สาวน้อยผมแดงหยิกพูดขึ้นอย่างมีจริตเมื่อเห็นคนที่นั่งข้างๆเงียบไปนาน พลางกระแซะเบียดอกอันอวบอิ่มที่อยู่ในเสื้อคอกว้างเข้ากับแขนแกร่ง

“อยู่กับคนสวยขนาดเธอ ฉันจะไปคิดถึงคนอื่นได้ยังไง” เด็กหนุ่มพูดอย่างเบื่อๆ พวกผู้หญิงนี่เหมือนกันหมดจริงๆ ทำเป็นรู้ดีทั้งๆที่ไม่รู้อะไรเลย ที่รู้กลับแกล้งเซ่อทำเป็นไม่รู้

“ปากหวานจัง บอกตรงๆนะ ฉันยังไม่เคยเห็นลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกันหน้าตาดีขนาดเธอมาก่อนเลย นี่เท็ด ชื่อญี่ปุ่นของเธอน่ะ เทตซึใช่ม้า? ขอฉันเรียกชื่อนี้ได้มั๊ย?” สาวสวยออดอ้อนสุดชีวิตพลางส่งสายตาหยาดเยิ้มยั่วยวนในที แต่แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นสายตาที่กร้าวขึ้นของคนตรงหน้า

“ไม่ได้ ห้ามเรียกเด็ดขาด”

“ทะ…ทำไมล่ะ? ฉันเห็นพี่ชายเธอยังเรียกอยู่บ่อยๆ”

“ก็นั่นพี่ชายฉันนี่” เทตซึพูดอย่างเฉยชาพลางลุกขึ้นยืนและเดินออกไป สร้างความงุนงงให้คู่ควงคนล่าสุดอย่างมาก แต่ไม่กล้าถามเซ้าซี้เพราะได้ยินเกียรติศัพท์นิสัยอีกฝ่ายมามากพอ ถ้าอยากจะเลิกกับใครก็เลิกง่ายๆ แต่กระนั้นก็ยังมีผู้หญิงอยากคบด้วยอีกเป็นพรวน

“เฮ้! เท็ด ไหนว่าจะอยู่ถึงเช้าไง” จอช เพื่อนที่สนิทที่สุดและเจ้าของงานร้องถามขึ้นเมื่อเห็นร่างสูงเดินออกจากประตูไป

“ไม่ล่ะ ฉันจะกลับบ้านแล้ว ไม่ได้กลับซะนาน”

“เฮ้ย! ไหนนายบอกว่าไม่อยากอยู่บ้านไงวะ?”

“ก็ทำนองนั้น” เทตซึโอมิตอบพลางยักไหล่ “แต่ตอนนี้เกิดอยากกลับขึ้นมานี่หว่า ช่วยไม่ได้”

jjjj

 

ร่างโปร่งบางเดินฝ่าความมืดไปตามถนนอย่างไม่รีบร้อน วันนี้งานพิเศษที่ประจำที่ทำอยู่มีปัญหาขาดคนเลยกลับเสียดึก ยังดีที่บอกเบตตี้ หญิงวัยกลางคนที่ทำงานพิเศษดูแลแม่เลี้ยงเขาไว้แล้ว

“ไง เจซซี่ยังจำฉันได้หรือเปล่า” เสียงที่ดังขึ้นขณะเดินผ่านสุสานรถ ทำให้เจ้าของชื่อหันไปมอง ก่อนคลี่ยิ้มเยาะ

“นึกว่าใคร นายเองเหรอแอรอน บอกไว้ก่อนนะถ้าจะมาทวงมีดนั่น ฉันไม่คืนหรอก” ใช่เขายึดมีดที่หมอนี่พกมาโรงเรียนไปด้วยสิทธิ์ของประธานนักเรียน ท่าทางมันคงจะแค้นน่าดู

“ก็ไม่ได้จะมาขอคืนหรอก” มันยิ้มยวนตอบ “แค่จะขอค่ามีดน่ะ” พอขาดคำ ก็มีมือๆหนึ่งมาล็อคแขนเขาไว้แน่นพลางลากเข้าไปในสุสานรถเก่านั่น เจซซี่พยายามเหลือบมองเจ้าของมือที่ล็อคเขาอยู่ แต่มันมืดเสียจนเขามองไม่เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย

“รู้มั๊ยว่าท่านประธานนักเรียนสุดสวยต้องจ่ายค่ามีดยังไง?”

เจซซี่ถูกเหวี่ยงลงกับพื้นพร้อมกับที่แอรอนย่างสามขุมเข้ามาหา เขาสปริงตัวขึ้นพลางยกขาหมายจะเตะกล่องดวงใจศัตรู แต่ถูกหมัดหนักๆ ของเจ้าคนที่เขาไม่เห็นหน้าต่อยเข้าที่ท้องน้อยส่งผลให้ร่างบางจุกจนตัวงอ เจ้าแอรอนยิ้มเยาะขณะที่ปลดกระดุมกางเกงของตน

“เอาน่า นายจ่ายค่ามีดให้ฉันด้วยร่างกายก็ถือว่าหายกันแล้วกัน” มันพูดด้วยแววตาหื่นกระหายในขณะที่ก้มตัวลงมาจัดการกับเสื้อผ้าของร่างที่นอนจุกอยู่ ทำให้เจซซี่มองด้วยแววตาขยะแขยงแต่จุกเจ็บเกินกว่าที่จะขยับได้

“ที่จริงฉันก็ไม่ได้มีรสนิยมอย่างนี้หรอกนะ แต่นายมันสวยกว่าผู้หญิงเสียอีก ใครจะอดใจอยู่ บอกตามตรงว่าอยากลองว่ะ มาสนุกด้วยกันหน่อยเป็นไง” มือหยาบทำท่าจะลูบไล้แผ่นอกขาวเนียนหลังจากที่เสื้อสเว็ตเตอร์สีดำถูกถอดออก ตามด้วยเสื้อยืดตัวในซึ่งบัดนี้ใช้แทนเชือกรัดข้อมือบางๆอย่างแน่นหนา เสียงที่อยู่ๆก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังทำให้การเคลื่อนไหวทุกอย่างหยุดชะงักแทบจะทันที

“ท่าทางน่าสนุกดีนี่” แอรอนหันไปมองทางต้นเสียงอย่างตื่นตระหนกกอ่นจะยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจเมื่อเห็นหน้าคนที่กำลังเดินเข้ามา

“นายอยากร่วมด้วยมั๊ยละเท็ด? ได้ข่าวว่าไม่ค่อยถูกกับคุณพี่ชายไม่ใช่เหรอ ว่าไง?”

“พวกนายกลับไปได้แล้ว” ร่างสูงเอ่ยเรียบๆขณะลงนั่งยองๆมองดูพี่ชายตนเองที่ถูกมัดอยู่ด้วยสายตาเย็นชาไร้ความรู้สึก

“ว่าไงนะ!? อย่าพูดเล่นสิ นายจะจัดการคนเดียวน่ะพวกฉันไม่ยอมแน่! จะเอาให้มันรู้สำนึกเสียหน่อย อยากรู้นักว่าถ้าคนในโรงเรียนรู้ว่าคุณประธานนักเรียนที่แสนจะเป็นที่รักถูกเรียงคิวจะทำหน้ากันยังไง” แอรอนพูดพลางไล้มือไปมาบนแผ่นอกขาวเนียนนั่น แล้วต้องร้องขึ้นอย่างตกใจเมื่อมีมีดคมๆมาจ่อคอหอยอย่างไม่รู้ตัว

“อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำอีก ห้ามแตะต้องหมอนี่เด็ดขาด!” มีดที่จ่ออยู่ถูกกดน้ำหนักเพิ่มจนเลือดไหลซิบ แอรอนหน้าซีดเผือด ก่อนจะละล่ำละลักพูด

“กลับก็ได้ไม่เห็นต้องใช้กำลังเลยนี่นา ยังไงนายก็เป็นลูกพี่ของพวกเราอยู่แล้ว เฮ้ย! กลับ” มันลุกขึ้นพร้อมตะโกนบอกเพื่อนข้างๆ ก่อนที่จะรีบพากันหายหัวไปอย่างรวดเร็วเพราะรู้ว่าเทตซึเป็นคนที่พูดจริงทำจริง

ร่างสูงถอนหายใจอย่างหน่ายๆก่อนที่จะหันมาแก้มัดให้พี่ชายตัวเอง แล้วลูบข้อมือเล็กที่เป็นรอยแดงจากการถูกมัดนั่นแผ่วเบา ก่อนที่จะประคองอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นนั่งเพื่อที่จะสวมเสื้อให้

“ฉันทำเองได้” เสียงเล็กสะบัดขึ้นพร้อมเอี้ยวตัวหนีจากมือให้ยังผลให้ต้องนิ่วหน้าอีกครั้งเพราะความจุกเสียดยังไม่หายไป

“ไงล่ะ? ทำเก่ง โดนต่อยจนจุกไม่ใช่หรือไง” ร่างสูงยิ้มเยาะๆทำเอาคนฟังหน้ามุ่ยพลางก้มหน้าลงจัดการกับเสื้อผ้าตนเองแล้วสบถด่าเจ้าวายร้ายสองคนนั่นอย่างแค้นเคือง จึงทำให้ไม่ทันสังเกตเห็นแววตาที่ทอดมองมาอย่างอ่อนโยนของอีกฝ่าย

“ที่จริงไม่น่าเดินมาทางเปลี่ยวๆเลยน้า ถึงจะเป็นทางลัดก็เถอะ หน้าตาอย่างนี้เดี๋ยวก็ถูกลากไปหรอก สมัยนี้ใครจะสนว่าเป็นผู้หญิงรึเปล่า พวกอยากลองของเยอะจะตาย” เทตซึพูดต่อไปเรื่อยทำให้ผู้มีศักดิ์เป็นพี่เริ่มเลือดขึ้นหน้า

“นี่! นายเห็นตั้งแต่ก่อนที่มันจะอัดฉันแล้วทำไมไม่เข้ามาตั้งแต่ตอนนั้นวะ?”

