<-- -->

Free Web Hosting : Free Hosting : Troubled Teens : Report Abuse

by - Yasutoko

chapter1

… todokanaide hoshii utsukushii mama


...todokanaide hoshii kanashimi ni


...todokanaide hoshii …anata e

 

 

“Sugihara_sanคะ… Sugihara_san…”

“อะ..ครับๆ ตกลงตามนั้นแหละครับ”

“ถ้างั้นก็…เอาเป็นfinaleแบบเดิมตามที่เคยตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้นะคะ…ถ้าอย่างนั้นดิฉันจะรีบไปพิมพ์รายงานส่งให้คุณเซ็นอนุมัติค่ะ”…พูดจบก็รีบก้าวไวๆออกจากห้องไป

ตามนิสัยปกติ

‘เฮ้อ…ท่าทางเราจะเหม่อนานไปหน่อย แม่เลขาฯตัวดีถึงได้ย้ำเอาๆ’ ร่างสูงโปร่งส่ายหัวให้กับตัวเอง ผมสีแดงสลวยไหวน้อยๆตามแรงสั่น

 ดวงตาสีมรกตที่ปกติจะเป็นประกายสวยงามบ่งบอกถึงความกระตือรือร้นของผู้เป็นเจ้าของนั้น…หม่นแสงลงเล็กน้อย

‘เฮ้อ… ทำไมกันน้า…ทั้งๆที่อีกไม่กี่วันก็จะมีคอนเสิร์ตเปิดตัวศิลปินใหม่ของค่ายเราแล้วนี่นา ทำไมกันน้า…พอใกล้จะถึงช่วงเวลานี้ของทุกปี

 ไม่เป็นอันทำงานซักปี…วันคริสต์มาส…ใช่แล้ว…คริสต์มาสที่ทุกๆคนมีแต่ความสุข มองไปทางไหนก็มีแต่เสียงหัวเราะ เพลงคริสต์มาสที่บรรเลงทั่วทุกแห่ง

 แต่ทำไมในใจเรามันถึงได้ห่อเหี่ยวอย่างนี้นะ ทำไมกันนะ…ทั้งๆที่เรื่องนั้นผ่านมาตั้งราว10ปีได้แล้ว ทำไมชั้นยังไม่สารถสลัดนายออกไปจากหัวได้นะ…

 ก็ตอนนี้ชั้นเป็นประธานของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่แล้วนี่นา ทั้งๆที่ไม่ควรจะคิดอดีตอีกต่อไปแล้ว…แต่…จะว่าไป…คนที่ทำให้ชั้นฮึดสู้

 คนที่ทำให้คนที่ทำให้ชั้นพยายามจนมีวันนี้ ก็คือนายนี่นา…Ryuichi…’

 

 

ร่างสูงโปร่งคิดพลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ อารามถอนหายใจ…สีหน้ากลัดกลุ้มเหมือนคนแก่นั้น…ดูเหมือนจะทำให้ร่างโปร่งจมหายไปกับเก้าอี้นวมตัวใหญ่ก็ไม่ปาน

 ด้วยความที่การประชุมยืดเยื้อที่พึ่งจบไปเกี่ยวกับงานคอนเสิร์ตของศิลปินใหม่ในค่าย ‘Sephirot’

 …ค่ายเพลงร็อคที่ค่อนข้างจะมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันไปทั่วในขณะนี้…ก็ค่ายของร่างสูงที่กำลังนั่งกลัดกลุ้มอยู่นั่นแหละ!

 …แต่เปล่าหรอกนะ…ที่ว่ากลุ้มๆน่ะ..ไม่ได้คิดถึงเรื่องประชุมหรอก..ก็ประชุมจบไปแล้วนี่…จะกลุ้มอีกทำไม

 ที่ว่ากลุ้มน่ะ..มันเป็นอาการไม่เข้าใจตัวเองต่างหาก..ก็คริสต์มาสทีไรเปลี่ยนสถานะตัวเองเป็น’คนแก่’ทุกที! ก็จะไม่เหมือนได้ยังไงล่ะ…วันๆก็นั่งเหม่อๆ

 สายตาที่ทอดยาวออกไปนั้นดูว่างเปล่าเหมือนเจ้าตัวกำลังจมอยู่กับอดีตของตนเอง เดี๋ยวๆก็ลอบถอนหายใจ ใครๆมาพูดด้วย

