![]()
by - Yasutoko
chapter2
"One of e_ba group e from room5... Jiab!!!" <e_ba_jiab@hotmail.com>
ต่อเรื่องuntil the day i die ค่ะ^^
แหะๆ.. หายหัวไปซะนานเลยอะ แบบว่าก็เรียนยุ่งๆอยู่กะค่ะ ละก้อหมดมุขด้วย .. ตอนนี้ก็มาต่อแล้ว.. แต่อาจจะสั้นไปซักนิดนะคะ อ้ออ.. ละก้อดูเหมือนจะจบ
แต่ว่ายังไม่จบนะค่ะ.. แต่ไม่มีมุขแล้วง่าาา.. ช่วยคิดหน่อยซี่... อะ..ไม่ใช่ 555.. ไงก้อ.. ช่วยcommentหน่อยนะคะ^^
----------------------------
ท่ามกลางค่ำคืนที่เงียบสงัด
เหมือนว่าทุกสิ่งมีชีวิตจะหลับสนิทกันหมดแล้ว
แต่ร่างบางยังคงนอนกระสับกระส่าย
พลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง
แต่นี่ไม่ใช่เพราะความกังวล
หรือกลัดกลุ้มอะไรหรอกนะ หากเป็นเพราะว่าร่างบางในตอนนี้..รู้สึก อิ่มเอิบ ใจอย่างที่สุดอยู่ต่างหาก
เฮ่อ
จะได้นอนมั้ยเนี่ย..คืนนี้
คิดพลางก็พลิกตัวไปหยิบนาฬิกาปลุกที่หัวขึ้นมาดู
ตี2แล้วหรอเนี่ย
ยังไงคงนอนไม่หลับแล้ว
ลุกขึ้นมานั่งเล่นดีกว่า
สุดท้าย..ร่างบางจึงลุกไปนั่งที่โต๊ะหัวหัวออกไปทางหน้าต่าง คืนในปลายฤดูใบไม้ร่วงอย่างนี้..เปิดหน้าต่างคงได้หวัดกินกันไปข้าง
ถึงจะคิดยังงั้นแต่ก็ยังไม่วายแอบแง้มหน้าต่างออกพอเป็นช่องเล็กๆ พอให้ลมหนาวเอื่อยๆพัดลอดเข้ามา
พร้อมทั้งหอบเอากลิ่นของใบคาเอเดะที่ร่วงโรยอยู่ที่สนามหน้าบ้านเข้ามาด้วย เรื่องราวสมัยเมื่อ9-10ปีก่อนเหมือนจะแวบเข้ามาในหัวโดยไม่ได้ตั้งใจ
ในช่วงนั้น
เป็นช่วงเวลาที่
แม่ ของryuichi
พึ่งจะแต่งงานใหม่กับ พ่อ
ของsugizo
เป็นช่วงเวลาที่เงียบเหงามาก
ทั้งแม่ และ พ่อใหม่
ก็ดูเหมือนจะมีงานยุ่งกันอยู่ตลอดเวลา พี่ชายคนใหม่ ก็มีสายตาติดจะเย็นชาน่ากลัว ทำให้เขาไม่กล้าเข้าไปพูดไปเล่นด้วย
สุดท้าย ก็ลงด้วยการนอนร้องไห้คิดถึงคุณพ่อที่เสียไปแล้วคนเดียวอยู่บ่อยๆ
แต่ในคืนหนึ่ง
ซึ่งเป็นคืนในปลายฤดูใบไม้ร่วงเช่นกัน
ความมืดและเงียบสงัดเกินไปนั้น
ทำให้หัวใจดวงน้อยๆว้าเหว่สุดขีด
ร่างบางถึงกับสะอื้นไห้อยู่คนเดียว
ทั้งๆที่อยากจะลงไปหาคุณแม่ที่ห้องข้างล่างแต่ก็ไม่ยังคุ้นเคยกับคุณพ่อคนใหม่เลยไม่กล้าลงไป ขณะที่คิดไปถอนสะอื้นไปอยู่นั้น ประตูห้องนอนก็ได้เปิดออกช้าๆ
ในความมืดนั้น..เงาของร่างที่ดูสูงโปร่งได้ก้าวเข้ามาหาร่างบางที่ขดตัวอยู่ที่หัวเตียง มือแกร่งยกขึ้นลูบไล้ผมสีดำนุ่มสลวยเบาๆ นัยน์ตาสีมรกตที่ปกติร่างบางตัดสินว่า