“เดี๋ยวพอมาช่วยนายก็หาว่าฉันดูถูกฝีมือนายอีก เอ้า! ขึ้นมาได้แล้ว” พูดพลางย่อตัวหันหลังให้อีกฝ่าย ร่างบางทำหน้างงๆ กับการกระทำนั้น

“จะทำอะไร?”

“โง่จริง ก็ให้ขี่หลังไงล่ะ หรือจะให้อุ้ม? บอกไว้ก่อนนะ ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงฉันไม่อุ้มเด็ดขาด ขึ้นมาเร็วๆสิ ชักช้าน่ารำคาญ”

เสียงตวาดทำให้เจซซี่นิ่งด้วยความน้อยใจพลอยทำให้อารมณ์ขุ่นมัวเมื่อครู่จางไปบ้าง ก่อนจะค่อยๆยันตัวเข้าขี่หลังกว้าง โดยที่ไม่มีโอกาสรู้เลยว่าเจ้าของแผ่นหลังนั้นกำลังหน้าแดงอยู่เนื่องด้วยไม่เคยปฏิบัติกับผู้หญิงคนไหนอย่างที่พูด

“นี่เทตสึ จำตอนที่นายอายุแปดขวบได้มั๊ย ที่นายหัดเล่นสเก็ตบอร์ดแล้วล้มจนขาแพลง ฉันก็เลยให้นายขี่หลังอย่างนี้แหละ พอกลับบ้านพ่อดุใหญ่เลย หาว่าดูน้องไม่ดี” เจซซี่พูดทำลายความเงียบขึ้นระหว่างเดินกลับบ้าน ช่วง2-3ปีหลังนี้เทตซึเปลี่ยนไปไม่ค่อยมาสนิทกับเขาเหมือนเดิม ยิ่งหลังจากพ่อตายปีที่แล้วยิ่งกลับบ้านนับครั้งได้ แถมไม่ไปโรงเรียนอีก นานๆทีจะมีโอกาสคุยกัน แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังรักและเป็นห่วงน้องชายเหมือนเดิมแม้เจ้าตัวจะทำตัวไม่ค่อยน่าพิสมัยนักก็ตาม อะไรก็ตามที่เขาสามารถทำแล้วให้เทตซึกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้เขาก็เต็มใจทำ

“จำไม่ได้ ใครจะไปจำได้เล่า ไร้สาระแบบนั้น” เด็กหนุ่มโกหกคำโต ทำไมเขาจะจำไม่ได้ ตอนนั้นเจซซี่ยังสูงกว่าเขาอยู่เลยแต่ด้วยอายุที่ห่างกันแค่ปีเดียวทำให้เขาไล่ทันในสองปีต่อมา ร่างบนหลังหน้าหมองลงไปทันตาก่อนจะเอ่ยเรียบๆ

“เหรอ? นั่นสินะ”

jjjj

“เบตตี้ครับผมกลับมาแล้ว ขอโทษครับที่มาช้าพอดีมีเรื่องนิดหน่อย แม่นอนหรือยังครับ?” เทตสึอมยิ้มขำๆเมื่อร่างบางที่อยู่บนหลังพูดรัวเป็นชุดอย่างใจร้อน

“ไม่เป็นไรหรอก คุณนายแพททริคยังไม่นอนตอนนี้เข้าห้องน้ำอยู่ เรากำลังคุยกันสนุกเชียว ไม่ได้เจอกันนานนะเท็ดดี้” หญิงร่างท้วมกล่าวอย่างอารมณ์ดีพลางหันไปทักทายเด็กหนุ่มที่นานๆจะเห็นที

“ครับ” ร่างสูงตอบสั้นๆขณะที่ค่อยวางเจซซี่บนโซฟา

เสียงแหวๆดังขึ้นมาจากข้างในพร้อมกับหญิงวัยกลางคนรูปร่างผอมบางบ่งบอกถึงสุขภาพที่ไม่ค่อยจะดีนักเดินออกมาจากห้องน้ำด้านใน

“นึกยังไงถึงกลับบ้านได้นะเท็ด ฉันนึกว่าแกชอบเพื่อนสั่วๆของแกมากกว่าเสียอีก แล้วนั่นอะไร! ทำไมเจซซี่ถึงได้เป็นอย่างนั้น!?” หญิงสาวรีบกรากเข้ามาหาเด็กหนุ่มทั้งสองเมื่อเห็นลูกเลี้ยงสุดที่รักนอนหน้าซีดแล้วหันมามองลูกชายตัวเองอย่างเอาเรื่อง

“เอ่อ…คุณนายแพททริค ฉันขอตัวกลับก่อน นี่ดึกมากแล้วไม่รู้หลานๆจะเข้านอนหรือยัง” ร่างท้วมเอ่ยขอตัวอย่างสุภาพเมื่อเห็นว่าเป็นเรื่องในครอบครัว

“ขอบคุณมากค่ะเบตตี้ แล้วพรุ่งนี้เจอกัน”

“สวัสดีฮะเบตตี้” เจซซี่เอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวลก่อนที่จะหันมาตอบคำถามแม่เลี้ยง “พอดีมีอุบัติเหตุนิดหน่อยฮะ คือ….”

“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นเจซ” แครอลไลน์พูดปรามก่อนที่จะจ้องหน้าลูกชายแท้ๆอย่างฉุนจัด “เพราะแกอีกล่ะสิ? เพราะเพื่อนของแกใช่มั๊ย? แกจะเกิดมาทำไม ในเมื่อเกิดมาแล้วมีแต่ความเดือดร้อนวุ่นวายไม่หยุดอย่างนี้น่ะหา?” หล่อนตะเบ็งปลายเสียงเต็มที่อย่างโกรธเกลียด ในขณะที่เทตซึพูดขึ้นอย่างจงใจยั่วโมโหอีกฝ่าย

“ก็เกิดมาสร้างความเดือดร้อนให้คุณน่ะสิ”

“เทตซึ พอเถอะเดี๋ยวแม่ชัก เอ๊ะ! นั่นนายจะไปไหน?” เจซซี่ปรามก่อนจะเอ่ยอย่างตกใจเมื่อร่างสูงเดินออกจากประตูไป

“ก็จะไปอยู่ที่อื่นน่ะสิ ฉันไม่อยากอยู่ร่วมบ้านกับผู้หญิงน่ารังเกียจอย่างนี้หรอก!”

“เดี๋ยว…”

“ดี ไปเลย ไปไหนก็ไป! ฉันเกลียดแก! เกลียดแกที่สุด! ไป๊!!” แม่แท้ๆตะโกนด่าไล่หลังเมื่อเห็นลูกชายเดินออกจากบ้านไป ก่อนจะกรีดร้องอย่างโกรธแค้นและหมดสติไปในที่สุด เหลือแต่เพียงเจซซี่ที่ลนลานจนทำอะไรไม่ถูก

“แม่!”

jjjj

 

“หมอฮะ แม่ผมเป็นไงบ้าง?” ร่างบางรีบลุกขึ้นถามอย่างร้อนรน เมื่อเห็นนายแพทย์สไตลีย์ หมอประจำของแครอลไลน์เดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน

“คุณนายแพททริคพ้นขีดอันตรายแล้ว…” คำตอบที่ได้ทำให้เขายิ้มออกมาอย่างโล่งอกแต่ทว่าใบหน้าหวานสวยสลดลงทันทีเมื่อได้ยินประโยคที่ตามมา “หมอหมายถึงแค่ตอนนี้เท่านั้น”

“หมายความว่าไงฮะคุณหมอ” เสียงเล็กๆถามขึ้นอย่างร้อนรน นึกกลัวว่าเรื่องที่กลัวมาตลอดจะเป็นความจริง

“เธอก็รู้นี่ว่าหล่อนมีโรคแทรกซ้อนเยอะ ทั้งความดัน ทั้งหัวใจ ไม่นับโรคประสาทที่เป็นโรคประจำตัวอยู่แล้ว หมอเสียใจที่จะบอกว่าเธออาจจะมีเวลาเหลือไม่ถึงครึ่งปี ดังนั้นในช่วงเวลาสั้นๆนี้เธอควรจะได้รับความสุขที่สุด และช่วยเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับด้วย หมอต้องขอตัวก่อน”