 มารายงานอะไรก็ดูเหมือนจะไม่ได้ยินไปซะหมด..ต้องคอยถามทวนอยู่ตลอด อีกทั้งที่ปกติเป็นคนจู้จี้เรื่องรายละเอียดของงานมาก

 แม้จะเป็นแค่งานแถลงข่าวเล็กๆก็อยากจะให้ออกมาดูดีที่สุด…แต่นี่อะไร…อย่างช่วงคริสต์มาสเมื่อ2ปีก่อนมีเตรียมคอนเสิร์ตปิดอัลบั้มพร้อมกับส่งท้ายปีเก่าของศิลปินใหญ่

ในค่าย…แต่ขอโทษทีเถอะ วันรุ่งขึ้นเค้าจะเล่นคอนเสิร์ตกันอยู่แล้วเจ้าตัวพึ่งจะรู้ว่ามี!

 ไม่รู้ว่าไอ้พวกโครงสร้างงานทั้งคิดทั้งอนุมัติไปตอนไหน…ยังงี้ไม่เรียกคนแก่จะเรียกว่าอะไรดีเนี่ย!!

แต่จะทำไงได้ล่ะ…พอได้ยินเสียงเพลงคริสต์มาสทีไร มันก็ชวนให้คิดถึงแต่เรื่องของเด็กคนนั้นทุกที…ท่ามกลางช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ประดับประดาไปด้วยแสงสี…มองไปทางไหนก็มีแต่สีเขียวแดงอันเป็นสัญลักษณ์ของ

เทศกาล…เสียงหัวเราะรื่นเริงของผู้คนทั่วไป…เป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน…เป็นช่วงเวลาที่มีแต่ความสุข!

 สำหรับเขาแล้ว…ร่างสูงยิ่งเหมือนเห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มคนนั้นก็กระจ่างชัดขึ้น เด็กที่มีผมซอยสั้นสีดำขลับ ดวงตาสีนิลที่เหมือนจะเปล่งประกายสดใสอยู่ตลอดเวลา

 ยิ่งในยามเมื่อเขาหลับตาลง…แววตาอ่อนโยนของเด็กคนนั้น..ก็ยิ่งแจ่มชัดขึ้น

 ยามที่ปล่อยใจไปกับความคิดในคราใด…ยิ่งเหมือนจะได้ยินเสียงหวานๆเรียกชื่อเขามาตามสายลมทุกที….

 

“..chan…Zo_chan…เดี๋ยวก่อนๆ…รอผมด้วย…!!!”

ร่างบอบบางวิ่งกระหืดกระหอบมาแต่ไกล…ผมดำขลับปลิวลู่ไปตามลม ไปหน้าแดงระเรื่อบ่งบอกอาการเหนื่อยหอบ

“…แฮ่กๆๆ…ใจ…ร้าย…จัง…แฮ่กๆ” ร่างบางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขาดเป็นห้วงๆ…ได้แต่ฉุดมือร่างสูงตรงหน้าเพื่อเป็นการพยุงตัวเองไว้ไม่ให้ล้มลงไปนอนกองกับพื้นเอาตอนนี้

 ร่างสูงได้แต่มองคนตรงหน้าด้วยสายตาขบขันระคนเอ็นดู

“ก็แล้วจะรีบวิ่งมาทำไมกันน้า ยิ่งบอบบางอ่อนแอออกอย่างนี้…เดี๋ยวก็เป็นลมตายกันพอดี” พูดไปก็ส่ายหัวเหมือนจะเอือมระอาไป แต่ดวงตานี่สิ…เต้นระริกเชียว

 พาให้ร่างบางตรงหน้าฉุนขึ้นทันที…รู้หรอกน่า…ว่าแอบหัวเราะเยาะอยู่!

“ก็ใครกันล่ะ…รีบหนีมาก่อนคนเดียว มหา’ลัยไม่หายไปไหนหรอกน่า…เชอะ!” ปากก็ว่าด้วยน้ำเสียงเหมือนจะตัดพ้อ…แต่คอระหงกลับเชิดแข็งสะบัดขึ้นไปอีกทาง สร้างความขบขันให้ร่างสูงยิ่งขึ้นไปอีก

“อ้าว…ก็เห็นนอนหลับสบายน้ำลายไหลยืด ปลุกไปทีนึงแล้วก็ไม่ตื่น ก็เลยไม่อยากรบกวนอีกน่ะซี่…ฮ่าๆๆ”

ยิ่งเห็นร่างสูงพูดจาทับถมด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะแล้ว อารมณ์ก็ยิ่งพุ่งเดือดขึ้น…แต่จะให้ทำไงได้ล่ะ…ก็โดนเค้าย้อนกลับมาแล้วนี่ว่าเราน่ะ…ขี้เซาเอง!!!