เฉยชา นั้น ฉายแววอ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัด โดยไม่ต้องมีคำพูดใดๆ ร่างสูงนั่งลงที่ขอบเตียง วงแขนกว้างโอบร่างน้อยๆไว้ ความอบอุ่นที่ถ่ายทอดออกมานั้น
เหมือนจะแหวกลึกลงไปในจิตใจของเด็กน้อย และขับไล่ความเหงาและหนาวเหน็บออกไปจนหมดสิ้น เด็กชายรู้สึกสบายใจ ขึ้นมาก
จนเผลอหลับไปในอ้อมกอดของพี่ชายในที่สุด
ตั้งแต่คืนวันนั้น
กำแพงความรู้สึกที่Ryuichiสร้างขึ้นมาปิดกั้นตนเองจากครอบครัวใหม่ก็ทลายลงในที่สุด
เด็กน้อยเริ่มสนิทกับ คุณพ่อมากขึ้น
และที่ยิ่งไปกว่านั้นก็เห็นจะเป็นพี่ชายนั่นเอง ไม่ว่าSugizoจะไปไหน เด็กชายตัวน้อยจะรีบวิ่งตามแล้วขอไปด้วย ถ้าผู้เป็นพี่ไม่ให้
ร่างเล็กๆก็จะเริ่มออกฤทธิ์เดช ทั้งฉุดแขน กระชากขาพี่บ้างล่ะ ลงไปนอนร้องไห้กับพื้นบ้างล่ะ จนท้ายที่สุด
ผู้เป็นพี่ก็ต้องใจอ่อนยอมให้ตามไปด้วยทุกครา จนแม้เวลาจะล่วงเลยมาเกือบ 10 ปี ความเป็นเด็กติดพี่ก็ยังไม่จางลง
หากสายสัมพันธ์กลับยิ่งฝังรากหย่อนลึกลงในจิตใจดวงน้อยๆมากขึ้นอีก
คิดไปคิดมาเรานี่มันก็ดื้อไม่ใช่ย่อยเหมือนกันแฮะ
เมื่อก่อนเราคงทำให้Zo_chanลำบากใจบ่อยไม่ใช่เล่น
ร่างบางที่จิตใจล่องลอยไปสู่อดีตอยู่พักหนึ่ง เริ่มกลับมามีสติครุ่นคิดอีกครั้ง
แต่ถึงZo_chanจะชอบพูดเหมือนลำบากใจ
แต่สีหน้าไม่เป็นอย่างงั้นเลยนี่นา
งั้นก็
คงไม่หรอกมั้ง
วันนี้ยังให้เราตามไปที่ไลฟ์ได้เลยนี่เนอะ
คิดไปคิดมาก็มาหวนเข้าเรื่องไลฟ์วันนี้อีกแล้ว
ทำไมกันน้า
ทั้งๆที่ก็ดูพี่ชายซ้อมอยู่ที่บ้านออกจะบ่อย
แต่พอได้เห็นขึ้นไลฟ์แค่ทีเดียว
ให้กลับมานั่งคิดนอนคิดถึงอยู่ได้ทั้งคืน งี้แหละ มิน่า แฟนๆถึงเยอะแยะยั้วเยี้ยไปหมด ร่างบางที่ยิ่งคิดยิ่งฟุ้งซ่าน ไม่เข้าใจตัวเองเลย ทำไมต้องปลื้มพี่ชายขนาดนี้
ทำไมแค่เห็นไลฟ์ของพี่ก็เก็บมาคิดจนนอนไม่หลับ ทำไมถึงได้รู้สึกว่าพี่ชายเท่ห์มากกกก..
กว่าคนไหนๆ แล้วทำไมกันน้า พอนึกถึงว่ามีคนชอบมีคนปลื้มพี่ชายมากขนาดไหน
มันถึงได้รู้สึกหงุดหงิดบอกไม่ถูก แบบว่าอยากจะเก็บพี่ชายเอาไว้ชื่นชมคนเดียวยังงั้นแหละ เฮ่อ กลุ้มจริงๆ
ยังคิดไม่ทันจะเสร็จ
ประตูห้องก็เปิดออกอย่างแผ่วเบา
จะใครซะอีก
ก็คนที่กำลังคิดถึงน่ะแหละ
ค่อยๆก้าวเข้ามา
ไง
ยังไม่นอนหรอเรา
นั่งคิดอะไรอยู่
แถมคิดซะเสียงดังไปถึงห้องชั้นเลย
ร่างสูงเดินยิ้มเผล่เข้ามานั่งที่เตียง
แถมกางผ้าห่มเรียบร้อยยังกับจะนอนแล้วยังงั้นแหละ
หา..!! ว่าไงนะ ได้ยินด้วยหรอ??