นายแพทย์ร่างท้วมก้มศีรษะเล็กน้อยก่อนขอตัวออกไป ปล่อยให้เจซซี่ยืนนิ่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉินเพียงคนเดียว น้ำตามากมายไหลลงมาจากตาสีฟ้าไม่ขาดสาย ทั้งๆที่เขาเตรียมใจไว้นานแล้ว น่าแปลกที่แม่เลี้ยงจะมีความรักความผูกพันธ์ให้กับลูกเลี้ยงมากกว่าลูกแท้ๆของตนเอง ถ้าแครอลไรน์ตายไป เขาคงไม่เหลือใครแล้วจริงๆ

เด็กหนุ่มนั่งเหม่อลอยอยู่หน้าห้อง มารู้ตัวอีกทีเมื่อมีพยาบาลนางหนึ่งเข้ามาสะกิดเบาๆที่แขน

“คุณเป็นญาติของคุณนายแพททริคใช่หรือเปล่าคะ? คุณนายแพททริคฟื้นให้เข้าเยี่ยมได้แล้วค่ะ แต่อย่าอยู่นานนะคะ”

“แม่รู้สึกยังไงบ้างครับ?” เจซซี่ถามอย่างอ่อนโยนขณะที่บีบมือผอมแห้งของผู้มีศักดิ์เป็นมารดาเบาๆ

“ดีขึ้นมากแล้วล่ะ ขอบใจมากจ้ะที่เป็นห่วง” แครอลไลน์ส่งยิ้มให้เด็กหนุ่มอยากปลอบใจ ก่อนที่จะมีสีหน้าหมองลงพร้อมน้ำตาที่เอ่อขึ้นมาคลอเบ้า เมื่อมองไปรอบตัวแล้วเห็นร่างบางเพียงคนเดียว “เด็กคนนั้นคงไม่มาตามเคยสินะ”

“เอ่อ…เทตซึคงไม่รู้ว่าแม่ไม่สบายมั้งฮะ ถ้ารู้ต้องไม่ออกไปแน่ๆ” เจซซี่รีบพูดให้อีกฝ่ายสบายใจแต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผลนัก เขารู้ดีว่าหญิงสาวเป็นโรคประสาท เวลาที่ไม่ได้เห็นหน้าลูกชายตนเองจะเป็นห่วงและดูเหมือนจะรักลูกอย่างแม่ปกติทั่วๆไป แต่พอเห็นหน้าเทตซึเท่านั้นแหละก็เปลี่ยนเป็นคนละคน แต่กับเขาหล่อนกับให้ความรักและการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ไม่เคยตีสักครั้ง ตอนแรกที่สองแม่ลูกเข้ามาอยู่ในบ้านพ่อเขาเคยบอกเรื่องอาการโรคประสาทอ่อนๆของหญิงสาวให้เขาฟังเพื่อที่ว่าถ้าฝ่ายนั้นเกิดทำอะไรไม่ดีต่อเขาขึ้นมาก็ขอย่าได้ถือสา เขายังคิดว่าพ่อทึกทักไปเองแต่ต่อมาก็เห็นหญิงสาวดุด่าเทตซึแทบจะไม่เว้นแต่ละวัน และยิ่งออกอาการคลุ้มคลั่งสติไม่อยู่กับตัวมากขึ้นเมื่อพ่อตาย เด็กหนุ่มลอบสังเกตนัยน์ตาของแม่เลี้ยงอย่างแปลกใจเล็กน้อย วันนี้ดวงตาของแครอลไลน์ดูไม่เลื่อนลอยเหมือนอย่างที่เคยเป็นทุกที

“พอเถอะ แม่เข้าใจว่าเท็ดจะโกรธ จะเกลียดแม่มันก็สมควรอยู่หรอกนะ เพราะแม่เองก็ทำกับเขาไว้เยอะเหมือนกัน”

อดีตที่ขมขื่นเริ่มหลุดออกมาให้ลูกเลี้ยงของตนฟังเป็นฉากๆราวกับฉายหนังซ้ำ แครอลไลน์เป็นลูกสาวเพียงคนเดียว พ่อแม่ และพี่ชายจึงตามใจเธอมาก ประกอบกับครอบครัวมีฐานะและความที่เป็นคนสวยมากๆคนหนึ่งทำให้หล่อนมีนิสัยเย่อหยิ่ง เอาแต่ใจ และหลงตัวเองเป็นพิเศษ หลังจากที่เรียนจบไฮสคูล หล่อนขอทางบ้านไปเที่ยวญี่ปุ่นครึ่งเดือน และเจอเทตซึยะ พ่อของเทตซึโอมิที่นั่น ทั้งสองได้เสียกันเพราะเมา ต่อเมื่อหล่อนกลับประเทศนั่นแหละถึงได้รู้ว่าท้อง แครอลไลน์จึงไปญี่ปุ่นอีกครั้งเพื่อให้เทตซึยะรับผิดชอบ ซึ่งชายหนุ่มก็ยินยอมแต่โดยดี ประกอบกับทางบ้านของฝ่ายชายเข้าขั้นมหาเศรษฐี หล่อนจึงไม่รังเกียจที่จะแต่งงานโดยปราศจากความรักและคิดว่าอยู่ไปนานๆก็คงจะรักชายหนุ่มเข้าสักวัน

แต่ชีวิตมักจะเป็นไปตามที่เราไม่ต้องการให้มันเป็นเสมอ แม่ของเทตซึยะหัวโบราณและรังเกียจชาวต่างชาติมาก ดีที่พ่อของชายหนุ่มให้แต่งงานเพราะเห็นแก่เด็กในท้อง แม้เด็กที่ออกมาจะเป็นผู้ชายและเหมือนผู้เป็นบิดาราวกับถอดออกมาจากพิมพ์เดียวกันทำให้ผู้เป็นย่ายอมรับและเห่อหลานอย่างเป็นที่สุด หญิงสาวก็ยังไม่พอใจเพราะอยากได้ลูกสาวที่สวยงามเหมือนตน นอกจากนั้นเทตสึยะต้องไปคุมงานต่างประเทศหลายครั้ง แม่ของชายหนุ่มพรากลูกของหล่อนไปเลี้ยงที่เรือนใหญ่ เทตซึโอมิจึงติดย่ามาก หญิงสาวรู้สึกเก็บกดและโกรธแค้น ไม่ใช่เพราะที่ไม่ได้อยู่กับลูก แต่เป็นเพราะอิจฉาลูกที่ได้รับการเอาอกเอาใจมากกว่าตน ความเก็บกดสะสมมากขึ้นๆจนหล่อนกลายเป็นโรคประสาท ทุบตีลูกตนเองเสมอเมื่อมีโอกาส ทำให้เด็กน้อยไม่อยากอยู่ใกล้แม่ ที่ร้ายที่สุดคือเมื่อสามีของหล่อนตายด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตก แม่สามีต้องการเทตซึโอมิไว้ในครอบครองและขับไล่หล่อนราวกับหมูกับหมา ทำให้แครอลไลน์แค้นใจมาก จึงถือสิทธิ์ที่ความแม่อย่างถูกต้องตามกฎหมายแอบพาลูกกลับอเมริกา ฝ่ายนั้นจึงทำอะไรไม่ได้ ในที่สุดก็ได้แต่งงานใหม่กับพ่อของเจซซี่ ผมสีทองและตาสีฟ้าของลูกเลี้ยงที่เหมือนกับหล่อนเป็นเหตุผลโง่ๆที่หล่อนรักลูกเลี้ยงมากกว่าลูกตัวเอง

“ทุกอย่างมันเป็นความผิดของแม่ แม่รู้ตัวดีว่าแม่เองคงอยู่ต่อไม่ได้นานนัก” หญิงกลางคนพูดพลางก้มลงไอโขลกก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมามองลูกเลี้ยงอย่างอ้อนวอน “เพราะแม่ทิฐิเองเท็ดถึงได้เป็นอย่างนี้ และถ้าเขาเป็นอย่างนี้ต่อไปคงเรียนไม่จบและเป็นอันธพาลแน่ๆ แม่อยากให้เจซช่วยเกลี้ยกล่อมให้เขากลับมาอยู่บ้านและเรียนหนังสือได้มั๊ย ดูเหมือนเขาจะเชื่อลูกอยู่”

“ผมจะพยายามทำให้เทตซึกลับมาอยู่บ้านให้ได้ครับ รับรอง ตอนนี้แม่พักผ่อนก่อนเถอะ” เด็กหนุ่มให้สัญญาแน่วแน่ก่อนที่จะค่อยๆประคองร่างที่เหลือแต่หนังหุ้มกระดูกลงนอน

jjjj

 

กระดาษก้อนกลมๆที่ปาถูกศีรษะทำให้เด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่หันมามองคนปาอย่างเอาเรื่อง แต่แล้วก็ถอนหายใจเมื่อคนปาเอานิ้วจ่อปากเป็นสัญญาณให้เงียบก่อนจะกระซิบถาม

“ได้เรื่องมั๊ยไอค์?”