ร่างบางไม่รู้จะตอกกลับไปยังไงดี ได้แต่ส่งค้อนวงใหญ่ไปให้ร่างสูง

 แพขนตายาวกับดวงตาสีนิลที่ฉายแววเง้างอนนั้น…แทนที่จะทำให้ร่างสูงเกิดอาการสลดลงบ้าง…แต่เปล่าเลย…กลับยิ่งทำให้เขาเอ็นดูเด็กขี้งอนตรงหน้ามากยิ่งขึ้นไปอีก!!

“โอ๋..ๆๆ เด็กดีๆ อย่างอนน้า…มามะ เดี๋ยวพี่ชายจะเดินไปส่งที่ร.ร. มาเร้วๆ…เดี๋ยวไปร.ร.สายน้า…”

“...คิกๆ…” เห็นร่างสูงพยายามทำตัวสดใสร่าเริง แต่ยิ่งทำดูเหมือนจะยิ่งดูติงต๊องปัญญาอ่อนกันเข้าไปใหญ่…ทำให้ร่างบางหลุดหัวเราะออกมาเบาๆไม่ได้

 ก่อนจะนึกออกว่าตัวเองกำลังอยู่ในmodeงอน…แล้วเดินตามร่างสูงไปร.ร.อย่างเสียมิได้

 

“หวาดดี~ริวจางงง…~” เสียงใสๆตะโกนมาแต่ไกล Ryuichiหันไปยิ้มให้เพื่อนสนิทของเขาที่วิ่งเข้ามาหา

“หวัดดี..ino_chan… วันนี้ไม่นอนหรอ…?” นี่ถามจริงใจนะเนี่ย ไม่ได้แกล้งประชด

“โหย..อะไรกัน… เห็นเราเป็นพวกนอนตลอดเวลาหรอไง…” …ดูตาก็รู้ว่าเพื่อนตอบ ‘ใช่’ อยู่ในใจ… “เอาเหอะๆ ยอมละๆ …ก็นอนอยู่ตลอดตั้งแต่ก่อนนายมานั่นแหละ

 สะดุ้งตื่นทันเห็นพี่ชายนายมาส่งพอดี ว่าแต่…พี่ชายนายเนี่ย…หล่อจังน้า…เราจีบดีมั้ยเนี่ย…”

 ร่างเล็กแหย่เพื่อนไปก็แอบมองหน้าเพื่อนไป…ทันเห็นร่างบางมีสีหน้าระเรื่อขึ้นนิดหน่อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นปกติ

 หนำซ้ำยังมาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อีก…เห็นแล้วมันน่าหมั่นไส้นัก

“อ๊ะ…เอาเถอะๆ ไม่จีบละ…ลืมไปว่านายเป็นเด็กติดพี่ ฮ่าๆๆ” ไม่รอให้เพื่อนได้โต้ตอบอะไรกลับมา…ร่างเล็กก็วิ่งหนีหายไปเสียแล้ว

 

“เฮ่ย..Sugi…คืนนี้นายเล่นหรือเปล่าวะ?” ‘เล่น’ ที่เพื่อนตัวใหญ่หัวทองพูดถึง…ก็คือการเล่นไลฟ์ที่ไลฟ์เฮ้าส์แห่งหนึ่ง ซึ่งSugizoเล่นอยู่ในตำแหน่งกีตาร์ลีดนั่นเอง

“เออ…ไป…” ร่างสูงโปร่งตอบตัวสีหน้าเบื่อๆ ถามถึงทีไรไม่มีสาเหตุอื่นหรอก…ก็แค่จะชวนไปก๊งเหล้าหลังจากไลฟ์เลิกน่ะแหละ

 เพราะเป็นอันรู้กันว่าพวกที่มาเล่นไลฟ์นั้น…ต่างเป็นสิงห์คอทองแดงขนาดไหน ถูกใจหมอนี่เค้านักหละ ยิ่งวันศุกร์อย่างนี้ด้วยแล้ว…มันคงกะว่าไม่เช้าไม่เลิก

ร่างสูงใหญ่มีสีหน้ายินดีขึ้นทันใด แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรก็ถูกเพื่อนขัดขึ้นมาก่อน

“แต่เสียใจด้วยว่ะ…ชั้นคงไปต่อกะนายไม่ได้ วันนี้น้องชายชั้นจะมาที่ไลฟ์ด้วย”