ร่างบางอุทานออกไป
ตกใจไม่ใช่เล่น
ทำไงดีๆๆ
ได้ยินด้วยหรอ
ไอ้ความคิดเนี่ย
ยังงั้นก็รู้หมดสิว่าเราคิดอะไรไปบ้าง
ยิ่งเมื่อคิดว่าพี่ชายจะรู้ความรู้สึกที่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ ก็ยิ่งตกใจและอายเข้าไปใหญ่
ฮ่าาาา
ๆๆๆๆๆๆๆๆ
ร่างสูงที่เห็นว่าน้องชายเชื่อเรื่องไร้สาระที่พูดขึ้นสนิทใจก็ยิ่งขำเข้าไปใหญ่
เชื่อด้วยหรอเนี่ย
อายุเท่าไหร่แล้วน่ะ
ฮ่าๆๆๆ ไม่พูดเปล่า
ซ้ำยังหัวเราะชนิดที่ว่าลงไปดิ้นบนเตียงเลยทีเดียว ฮ่าๆๆ เด็กอะไรเชื่อคนง่ายจัง พูดอะไรก็เชื่อหมด เรื่องยังงี้เด็กอนุบาลยังรู้เลยว่าเป็นไปไม่ได้ ฮ่าๆๆๆ
ยิ่งคิดแม้จะยิ่งขำ แต่ก็ยิ่งเอ็นดูน้องชายมากขึ้น ไม่รู้สิน้า ร่างบางตรงหน้า ทำอะไรก็น่ารักไปหมด เอ๊ะ..นี่เราเป็นอะไรไปแล้วเนี่ย!?!
พอได้รู้ว่าพี่ชายโกหก
ซ้ำยังมาหัวเราะเยาะไม่ยอมหยุด
แถมมานอนดิ้นมาดิ้นมาอยู่บนเตียงคนอื่นอีก
ร่างเล็กเกิดหมั่นไส้พี่ชายขึ้นมาติดหมัดทันที
เสียแรงอุตส่าห์คิดว่าเท่ห์ ยังงี้น่าทุบซักอั้กสองอั้ก ไม่คิดเปล่า หากร่างบางกระโจนเข้าใส่พี่ชาย พอคว้าหมอนข้างได้ก็กระหน่ำฟาดเข้าใส่ร่างสูงไม่ยั้ง
นี่แน่ะๆๆๆๆ
มาหลอกคนอื่นแล้วยังหัวเราะอยู่นั่นแหละ
ตายซะเถอะ นี่แหนะๆๆๆ
โอ๊ยยๆๆ.. 55555
พอแล้วน่ะๆๆ..
ขอโทษครับๆ..
ไม่หัวเราะแล้วก็ได้ อะ..
ฮ่าาๆๆ..
เสียงหัวเราะหยอกล้อเล่นหัวยังคงดังต่อไปเรื่อยๆท่ามกลางคืนเดือนแรมที่เงียบเหงา...
จวบจนใกล้รุ่งเช้า เสียงสดใสที่บ่งบอกถึงความสุขจึงได้ค่อยๆแผ่วหายไป
เมื่อแสงตะวันยามอรุณเริ่มสาดทอแผ่นเข้ามาตามช่องหน้าต่างที่ไม่ได้ปิดม่านไว้
และสาดส่องไปยังภาพที่ใครเห็นก็คงจะอดยิ้มน้อยๆด้วยความเอ็นดูไม่ได้ ห้องที่ค่อนข้างจะเละเทะเหมือนเพิ่งจะผ่านสงครามย่อยๆมาหมาดๆ
แต่บนเตียงที่แม้จะดูรกรุงรัง กลับมีภาพของเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งที่โอบกอดน้องชายเอาไว้
ราวกับผู้เป็นพี่ต้องการจะกางปีกปกป้องน้องชายจากภัยอันตรายทั้งปวง
ส่วนร่างบางในอ้อมกอดของพี่ชายนั้น นอนหลับอย่างเป็นสุขภายใต้อ้อมกอดอันอบอุ่นและปลอดภัย
ใบหน้าหวานยังติดยิ้มน้อยๆเหมือนกับว่าไม่มีสิ่งใดที่จะต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว
มีเพียงตัวเขา
และพี่ชาย
ตลอดไป
----------------