เขาขอร้องไอแซคเพื่อนสนิทให้หาทางติดต่อน้องชายให้ เนื่องจากไอแซคเป็นนักกีฬาโรงเรียนและรู้จักพวกอันธพาลอยู่บ้าง เด็กหนุ่มจึงพอจะช่วยเพื่อนได้แต่ก็ลำบากพอดู

“ได้มาแต่เบอร์มือถือที่ผู้หญิงที่หมอนั่นเคยคบซื้อให้ ให้ตายเถอะรู้มั๊ยว่าน้องชายนายน่ะเคยคบกับอาจารย์แฮมมิลตันเชียวนะเว้ย ร้ายไม่เบา” ไอแซคกระซิบตอบพลางส่งกระดาษแผ่นเล็กให้ ทำให้ร่างเล็กยิ้มออก ‘หนอยเจ้าเทตซึ เคยคบกับยัยสุดเซ็กซี่นั่นเชียวเหรอ มิน่าละชอบกระซิบอะไรกันสองคนหลังเลิกเรียนด้วย ยัยนี่ก็ไม่มีจรรยาบรรณความเป็นครูเอาซะเล้ย’ เขาบ่นหงุบหงิบพลางคลี่กระดาษดู ‘แต่ก็ต้องขอบคุณล่ะนะที่หลงกันขนาดซื้อมือถือให้ ไม่งั้นคงตามเจ้าเทตซึลำบากกว่านี้’

“…ทริค เจซซี่ แพททริค ออกมาแก้โจทย์ข้อนี้ซิ” เสียงดุๆของอาจารย์คณิตศาสตร์จอมเฮี๊ยบทำให้เจซซี่ตื่นจากภวังค์ทันที เขาออกไปยืนเก้ๆกังๆอยู่หน้ากระดานครู่ใหญ่ จนอาจารย์ส่ายหน้า

“พอเลยๆ กลับไปนั่งที่ได้แล้ว เธอนี่เป็นประธานนักเรียนภาษาอะไร เรียนไม่ได้เรื่องเลย ดีแต่กิจกรรม ไม่น่าล่ะถึงซ้ำชั้น ได้ข่าวว่าตกแม้กระทั่งวิชาภาษาอังกฤษไม่ใช่เหรอ เอาล่ะกลับไปนั่นที่ไป๊”

“เออ โทษทีเหอะที่ผมมันโง่” เจซซี่บ่นงึมงำขณะก้มหน้างุดๆกลับไปนั่งท่ามกลางเสียงหัวเราะและจรวดกระดาษที่ปามาแซวของเพื่อนในชั้น

jjjj

 

“ฮัลโหล เทตซึ เทตซึโอมิใช่ไหม?”

ร่างสูงใหญ่ชะงักจากกิจกรรมที่ทำอยู่ เมื่อได้ยินเสียงที่อยากได้ยินและไม่ได้ยินมากที่สุดดังมาตามสาย

“ก็ใช่นะสิ นายโทรมาหาฉันไม่ใช่หรือไงโง่จริง มีอะไรล่ะ” ร่างสูงแกล้งทำเสียงดุ แต่ใจจริงดีใจระคนแปลกใจไม่น้อยที่เจซซี่รู้เบอร์โทรศัพท์ของเขา

“เอ่อ คือฟังนะ นายกลับมาอยู่ที่บ้านเถอะนะ แม่ไม่สบายมากเลยแล้ว…”

“พอเลยนี่นายโทรหาฉันเพราะเรื่องผู้หญิงคนนั้นใช่มั๊ย วางได้แล้วฉันไม่ว่าง!” เทตซึตวาดเสียงดังอย่างโมโหที่เจซซี่เป็นห่วงแต่แม่ของเขา ร่างสูงกระแทกตัวใส่คนข้างล่างอีกครั้ง ยังผลให้เกิดเสียงครางดังลอดมาตามสาย

“อาาาา เท็ดแรงอีกสิ”

เสียงที่ลอดมาทำเอาเจซซี่หน้าแดงเพราะรู้ว่าน้องชายทำอะไรอยู่ แต่เขาจะไม่ยอมวางหูเด็ดขาดเพราะกว่าจะหาทางติดต่อเทตซึได้ก็ลำบากพอดู

“เอ่อ มันก็ส่วนนึง แต่ฉันไม่อยากอยู่บ้านคนเดียวนี่ แล้วอีกอย่างใกล้สอบแล้วด้วย อยากให้นายติวให้หน่อยน่ะ นายก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าผลสอบฉันมันร่อแร่ทุกเทอมน่ะ” เขาพยายามคุยต่อแม้จะได้ยินเสียงแปลกๆดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ “ขอร้องนะ เทตซึ กลับมาเถอะ จะให้ฉันทำอะไรก็ยอม”

ร่างสูงยิ้มหยันพลางเร่งจังหวะราวกับคนเบื้องล่างเป็นตัวแทนใครบางคน ไม่ว่ายังไงนายก็ยังไม่เปลี่ยน ห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเองเสมอ ทั้งๆที่ฉันอุตส่าห์หนีมาไกลอย่างนี้ นายก็ยังตามฉันมาเอง แล้วนายเจต้องเสียใจ เจซ! เทตซึกระแทกกายเข้าอย่างแรงเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกับเสียงหญิงสาวที่กรีดร้องลั่นอย่างสุขสม

“ก็ได้ เสร็จพอดี จะไปเดี๋ยวนี้เลย แล้วรักษาสัญญาด้วยล่ะ พี่ชาย”

“อืม โอเค” เสียงใสๆตอบกลับอย่างยินดี ชายหนุ่มปิดมือถือแล้วก้มลงไปเก็บเสื้อผ้าของตนมาสวมอย่างรวดเร็ว

“จะไปแล้วเหรอ ไหนว่าจะค้างไง?” หญิงสาวพูดพลางล้วงมือเข้าไปในกางเกงอีกฝ่ายเพื่อปลุกเร้า หากแต่เจอกับสายตาดุๆนั่นเสียก่อน

“ถ้าเธอทำตัวให้มีค่ากว่านี้ พวกนักเรียนมันคงไม่เอามานินทาสนุกปากหรอกเพจ” เทตซึพูดเสียงเรียบก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้หญิงสาวที่แก่กว่าเกือบสิบปีอัดอั้นใจด้วยความแค้นอยู่คนเดียว

jjjj

 

เจซซี่เอามือล้วงกระเป๋าเดินเข้าโรงเรียนพลางฮัมเพลงตามวอล์คแมนที่เสียบอยู่กับหูอย่างอารมณ์ดี ริมฝีปากอิ่มกับแก้มใสๆทั้งสองข้างเป็นสีชมพูจัดเนื่องจากความเย็นของอากาศ ผมที่ยาวเกือบถึงกลางหลังถูกปล่อยสยายแล้วสวมหมวกไหมพรมทับอย่างที่เจ้าตัวบอกว่าอุ่นดี เขาแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีใสผ่านลมหายใจที่เป็นไอสีขาวของตัวเอง ใกล้คริสต์มาสเข้ามาทุกทีแล้ว ปีนี้เทตซึอาจจะอยู่ร่วมฉลองด้วยกันหลังจากที่อีกฝ่ายไม่เคยปรากฏตัวในช่วงเทศกาลดังกล่าวถึงสี่ปีเต็ม เด็กหนุ่มไพล่คิดไปถึงของขวัญที่จะซื้อให้น้องชาย เงินเก็บที่ได้จากการทำงานที่ร้านฟาสต์ฟูตมีไม่มากนักเพราะหมดไปกับซีดีใหม่ๆที่ออกทุกอาทิตย์ ที่จริงเขาอยากจะซื้อ md player ด้วยซ้ำแต่ยังเก็บเงินได้ไม่พอ ดังนั้นการจะซื้อของขวัญให้เทตซึก็ต้องคิดเผื่อไปถึงของที่จะซื้อให้ตัวเองด้วยเช่นกัน

ร่างบางยิ้มทักทายเพื่อนตามทางแล้วรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่วันนี้เขาดูเหมือนจะเป็นจุดเด่นอย่างเป็นพิเศษ ผู้หญิงบางคนก็เหลียวมองตามจนผิดปกติ เจซซี่ยิ้มกับตัวเองแล้วยักไหล่ คิดโมเมเอาเองว่าวันนี้ตัวเองคงจะดูหล่อกว่าทุกวันเพราะปกติก็จะมีสาวๆเข้ามาทักเขาอยู่แล้ว ส่วนเจ้าแอรอนถึงกับหลบสายตาทันทีเมื่อเขามองไปทางมัน

เด็กหนุ่มเดินผ่านกลุ่มนักเรียนที่ยืนจับกลุ่มคุยกันหน้าห้องระหว่างทางที่จะเดินไปล็อคเกอร์ เขายิ้มทักทายจอช…เพื่อนของเทตซึซึ่งกำลังยืนจู๋จี๋กับแฟนใหม่แล้วต้องชะงักกึกเมื่อฝ่ายนั้นทักตอบ

“หวัดดีเจซ ไงเท็ด? วันนี้มาโรงเรียนพร้อมพี่ชายเหรอ?”

เจ้าของผมสีบลอนด์หันหลังขวับทันทีแล้วเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าเทตซึยืนอยู่ข้างหลังเขาติดๆ

“เทตซึ…นาย…”

ต้นแขนกำยำถูกพี่ชายในนามดึงออกไปยังมุมปลอดคน เจ้าของใบหน้าหวานยิ้มกว้างอย่างยินดี

“มาเลยเหรอ? เพิ่งโทรไปเมื่อวานนี้เองนะ”

“ไม่อยากให้มาหรือไง? นายเรียกมาเองนะ” เสียงทุ้มต่ำหงุดหงิดเล็กน้อยเพื่อพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกในใจเมื่อเห็นใบหน้ายิ้มแย้มนั่น เจซซี่รีบปฏิเสธทันควัน

“ไม่ใช่ๆ อยากให้มาสิ จะกลับบ้านวันนี้เลยรึเปล่า?”