“อะไรกันวะ น้องมาก็ให้น้องปะ…” ยังไม่ทันจะพูดจบ ก็ดันถูกขัดขึ้นก่อนอีกแล้ว

“หยุดเลยๆ น้องชั้นยังเด็กอยู่ ให้ไปก๊งเหล้ากับนายก็เสียเด็กกันพอดี”

“อะไรกัน..ไอ้นี่…หวงน้องนักจับใส่ปลอกคอล่ามไว้บ้านเลยดิ้…เอ้อ…ว่าแต่น้องนายนี่ชั้นไม่เคยเห็นเลยแฮะ…ใช่คนที่นายพูดถึงบ่อยๆมะ?”

“ใช่…ที่นายไม่เคยเห็นน้องชั้นก็เพราะชั้นไม่อยากให้มาเจอนายเองแหละ…เดี๋ยวจะถูกเฒ่าหัวงูอย่างนายล่อลวงไปทำมิดีมิร้าย…หัวงูสีทองซะด้วย ฮ่าๆๆๆ”

 เจอเพื่อนว่ากลับก็เลยเงียบไป…ให้ตายสิ…อยากว่าตอบใจจะขาด แต่ทำไงได้…ดันไปว่าน้องมันก่อน…ได้แต่บ่นอะไรพึมพัมๆอยู่คนเดียว

 ส่วนเจ้าเพื่อนหัวแดงน่ะเรอะ…ตอกกลับได้ก็เดินหนีไปอย่างมีชัยแล้ว…

 

Chapter2

เสียงเครื่องดนตรีกระหึ่มที่ประสานจังหวะกันอย่างลงตัวนั้น…ปิดฉากลงอย่างสวยงาม…เสียงกรี๊ดที่ดังกึกก้อง

 ถึงจะเป็นแค่ไลฟ์เล็กๆที่เล่นในไลฟ์เฮ้าส์ที่ไม่ได้ชื่อเสียงอะไรก็ตาม แต่ก็ถือได้ว่าฝีมือการเล่นของคนในวงนั้น ดูมีเสน่ห์และมีฝีมือยอดเยี่ยม

 เรียกได้ว่าไม่แพ้ทั้งวงอินดี้ส์และเมเจอร์ทั้งหลายเลยทีเดียว แต่ที่โดดเด่นยิ่งกว่าก็เห็นจะเป็นมือกีตาร์ลีดของวง…นิ้วเรียวยาวที่ลื่นไหลไปตามสายเหล็ก6เส้น…ผมสีแดงที่พริ้วสลวยไปตามจังหวะการโยกตัว…

ดวงตาสีเขียวมรกตที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้ดียิ่งกว่าคำพูดใดๆ…และที่ยิ่งไปกว่านั้น

 เสียงกีตาร์ที่เปลี่ยนไปตามจังหวะอารมณ์ของเพลง…บางครั้งก็ดูรุนแรงราวกับสายฟ้าฟาด…แต่บางครั้งกลับนุ่มนวลไม่ต่างจากเสียงเพลงแห่งนกไนติงเกล…

ตรึงอารมณ์ทั้งหมดของผู้ชมไว้ได้โดยปริยาย

แม้สมาชิกในวงจะหายเข้าไปหลังเวทีกันหมดแล้ว แต่ดวงตาสีนิลกลับยังจับจ้องอยู่ที่หน้าเวทีราวกับถูกมนต์สะกด เสียงหัวใจเต้นดังระรัวราวกับจะระเบิดออกมาจากอก

 ผู้คนเริ่มทะยอยกันเดินออกไปจากไลฟ์เฮ้าส์เล็กๆนี่แล้ว

 แต่ร่างบ่างยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง…บรรยายความรู้สึกตัวเองไม่ถูก…ทั้งประทัปใจ…ตื่นเต้น…เคลิบเคลิ้ม…ยังกับจะลอยได้ก็ไม่ปาน

 จนเมื่อได้ยินเสียงทักขึ้นถึงจะพอเรียกสติตัวเองกลับมาได้

“Ryu!! ว่าไง…ยืนเหม่อเชียว…กลับบ้านกันเหอะ” มือกีตาร์ร่างสูงโปร่งที่ยังอยู่ในชุดที่ใช้เล่นไลฟ์ทักขึ้น

“ห๊ะ…!!…อะไรนะ…อ๋อ…ครับ…ๆ…กลับบ้านๆ” ร่างบางที่ละล่ำละลักตอบทำให้ร่างสูงมองด้วยสายตา งงงวย…ขมวดคิ้วอย่างสงสัย