“กลับ” ร่างบางไม่นำพาต่อแสียงตอบสั้นห้วน ความดีใจทำให้รีบกางแขนสวมกอดอีกฝ่ายแน่นแล้วตบหลังกว้างแรงๆ

“ดีมาก…ฉันรักนายนะ”

เทตซึนิ่วหน้าอย่างเจ็บปวดกับประโยคสุดท้าย

ฉันก็รักนาย แต่คนละอย่างกับที่นายรักฉัน

ไม่มีการกอดตอบ ไม่มีคำพูดโต้ตอบ มือใหญ่ทั้งสองข้างยังคงอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ของเจ้าตัว เจซซี่คลายวงแขนจากร่างสูงอย่างเงอะงะแล้วพูดติดตลกแก้เก้อ

“นายสูงชะมัด เวลาพูดด้วยต้องแหงนคอตั้งเลย”

“ฉันไม่ใช่เด็กๆอย่างเมื่อก่อนแล้วนี่”

เทตซึโอมิพูดเสียงเย็นก่อนจะเดินนำออกไปเมื่อได้ยินออดสัญญาณเข้าเรียน

ใช่! ฉันไม่เหมือนเมื่อก่อน อีกไม่นานนายก็จะรู้

jjjj

 

“นายรออยู่หน้าห้องแป๊บนึง ฉันเข้าไปบอกแม่ก่อน”

ร่างสูงตอบรับด้วยการควักบุหรี่ขึ้นสูบทำให้เจซซี่รีบคว้าไลท์เตอร์ออกมาจากมือใหญ่อย่างเร็ว

“อย่าสูบบุหรี่สิ! นี่โรงพยาบาลนะ ถึงตรงนี้จะเป็นระเบียงมีอากาศระบายก็เหอะ”

เทตซึขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดแล้วแย่งของที่อยู่ในมืออีกฝ่ายคืนมา

“ไม่ให้สูบก็รีบเข้าไปเร็วๆสิ”

เจซซี่ถอนใจเฮือกอย่างเอือมระอาก่อนจะผลักประตูเข้าไปในห้องของมารดา

“อ้าวเจซ…ว่าไงลูก?” หญิงสาวที่ครึ่งนั่งครึ่งนอนอ่านหนังสือบนเตียงทักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เด็กหนุ่มเดินเข้ามาบีบมือผอมแห้งเบาๆ

“มาเยี่ยมครับ แม่ฟังผมให้ดีนะ วันนี้เทตซึก็มาด้วย แม่ต้องพยายามข่มอารมณ์ให้ดี เห็นหน้าเขาแล้วห้ามใส่อารมณ์เด็ดขาดนะครับ”

แครอลไลน์รีบพยักหน้ารับ ร่างบางเดินออกไปเปิดประตูให้น้องชายเข้ามา

“เท็ด” หญิงสาวมองหน้าลูกชายแล้วหลับตาเมื่อเห็นภาพผู้เป็นพ่อของเด็กหนุ่มซ้อนขึ้นมา มือผอมๆกำเข้าหากันแน่น นี่คือลูกของหล่อน…นี่คือลูกของหล่อน!

“สวัสดีครับ” น้ำเสียงเย็นชาทำให้มือที่กำอยู่เกร็งจนสั่น หล่อนลืมตา ฝืนยิ้มด้วยความยากลำบาก เริ่มที่จะไม่เป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง

“หวัดดีจ้ะ ขอบใจมากที่มาเยี่ยม” แล้วหันไปทางลูกเลี้ยง “เจซ ลูกพาน้องกลับบ้านไปก่อนนะ แม่รู้สึกไม่ค่อยสบาย”

เจ้าของชื่อพยักหน้ารับอย่างเข้าใจในคำว่าไม่ค่อยสบาย เด็กหนุ่มรุนหลังร่างสูงให้เดินออกไป แล้วหันมามองมารดาที่นอนหลับตาอยู่บนเตียงด้วยสายตาที่กังวลและเป็นห่วงก่อนจะเดินออกห้องไป

“นายมีแฟนแล้วเหรอ?” เทตซึทำงายความเงียบขึ้นระหว่างเดินกลับบ้าน ร่างบางหันมาเลิกคิ้วอย่างแปลกใจก่อนจะยิ้มตอบ

“รู้ด้วย? เก่งนี่”

“ไม่รู้ก็แปลกเขาลือกันออกจะให้แซ่ด สาวๆหนุ่มๆผิดหวังกันเป็นแถบ ที่จริงฉันเคยเห็นแฟนนายครั้งนึงที่ปาร์ตี้บ้านแมกซ์ สวยดีเหมือนกันนี่” ร่างสูงพูดเรียบๆขณะที่ในใจเดือดปุดด้วยความริษยา แน่ล่ะ…หล่อนไม่ใช่แฟนคนแรก แต่หล่อนอึดพอที่จะทนความไม่เดียงสาของเจซซี่ได้ ไม่เหมือนกับผู้หญิงรายอื่นที่เอาแต่กระเง้ากระงอด อยากจูบ อยากมีเซ็กซ์ พอไม่เป็นอย่างที่หวังก็ถอยร่นไปหาคนใหม่ซึ่งแม้จะไม่ดีเท่า ไม่น่าเป็นที่ภาคภูมิใจนักเมื่อเดินควงด้วย แต่ก็ตอบสนองความต้องการของพวกหล่อนได้ดีกว่า

เจซซี่ยิ้มรับภูมิใจทำให้อารมณ์คู่สนทนายิ่งเดือดพล่าน

“ไม่สวยแล้วจะดังเหรอ? เขาเพิ่งย้ายมาครึ่งปีเองนะ ยังไม่เคยเห็นหน้านายด้วย นายนี่ก็แปลกนะ โรงเรียนก็ไม่ค่อยยอมมา ปาร์ตี้ก็ไม่ค่อยไป”

“ฉันเกลียดคนเยอะๆ แค่เท่าที่รู้จักนี่ก็รำคาญจะตายอยู่แล้ว” ก่อนหันมาหาคนที่เดินอยู่ข้างๆ “คบกันนานรึยัง?”

แม้จะรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างแต่เจซซี่ก็รู้สึกดีใจที่อีกฝ่ายสนใจเรื่องส่วนตัวของเขาเหมือนอย่างเมื่อก่อน

“ก็สองเดือนได้แล้ว”

สองเดือน…และมันจะจบอยู่ที่สองเดือนแค่นี้แหละเจซ!

jjjj

ไอแซคเดินเข้ามาพร้อมตบศีรษะที่ปกคลุมด้วยผมสีรวงข้าวสุกเบาๆ ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ แล้ววางถาดอาหารลง

“ไง เจซ หมู่นี้นายดูอารมณ์ดีจริงนะ ได้ข่าวว่าน้องชายนายยอมกลับมาอยู่บ้านแล้วไม่ใช่เหรอ แถมตอนเทสต์คราวที่แล้วยังไม่ตกสักวิชาแน่ะ”

“ก็แหงสิ เทตซึกลับมาได้อาทิตย์นึงแล้วแถมช่วยติวให้อีก แค่นี้ก็ดีจะตายไปแล้ว แต่ที่แน่ๆฉันต้องขอบคุณนายมากๆเลยล่ะที่ช่วยหาเบอร์เทตซึให้ ไม่งั้นป่านนี้คงยังไม่ได้เรื่องหรอก” เจซซี่ยิ้มหน้าบานพลางยัดขนมปังเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ กิริยาของเพื่อนรักทำให้ไอแซคถอนหายใจเล็กน้อยแล้วพูดด้วยน้ำเสียงกังวล

“ฉันดีใจที่เห็นนายแฮปปี้ แต่ว่านะ…นายไม่คิดว่าช่วงนี้นายให้ความสำคัญกับน้องชายมากไปเหรอ? เมื่อคืนไอรีนก็มาบ่นกับฉันอย่างน้อยใจๆ ว่าช่วงนี้นายไม่สนใจเขาเลย ยังไงไอรีนก็เป็นน้องสาวฉันนะเว้ย”

“โทษทีว่ะ ช่วงนี้ฉันมัวแต่ห่วงแม่ อีกอย่างเทตซึก็ปรับปรุงตัวขึ้นมากถึงขนาดยอมไปเยี่ยมแม่ด้วยกันทุกวัน แม่เลยอาการดีขึ้นมาก เห็นหน้าเจ้าเทตซึแล้วไม่คลั่งเหมือนเมื่อก่อน” ร่างบางพูดด้วยสีหน้าสำนึกผิดเมื่อนึกขึ้นได้ว่าช่วงนี้เขาละเลยแฟนตัวเองเหลือเกิน “เอาอย่างนี้ เดี๋ยวฉันเลี้ยงหนังนายกับไอรีนเป็นการชดเชยเอามั๊ย?”

“นั่นมันก็ดี” ไอแซคยิ้มออก แล้วก้มหูลงกระซิบกับอีกฝ่ายในขณะที่ยกแขนพาดลำคอระหงไว้ “แต่หลังจากนั้นนายสองคนก็ไปจู๋จี๋ต่อกันให้เต็มที่เลยนะ พ่อแม่ฉันไม่อยู่พอดีเว้ย”

เจซซี่หัวเราะรับอย่างเขินๆใบหน้าเนียนแดงเรื่อ ก็ตั้งแต่คบกับไอรีนมาไม่เคยเกินเลยมากกว่าจูบเลยสักครั้ง

ภาพและบทสทนาของเพื่อนรักสองคนที่หัวร่อต่อกระซิกกันในโรงอาหาร อยู่ในการรับรู้ของเทตซึตั้งแต่ต้นจนจบ ร่างสูงขบกรามแน่นก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป

jjjj

 

“กู๊ดไนท์ไอรีน” เจซซี่พูดกับแฟนสาวก่อนที่จะเปิดประตูรถ หากแต่เจ้าหล่อนมาคว้ามือเขาไว้ก่อน

“เดี๋ยว”

“หือ?”

“ลืมอีกแล้วนะ” ไอรีนกล่าวยิ้มๆพลางโน้มใบหน้าเจซซี่เข้ามาใกล้ เด็กหนุ่มชะงักเล็กน้อย ก่อนจะบรรจงจูบริมฝีปากสีกุหลาบนั่นแผ่วเบา แล้วรีบขืนตัวออกเอามือลูบศีรษะแฟนสาวพลางยิ้มเขินๆ

“ขี้อายไม่เปลี่ยนเลย มิน่าล่ะพวกเราเลยไปไม่ถึงไหนซะที เอาเถอะ! ไม่เป็นไรหรอก กู๊ดไนท์ เจซ” เด็กสาวกล่าวยิ้มๆพร้อมส่ายศีรษะน้อยๆ ก่อนที่จะออกรถไป

เจซซี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ วันนี้ก็ยังไม่ข้ามขั้นเสียที แต่ช่างปะไร! เขาไม่ได้มีแฟนเพื่อสนองความต้องากรอย่างว่าเสียหน่อย ผู้หญิงสวยๆใครก็อยากได้มาไว้ข้างๆ ยิ่งนิสัยของไอรีนเข้ากับเขาได้ดีและหล่อนเองก็ไม่ได้เร่งเร้าเรื่องอย่างนั้นเหมือนผู้หญิงคนอื่น เขาจึงคบกับหล่อนได้นานกว่าใครด้วยความรู้สึกเหมือนคบเพื่อนสนิท ใครจะว่ายังไงเขาก็ไม่สน แค่เขาพอใจ ไอรีนพอใจ ก็คบกันต่อไปได้เรื่อยๆ เด็กหนุ่มยักไหล่อย่างเคยชินก่อนที่จะเดินผิวปากเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดี

แสงไฟที่ลอดออกมาจากห้องน้องชาย ทำให้เจซซี่ตัดสินใจเปิดเข้าไปดูพบว่าร่างสูงนั่งเปลือยท่อนบนสูบบุหรี่อยู่บนเตียงด้วยบรรยากาสที่เครียดสุดๆ

“ยังไม่นอนอีกเหรอเทตซึ” เด็กหนุ่มตาสีฟ้าถามขึ้นเนื่องจากเป็นเวลาขึ้นต้นวันใหม่แล้ว “แล้วนั่งอย่างนั้นไม่หนาวหรือไง? ฮีตเตอร์ก็เปิดแค่นิดเดียว”

“ก็รอคุยกับนาย มานี่หน่อยสิ ปิดประตูด้วย”

“มีอะไรเหรอ” ถามอย่างงงๆ แต่ก็ยอมทำตามโดยไปนั่งบนเตียง

“นายยังจำสัญญาที่ให้ไว้กับฉันได้หรือเปล่า?” ร่างสูงถามเสียงเครียดพลางขยี้บุหรี่ลงบนปากกระป๋องเบียร์แรงๆ

“สัญญาอะไร?”

เจซซี่ถามตัวเองอย่างงงๆแล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อมือแข็งจับแขนเขาไว้แน่นพร้อมกับใบหน้าคมคร้ามที่โน้มเข้ามาใกล้ทำให้เห็นแววตาที่แปลกไปของร่างสูง มันเป็นแววตาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนแต่ก็ร้อนแรง ดุดันพอที่จะทำให้เขาหลอมละลายไปเสียตรงนั้น

“ก็สัญญาที่นายจะยอมฉันทุกอย่างถ้าฉันกลับบ้านน่ะสิ ฉันทำตามแล้วไง เพราะฉะนั้นขอทวงสัญญาตอนนี้เลยแล้วกัน” พอขาดคำร่างบางก็ถูกกระชากเข้ามาปะทะอกกว้างแบบไม่ทันตั้งตัว ผมสีรวงข้าวนุ่มนิ่มยาวสลวยถูกกระชากจนหน้าหงาย ริมฝีปากอุ่นร้อนตามลงมาประทับจูบอย่างหนักหน่วง ดุดันในตอนแรก ก่อนที่จะผ่อนจังหวะเป็นวาบหวามหากแต่ยังแฝงความร้อนแรงและเร่งเร้าอยู่เต็มเปี่ยม

ร่างเล็กครางในคออย่างแผ่วเบา รสจูบที่ได้รับช่างแตกต่างกับการจูบแบบฉาบฉวยกับไอรีนโดยสิ้นเชิง เปลือกตาบางค่อยๆหลับพริ้ม ริมฝีปากอิ่มเผยอออกเพื่อสูดอากาศหายใจทำให้ลิ้นอุ่นร้อนถือโอกาสแทรกเข้ามาพัวพันเก็บเกี่ยวความหอมหวานอย่างรวดเร็ว เจซซี่รู้สึกตัวเบาหวิวเหมือนอยู่ในปุยนุ่น มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อถูกกดลงนอนบนเตียงนุ่มทำให้สติของเขากลับคืน เด็กหนุ่มรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย ตัดสินใจเข่าไปที่หน้าขาของร่างที่ทาบทับอยู่เต็มแรง ยังผลให้ร่างนั้นชะงักไปชั่วครู่

“อย่าฤทธิ์มากเลยน่า นายไม่มีทางสู้แรงฉันได้หรอก” เทตซึโอมิเหยียดยิ้มมองใบหน้าสวยเนียนแดงจัดที่กำลังหอบหายใจระรวยพลางแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตที่เริ่มหลุดลุ่ยออกหลังจากที่เสื้อสเว็ตเตอร์ตัวเก่งถูกถอดออกไปโยนไว้ข้างเตียงอย่างไม่ไยดี

“พอ…หยุดนะไอ้เทตซึ! หยุดสิวะ!” เจซซี่เริ่มด่าทอและพยายามขืนมือแกร่งไม่ให้ยุ่งกับเสื้อผ้าตนเองแต่สู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้เลยแม้แต่น้อยในที่สุดเสื้อผ้าทุกชิ้นก็ถูกถอดทิ้งภายในเวลาอันสั้น ใบหน้าคมเข้มก้มลงต่ำซุกไซร้ซอกคอระหง แล้วขบเม้มเบาๆอย่างมันเขี้ยวเพื่อฝังร่องรอย

“ได้โปรด…หยุดเถอะ…อย่า…อือออ”

เสียงใสๆประท้วงไม่หยุดหากแต่ร่างกายกลับมีการตอบสนองที่ตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง มือเล็กจับศีรษะร่างสูงแน่น เมื่อเทตซึลากลิ้นตวัดไปมาบนแผ่นอกขาวเนียน ก่อนจะหยุดตรงปลายยอดสีใสแล้วดูดเม้มเบาๆอย่างไม่รู้จักพอ ขาเรียวถูกเกี่ยวขึ้นสูงขณะที่เขาเลื่อนตัวลงต่ำเพื่อครอบครองร่างกายอันร้อนผ่าวของอีกฝ่าย

เจซซี่แอ่นตัวขึ้นสูงโดยอัตโนมัติ เสียงใสๆครางครือออกมาอย่างลืมตัวเมื่อลิ้นอุ่นจัดนั่นตวัดไล้ไปมาอย่างไม่เกรงใจ ผมสีน้ำตาลเข้มถูกขยุ้มแรงเพื่อระบายอารมณ์ แต่เทตซึกลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บแม้แต่น้อย เสียงหวานที่ครางครืออย่างสุขสมกลับทำให้เขาต้องการมอบความสุขให้อีกฝ่ายมากขึ้นอีก จนรู้สึกได้ถึงแรงกระตุกของร่างบางพร้อมน้ำอุ่นๆที่ถูกปลดปล่อยออกมา

เด็กหนุ่มร่างสูงกลืนหยาดน้ำนั่นลงคอแล้วจัดการกับกางเกงตนเองอย่างรีบร้อนแล้วจะเลื่อนตัวขึ้นใช้ศอกคร่อมร่างที่นอนหอบระทวยไว้ก่อนจะจุมพิตบางเบาที่ริมฝีปากสีเชอรี่ เจซซี่ลืมตาอย่างอ่อนล้าเมื่อเกิดรู้สึกหายใจติดขัดอีกครั้งและรับรู้ถึงรสชาติแปลกๆในริมฝีปาก เสียงหวานใสครางในคออย่างสุดกลั้นเมื่อนึกได้ว่ามันเป็นรสชาติของตนเอง อารมณ์ของเขาเริ่มกระเจิดกระเจิงอีกครั้งเมื่อมือใหญ่คู่นั้นลูบไล้ไปทั่ว ก่อนที่จะหยุดที่สะโพกนุ่มแล้วเคล้นคลึงอย่างออมแรง ใบหูเล็กถูกขบเม้มอย่างแผ่วเบาทำให้ร่างบางเผลอยกแขนขึ้นกอดไหล่หนาแน่นเพื่อระงับความเสียวซ่านที่แผ่กระจายไปทั่วร่างราวกับโดนกระแสไฟอ่อนๆช็อต เทตซึยิ้มอย่างพอใจก่อนจะเลื่อนตัวลงไปหาอกเนียนอีกครั้ง