“เป็น’ไรไปน่ะเรา เมารึเปล่า? แอบกินเหล้าหรอ??” ไม่พูดเปล่า…ร่างสูงยังยื่นหน้าเข้ามาทำจมูกฟุดๆฟิดๆเหมือนจะหากลิ่นแอลกอฮอลล์ให้ได้

 เล่นเอาร่างบางที่ยังใจเต้นตึกตักไม่หายมีสีหน้าระเรื่อขึ้นทันที…ก็ภาพที่พี่ชายขึ้นเล่นเมื่อตะกี๊…มันยังติดตาอยู่เลยนี่นา

 ถึงจะไม่ใช่พี่ชายที่อ่อนโยน..และช่างกวนช่างแกล้งตามปกติ แต่จะให้พูดยังไงดีล่ะ...ว่าภาพลักษณ์ของพี่ชายคนที่เป็นมือกีตาร์ลีดมัน…เท่ห์!!ชะมัดเลย…

ร่างสูงเห็นน้องชายเอาแต่อ้ำๆอึ้งๆ..ก็เริ่มกังวล… “…หรือว่าร้อน?…รู้สึกไม่สบายหรือเปล่า??” น้ำเสียงที่เจือไปด้วยความเป็นห่วงทำให้ร่างบางรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ…

“เปล่าหรอกๆ…เมื่อกี๊แค่คิดอะไรเพลินอยู่น่ะ ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น”

“หรอ…งั้นก็แล้วไป” ผู้มีศักดิ์เป็นพี่ยิ้มด้วยความโล่งใจ…”งั้นก็รีบกลับบ้านกันเหอะ นี่ก็เกือบ4ทุ่มแล้ว…ที่กล้าให้นายตามด้วยด้วยดึกดื่นขนาดนี้ก็เสี่ยงตายพอละ

 ถ้าแม่โทรกลับมาเช็คนะRyuเอ๊ยย…ชั้นจบเห่กันพอดี…เนี่ยละน้าา… พาเด็กมาด้วย…ต้องทำตัวยังกะครูคุมเด็กทัศนศึกษา…”

แม้จะพูดเหมือนบ่นว่าหากร่างบางกลับรู้ว่าพี่ชายไม่ได้จริงจังนัก ก็แค่บ่นอะไรไปเรื่อยตามประสาคนช่างพูด

 จึงเพียงแค่ยิ้มน้อยๆให้แล้วก็เดินตามไปเรื่อยๆ…ปล่อยให้คนช่างพูดบ่นไปไม่ได้หยุดปาก

“อ้าว!..Sugi..จะไปแล้วหรอ?” ไม่ใช่ใครที่ไหน…Jนั่นเอง ในมือยังมีเบียร์อีกครึ่งโหล.. หน้าก็แดงๆ ก่อนหน้านี้ก็คงดื่มไปไม่ใช่น้อย นี่ก็คงเตรียมจะไปต่อแล้วสิท่า

 “ละนั่นใครอะ?…หน้าตาบ้องแบ๊ว… น้องชายนาย?”

“หวัดดีฮะ” ร่างเล็กเมื่อถูกกล่าวถึงก็คิดว่าควรจะทักทายตามมารยาท”

“เหอะๆ น่ารักไม่ใช่เล่น… ผู้ชายจริงๆรึป่าวน้า.. ผิวข๊าวว ขาว ยังกะผู้หญิง ตัวก็เล็กนี๊ดดเดียว ยังงี้มันน่า…”

 ไม่พูดปล่าวยังยื่นหน้ายื่นตายังกะจะเข้ามาหอมแก้มยังไงยังงั้นแหละ

“พูดพอรึยัง?” ร่างสูงโปร่งถึงกับเสียงแข็ง ดึงแขนน้องชายให้หลบพ้นเพื่อนหัวทอง “นายเมาแล้วมั้งJ กลับบ้านไปนอนซะเหอะ ชั้นก็จะกลับละ บาย”

 ว่าแล้วก็ฉุดกระชากลากแขนน้องชายให้เดินตามออกมาไวๆ

“โอ๊ยๆๆๆ เจ็บน้าาา… เจ็บๆๆ ปล่อยได้แล้ว” ร่างเล็กร้องประท้วงเมื่อถูกลาก แขนเล็กๆถูกมือใหญ่กำแน่นเมื่อปล่อยออกมาก็เป็นรอยแดงเป็นปื้น “จะบ้ารึไง ลากมาได้