“แยกขาออกสิ”

คนที่นอนหอบระทวยทำตามอย่างไม่รู้ตัวเมื่อยอดอกถูกครอบครองและสะโพกถูกเคล้นคลึงหนักขึ้น เทตซึสอดนิ้วเข้าไปในปากเล็ก ซึ่งดูดขบปลายนิ้วเขาทันทีทำเอาเด็กหนุ่มแทบจะหมดความอดทน แต่พยายามหักใจค่อยเป็นค่อยไป เขาถอนนิ้วออกจากปากอุ่นนั่น แล้วสอดใส่ลงที่ช่องทางคับแคบแทน ก่อนที่จะเลื่อนตัวมาประกบริมฝีปากกับร่างบางรวดเร็วเป็นการปลุกปลอบ

“อื๊ออออ”

เจซซี่ครางอู้อี้ สิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาอยู่ในร่างกายสร้างความรู้สึกแปลกๆ ต้นขาเรียวสวยขยับเสียดกับสะโพกตึงได้รูปของอีกฝ่ายเพื่อระบายความเสียวซ่าน เขารู้สึกถึงความร้อนผ่าวจากช่องทางที่วิ่งแผ่ไปทั่วร่าง ผิวทุกส่วนไวต่อความรู้สึก ในสมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกรู้เพียงแต่ว่าเขาต้องการมากกว่านี้ เทตซึเพิ่มจำนวนนิ้วขึ้นเรื่อยๆ จนเห็นว่าร่างบางพร้อมสำหรับเขาแล้วจึงเกี่ยวขาเพรียวขึ้นพาดบ่าเพื่อเตรียมการสอดแทรก

“โอ้ย!” เจซซี่ร้องอย่างเจ็บปวด ตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อสิ่งแปลกปลอมที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมหลายเท่าค่อยๆเข้ามาอยู่ในร่างกายเขาทีละนิด ก่อให้เกิดความตึงร้าวที่ค่อยรุกคืบเข้ามาอย่างแสนจะเชื่องช้ายืดเวลาแห่งความทรมานออกไปจนรู้สึกเหมือนว่าเขาคงจะต้องแตกเป็นเสี่ยงๆหากอีกฝ่ายยังดึงดันที่จะเข้ามาในตัวเขาต่อไป ร่างเพรียวทั้งออกแรงถีบ ทั้งดิ้นสุดฤทธิ์ แต่ดูเหมือนยิ่งดิ้นจะยิ่งเพิ่มความเจ็บปวดให้กับตนเอง แถมร่างที่ทาบทับอยู่ไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อยกลับดันตัวเข้ามาเรื่อยๆ หยาดน้ำตาเอ่อคลอดวงตาสีฟ้าคู่งามขณะมองผู้ที่กำลังรุกรานตนอย่างแค้นเคือง หากแต่สายตาที่มองกลับมาทำให้เขาต้องเสหลบ เพราะมันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยแรงราคะและความอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน

ร่างสูงขบกรามแน่นเมื่อเข้ามาสุดทาง เขาหอบหายใจหนักหน่วงพลางหยุดรอให้ผู้ที่อยู่เบื้องล่างปรับตัวทั้งๆที่ช่องทางอันอุ่นร้อนบีบรัดฉุดกระชากอารมณ์จนแทบทนไม่ได้ เทตซึจูบซับน้ำตาให้อีกฝ่ายอย่างอ่อนโยนพลางขยับตัวเข้าออกช้าๆอย่างทนุถนอมราวกับคนที่กำลังครอบครองเป็นแก้วคริสตันที่แสนจะบอบบาง เด็กหนุ่มร่างเล็กกัดริมฝีปากตัวเองจนเลือดซึมเมื่อความเจ็บจุกเริ่มขึ้นอีกครั้งและครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่หยุดง่ายๆ เวลาผ่านไปนานเท่านานจนเขารู้สึกว่าความเจ็บนั้นค่อยจางลงและความต้องการได้เข้ามาแทนที่ แรงกระแทกกระทั้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆทำให้เขาต้องยกแขนขึ้นโอบไหล่หนาแน่น ท้องน้อยกระตุกเกร็งเป็นระยะด้วนความเสียวซ่านที่ก่อตัวขึ้น ก่อนจะงับฟันลงแรงๆที่แนวบ่ากว้างนั่นเมื่อจุดสุดยอดมาถึง

เทตซึครางเบาๆเมื่อช่องทางนั้นตอดรัดเขาแน่นขึ้น เด็กหนุ่มเร่งจังหวะก่อนที่จะกระตุกเกร็งและซบหน้าลงบนซอกคอชื้นเหงื่อเนิ่นนานพลางพรมจูบถี่ๆราวกับว่าต้องการที่จะหลอมละลายเป็นหนึ่งเดียวกันก่อนที่ถอนกายออกอย่างอ้อยอิ่ง

เจซซี่นิ่วหน้าอย่างเจ็บปวดแล้วหันหลังให้อีกฝ่ายทันทีเมื่อเป็นอิสระ ร่างสูงลืมตามองตามเขารู้ว่าเจซซี่เสียใจและผิดหวังกับเรื่องที่เกิด เขาเองก็เสียใจเช่นกันที่ทำให้ร่างบางเกิดความรู้สึกเช่นนี้ มือแกร่งเอื้อมไปหมายจะจับตัวอีกฝ่ายแต่แล้วต้องชะงักกับรอยแดงเข้มที่กินวงกว้างบนผ้าปูที่นอน เทตซึคลี่ผ้าห่มคลุมตัวให้คนที่นอนหันหลังก่อนที่จะลุกเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

ร่างบางมองตามแผ่นหลังกว้างไปด้วยดวงตาที่พร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำรสปร่า เขาถูกคนที่เรียกว่าน้องชายข่มขืน! แต่จะทำอย่างไรได้ เขาเป็นคนที่ให้สัญญากับหมอนั่นเอง แถมยังมีอารมณ์ร่วมไปด้วยแท้ๆ ความเจ็บกายยังไม่เท่าความเจ็บใจที่ร่างสูงทำเหมือนเขาเป็นของเล่นหรือตัวแทนของใครสักคน เขารู้สึกเหมือนถูกคนที่ไว้ใจที่สุดหักหลัง เทตซึเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่น้องชายที่น่ารักของเขาอีกต่อไปแล้ว คำพูดของอีกฝ่ายเมื่อตอนที่เขาเกือบเสียที่เจ้าแอรอนลอยเข้ามาในหู

“สมัยนี้ใครจะสนว่าเป็นผู้หญิงรึเปล่า พวกอยากลองของเยอะจะตาย”

ถ้าอย่างนั้นเทตซึคงเป็นพวกอยากลองของ ส่วนเขา…เป็นพวกถูกลอง

เด็กหนุ่มรีบแกล้งหลับตาเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินกลับออกมาจากห้องน้ำโดยมีผ้าเช็ดตัวผืนโตพันกายท่อนล่าง เทตซึอมยิ้มก่อนที่จะพูดกลั้วหัวเราะ

“ฉันรู้นะว่านายตื่นอยู่ เล่นเป็นเด็กๆไปได้”

ยังไม่ทันที่เขาจะตอบโต้กลับก็ถูกวงแขนแกร่งช้อนขึ้นทั้งตัว และดูเหมือนคนอุ้มจะอ่านแววตาตื่นๆนั่นออก จึงยิ้ม แล้วพูดขึ้นเบาๆ

“จะพาไปอาบน้ำ จะได้สบายตัวขึ้น”

ร่างบางนิ่งเงียบปล่อยให้อีกฝ่ายประคองร่างของตนให้ยืนอยู่ภายใต้น้ำฝักบัวอุ่นจัดที่เข้ามาไขเตรียมเอาไว้ ขาเรียวสวยสั่นระริกจนเจ้าตัวต้องใช้มือยันผนังเอาไว้ไม่ให้ล้มพับลงไปให้ได้อาย เทตซึปลดผ้าเช็ดตัวออกแล้วโยนวางที่พื้นห้องน้ำอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะก้าวเข้ามายืนซ้อนหลังอีกฝ่ายแล้วจับร่างเล็กมายืนพิงอกตน แล้วก้มลงล้างคราบเลือดที่ต้นขาเนียนอย่างเบามือ ตลอดเวลาที่ร่างสูงทำการชำระล้างตัวให้ ใบหน้าสวยหวานเฉยเมยไร้ความรู้สึก มีแต่สันกรามที่ขบกันแน่นกับหยดน้ำใสๆที่ไหลออกมาทางหางตาและผสมหายไปกับน้ำฝักบัวที่รดลงมาเท่านั้นที่บอกถึงความเจ็บปวดในจิตใจได้เป็นอย่างดี

“เสียดายที่บ้านเราไม่มีอ่างอาบน้ำ” ร่างสูงพูดทำงายความเงียบขึ้นมา เขาคิดว่าที่เจซซี่นิ่งไปเพราะเคยชินกับการอาบน้ำด้วยกันซึ่งเป็นเรื่องปกติของเขาทั้งสองในวัยเด็ก

“นายเกลียดฉันมากเหรอ” เด็กหนุ่มผมสีบลอนด์พูดออกมาในที่สุด เสียงของเขาสั่นเพียงเล็กน้อยจนแทบจะไม่รู้สึกทำให้ตัวเองยังแปลกใจแต่ก็รู้สึกดีใจที่ไม่ได้ฟูมฟายไปกับเรื่องที่เกิดขึ้น อย่างน้อยเขาก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง เรื่องแค่นี้ไม่ตายเสียหน่อย แค่ต้องมามีประสบการณ์เป็นของถูกลอง…ก็เท่านั้น ใช่…มันก็แค่ความรู้สึกเท่านั้นเอง

คำถามนั้นทำให้ร่างสูงชะงักกึก เขาจับอีกฝ่ายให้หันหน้ามาหาแล้วมองลึกเข้าไปในดวงตาสีฟ้าที่แดงก่ำคู่นั้น

“ทำไมถึงพูดอย่างนี้?”

“แล้วไอ้ที่ทำอย่างนี้มันไม่ได้เรียกว่าเกลียดหรือไง?!” เจซซี่ตวาดออกมาอย่างสุดกลั้นในขณะที่อีกฝ่ายขบกรามแน่นอย่างเจ็บปวดและน้อยใจ…เจซซี่ช่างไม่เข้าใจอะไรเสียเลย

“นายจะคิดยังไงมันก็เรื่องของนาย แต่ขอบอกให้รู้ไว้อย่าง นายเป็นคนของฉันแล้ว ต้องทำตามที่ฉันบอกทุกอย่าง ไม่งั้นฉันจะออกจากบ้านนี้และจะไม่กลับมาอีกเลย!”

ไม่มีคำตอบใดๆหลุดออกมา เจซซี่หลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน มีเพียงปลายจมูกที่แดงเรื่อและริมฝีปากที่สั่นน้อยๆเท่านั้นที่ฟ้องว่าเจ้าตัวกำลังร้องไห้ ร่างสูงมองคนตรงหน้าอย่างปวดร้าวใจก่อนจะดึงอีกฝ่ายมาแนบอก ค่อยก้มลงจูบไล่ไปตามเปลือกตาบาง ปลายจมูกโด่งรั้น จนถึงริมฝีปากนุ่มที่สั่นระริกแล้วระเรื่อยไปถึงใบหู กระซิบคำบางคำเบาๆ

“Ai shiteru”

เจซซี่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆทั้งสิ้น ได้แต่ยืนนิ่งเหมือนตุ๊กตาไร้ชีวิตปล่อยให้ร่างสูงอุ้มกลับไปที่เตียงก่อนจะแนบกายเปลือยเปล่าลงทาบทับอีกครั้ง

jjjj

 

เสียงออดถี่ๆที่หน้าบ้านปลุกให้ร่างบางตื่นขึ้นแล้วคลำหานาฬิกาข้างหัวนอนมาดูอย่างเคยชินแล้วรู้สึกแปลกใจเมื่อพบว่าตัวเองนอนเลยมาถึงบ่ายสามแถมยังรู้สึกปวดตัวอย่างประหลาด เสียงออดที่ยังคงดังอยู่ทำให้เขาลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนที่จะงอตัวกลับไปใหม่อย่างเจ็บปวดพร้อมน้ำตาที่เอ่อคลอ เรื่องเมื่อคืนไม่ใช่ความฝันอย่างที่เขาภาวนาไว้ หลังจากที่ถูกลองจนสาแก่ใจฝ่ายนั้นก็อุ้มเขามานอนด้วยกันที่ห้องเขาเอง เพราะผ้าปูที่นอนอีกห้องยังไม่อยู่ในสภาพที่จะใช้งานได้ เจซซี่ตัดสินใจลุกขึ้นอย่างยากลำบาก อาจจะเป็นไอแซคหรือไอรีนก็ได้ที่มาหาเพราะเป็นห่วงที่เขาไม่ไปโรงเรียน

“เธอเป็นใคร?” เด็กสาวทำตาโตอย่างงงๆเมื่อเห็นคนแปลกหน้าอยู่ในบ้านแฟนหนุ่มของตน

“ฉันต่างหากที่ควรจะถามว่าเธอเป็นใคร เพราะนี่เป็นบ้านฉัน” ร่างสูงเอ่ยเสียงเครียดแต่ดูเหมือนเด็กสาวผมสีน้ำตาลทองจะไม่ตระหนกแม้แต่น้อย อันที่จริงเขาก็ออกจะรู้อยู่ว่าแม่คนนี้เป็นใคร เชียร์ลีดเดอร์สุดสวยประจำโรงเรียน เพื่อนเขาที่เป็นนักกีฬาบางคนแทบจะมีเรื่องผิดใจกันเพราะหล่อน แต่แม่เจ้าประคุณดันตามจีบพี่ชายเขาเสียนี่ แถมที่น่าเจ็บใจกว่านั้น…หล่อนทำสำเร็จ!

“บ้านเธอ?” หล่อนทวนคำด้วยสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะยิ้มออกมาอย่างยินดี “อ๋อ! เธอคงเป็นน้องชายของเจซซี่ล่ะสิ พี่ชายเธอคุยเกี่ยวกับเธอไว้เยอะเลย หน้าตาดีจริงๆด้วยนะ”

ไอรีนส่งสายตาชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง เนื่องจากเรียนอยู่คนละปีและร่างสูงเองก็แทบจะไม่ไปโรงเรียนนอกจากตอนสอบประกอบกับเด็กสาวเพิ่งจะย้ายมาอยู่กับพ่อและพี่ชายได้แค่ครึ่งปี ทำให้หล่อนไม่เคยเห็นหน้าเทตซึเพียงแต่ได้ยินชื่อค่อนข้างบ่อย

“บอกได้หรือยังว่าเธอเป็นใคร?” ที่จริงก็ไม่ได้อยากรู้เลยสักนิดแค่อยากจะดูว่าคำตอบที่ได้จะเป็นอย่างไร แล้วก็เป็นไปตามคาด

“อ๊ะ! โทษที ฉันชื่อไอรีน เป็นแฟนของพี่ชายเธอจ้ะ” หล่อนตอบเสียงสดใสอย่างมีความสุขในขณะที่หน้าแดงซ่านที่เพิ่งเคยแนะนำตัวกับญาติของเจซซี่ ท่าทางที่มีความสุขเมื่อเอ่ยถึงร่างบางทำให้ความหึงหวงแล่นขึ้นมาทันที เทตซึเบี่ยงตัวให้เด็กสาวเดินเข้าไป แล้วปิดประตูลงเหมือนเดิม

“เห็นเจซซี่เขาไม่ได้ไปโรงเรียน เลยมาเยี่ยม เพราะปกติไม่เคยขาดเรียนนี่” เชียร์ลีดเดอร์ร่างเล็กพูดจ้อยๆ ในขณะที่เทตซึมองตามอย่างหมั่นไส้ที่เด็กสาวทำราวกับรู้จักนิสัยของเจซซี่ดี

“ไอรีน”

เสียงทุ้มเอ่ยขณะเดียวกับที่เจซซี่ลงมาถึงห้องรับแขกอย่างเงียบๆ และกำลังจะอ้าปากทักแฟนสาว หากแต่คำพูดของเทตซึทำให้เขาเค้นเสียงออกมาไม่ได้แม้แต่น้อย

“เธอเลิกกับเจซซี่แล้วมาคบกับฉันเอามั๊ย?”

dfdfdfd

 

หวัดดีค่ะ ที่จริงเราไม่ใช่นักเขียนหน้าใหม่นะ เรื่องนี้ก็เคยลงในเวปๆนึงมาแล้วด้วย(ไม่บอกชื่อละกัน) เมื่อวันก่อนโน้นนนน มีคนเมลมาถามว่าไม่เขียนเรื่องนี้ต่อแล้วเหรอ เอามาลงที่ moonring สิ ตอนนั้นเราก็บอกกลับไปว่าจะำเป็นชุดขาย แต่ตอนนี้เกิดเปลี่ยนใจ เพราะที่เขียนไปจนจบเรื่อง มีข้อมูลสำคัญที่ต้องแก้ใหม่อีกอย่างเราคิดว่าเนื้อเรื่องมันยังไม่สนุกพอที่จะทำขาย ยังอ่อนไปน่ะ ไม่ค่อยมีแก่นสารเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นเลยเอามาลงเวปก่อน เพราะเริ่มขี้เกียจ กะว่านิยายเรื่องต่อไป(ที่เพิ่งคิดได้แต่พล็อต)ค่อยทำขาย ถ้าเพื่อนๆมีข้อติชมอะไรก็เมลเข้ามาละกัน

ป.ล. ขอ special thanx to Naki A. ซึ่งเป็นคนพรูฟ Ai Shiteru เวอร์ชั่นเก่าให้เรา คาดว่าจะเอาข้อคอมเมนท์ของเค้ามาแก้ไขในตอนต่อๆไปจ้ะ

arts 68