 แรงก็ยังกะช้างสาร แขนคนนะ..ไม่ใช่ลูกเกาลัด ไม่ต้องบีบซะยังกะจะให้แตกหรอกน่า..” ร่างบางบ่นไปก็คลำแขนตัวเองป้อยๆ…ดูซิเนี่ย พรุ่งนี้ได้เขียวปี๋แน่เลย

ร่างสูงเมื่อถูกบ่นว่าก็ตาวาว “ก็ดูเราทำสิ ไปโปรยเสน่ห์กับเจ้าJมันทำไม เคยเล่าให้ฟังไม่ใช่หรอว่าหมอนี่มันเจ้าชู้ แล้วดูท่ามันเมายังงั้นเล่นหูเล่นตากับมันอีก

 หัวคิดน่ะมีบ้างมั้ย ถ้าชั้นไม่พาออกป่านนี้ถูกไอ้หมอนั่นลากไปไหนต่อไหนแล้ว…” ไม่รู้มันเป็นยังไงเหมือนกัน

 รู้แต่ว่าเห็นใครมาทำท่าสนใจเจ้าน้องชายคนนี้แล้วมันโมโห…รู้ตัวอีกทีก็ว่าน้องชายซะสาดเสียเทเสียไปแล้ว

 กว่าจะสงบสติอารมณ์ได้ก็ได้เป็นร่างบางยืนน้ำตาคลออยู่พอดี

“…ที่พูดน่ะ…คิดยังงั้นจริงๆหรอ…zo_chanงี่เง่า ไปตายซะไป๊..!!” ว่าแล้วก็หันหลังวิ่งหนีไป…’ทำไมถึงได้มีพี่ชายงี่เง่ายังงี้นะ…’

 คำพูดของร่างสูงเหมือนจะบาดลึกลงในความรู้สึก ทำให้ร่างบางเกิดน้อยใจขึ้นมา

“อ้าวเฮ่ย…เดี๋ยวก่อนสิ…” ร่างสูงรีบวิ่งตามไป ด้วยช่วงขาที่ยาวกว่าทำให้สามารถคว้าตัวน้องชายไว้ได้อย่างรวดเร็ว

 อารามตกใจที่เห็นร่างบางน้ำตานองหน้าทำให้sugizoกอดryuichiไว้แน่น รับรู้ถึงอาการสั่นน้อยๆของร่างตรงหน้า “..นี่ryu_chan..อย่าร้องไห้สิ…ชั้นขอโทษนะ

 ชั้นมันงี่เง่าเองแหละ ที่พูดไปไม่คิด ขอโทษนะ ..เงียบเถอะนะ” ร่างสูงพร่ำขอโทษจนเมื่อรู้สึกว่าร่างในอ้อมกอดนิ่งเป็นปกติดีแล้วจึงดันไหล่บางออกมาเบาๆ

 มือใหญ่ปาดน้ำตาบนในหน้าให้แล้วจุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผาก “หยุดร้องแล้วใช่มั้ย… กลับบ้านกันเถอะนะ เอางี้นะ…เพื่อเป็นการชดเชย

 พี่งี่เง่าคนนี้จะเลี้ยงไอติมryu_chanเป็นเวลา1อาทิตย์ พร้อมทั้งยกกรรมสิทธิ์ในการครอบครองทีวีให้เป็นเวลา1เดือนเลยเอ้า..” ได้ผล…ร่างบางยิ้มร่าขึ้นมาทันที

“ จริงๆนะ?… เย่ๆ ดีจัง…งั้นก็กลับก็เถอะ” คราบน้ำตาเมื่อตะกี๊เหมือนจะหายไปทันใด ตาใสๆยิ้มจนยิบหยี แทบจะจูงมือพี่ชายskipกลับบ้าน

‘ ไม่รู้จะดีใจอะไรกันนักน้า…กะอีแค่ไอติมกับทีวี ไม่รู้จักโตซักทีน้องคนนี้…’

 ถึงจะคิดยังงั้นแต่เมื่อได้เห็นรอยยิ้มสดใสของน้องชายกลับทำให้ร่างสูงใจเต้นแปลกๆ…ท่าทางยังงี้มันน่า ‘หอมแก้ม’ ชะมัด! ‘เอ๊ะ..

 นี่เรากลายเป็นเฒ่าหัวงูแบบเจ้าJไปแล้วหรอเนี่ย..!?!’ ร่างสูงชักจะสับสนกับความคิดของตัวเอง