<-- -->

Free Web Hosting : Free Hosting : Troubled Teens : Report Abuse

The paths

by : Naki A.

 

Aitakute aenakute nagasugiru yoru ni hikari o sagashite wa hitori tatazun de iru

Darehitori yasashisato tsuyosa ga nakereba ikite wa yukenaito oshiete kureta no wa

Sariyuku anata deshita

 

อยากพบ แต่ไม่อาจพบได้ ฉันยืนอยู่เพียงลำพัง ค้นหาแสงสว่างกลางความฝันอันแสนนาน

คือคุณ…ที่สอนฉันว่าไม่มีใครสามารถอยู่ได้โดยปราศจากความอ่อนโยนและความเข้มแข็ง

คือคุณ…ที่กำลังจากฉันไป..

 

2002/04/30 – 02:46 A.M.

 

แสงสว่างจากหน้าจอG4 TitaniumของMacintochเรืองสลัวในความมืด เสียงพิมพ์ก๊อกแก๊กที่ดังเป็นจังหวะรัวคล่องแคล่วหยุดชะงักเมื่อเปิดเจอสิ่งหนึ่งบนหน้าofficial

 website…[Teru message]…

 

“…2002/04/28 ผมแต่งงานกับคุณโอนุกิ อามิแล้วครับ เราสองคนรักดนตรี และพยายามบนโลกใบนี้มาด้วยกัน ต่อจากนี้ก็ด้วย ที่จะเป็นแรงผลักดันซึ่งกันและกัน

 ร่วมก้าวเดินไปบนเส้นทางดนตรีสายนี้ต่อไป…”

 

ริมฝีปากบางเม้มสนิท ข้อความที่มาpostไว้ช่างสมกับเป็นเขาจริงๆ เทรุมักจะเผชิญทุกสิ่งทุกอย่างแบบตรงไปตรงมาเสมอ และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะยกเว้นสำหรับเรื่องนี้…

…ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว…

 

 

2002/01/26 – 10:16 A.M.

 

KOOLมวนหนึ่งถูกควักขึ้นมาจุดสูบ ท่ามกลางอากาศหนาวในเมืองใหญ่อย่างโตเกียว บุหรี่ช่วยเขาได้มากเลยทีเดียว

 คงจะเป็นการยากยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดถ้าจะให้เลิกสูบมัน ใช่…มันทำลายสุขภาพ เขารู้ แต่บางครั้งคนเราก็เลือกในสิ่งที่ต้องการ

 แม้จะเป็นการทำร้ายตัวเองไม่ใช่หรือ…

ร่างบางในชุดเสื้อโค้ทตัวหนาเดินเข้าอาคารกลางเก่ากลางใหม่แห่งหนึ่ง ซึ่งก็คล้ายๆกับสิ่งปลูกสร้างทั่วไปในย่านนี้

 เพียงแต่ที่นี่คือสตูดิโออัดเสียงก็เท่านั้น

“ไง ฮิซาชิ” เสียงหัวหน้าวงทักทายมาก่อน เมื่อเห็นมือกีตาร์ผมสองสีเดินเข้ามาคว้ากีตาร์คู่ใจก่อนที่จะถอดเสื้อโค้ทออกเสียอีก

คนที่ถูกเรียกชื่อยกมือทักทายเงียบๆตามแบบฉบับของเขา และทำแบบเดียวกันให้เพื่อนร่วมวงอีกคนที่เช็คเสียงเบสของตัวเองอยู่ตรงตำแหน่งประจำ

“เทรุคุยกับสต๊าฟอยู่ เดี๋ยวคงมา” ทาคุโร่อธิบายเพิ่มให้คนที่กำลังเตรียมตัวรับทราบ

“ohayou” เสียงทุ้มๆที่คุ้นเคยดังมาพร้อมเจ้าตัว ในมือมีเนื้อเพลงสามสี่แผ่นที่จะซ้อมในช่วงเช้านี้

“ohayou” สองสามเสียงทักตอบพอเป็นพิธี รวมถึงคนนึงที่ทำปากขมุบขมิบเหมือนบ่นให้ตัวเองฟัง พร้อมๆกับลองเสียงกีตาร์ไปด้วย

“ยังไม่เริ่มใช่มั้ย” เทรุถามเมื่อเห็นว่ายังมีการปรับแต่งอุปกรณ์และระบบเสียงด้านหลังกันอยู่

“ขออีก10นาที” ใครบางคนจากห้องควบคุมพูดกลับมา

“ดีเลย” ว่าแล้วMarlboroหนึ่งมวนก็ถูกอัดเข้าปอด

“สูบมากๆไม่ดีนะ”

นักร้องนำหันไปตามเสียง และอมยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นว่าคนที่พูดเป็นใคร

“ว่าแต่เขา นายยังสูบมากกว่าฉันอีก”

“ก็ฉันไม่ต้องใช้เสียงอย่างนายนี่” ฮิซาชิเถียง

“เอาไว้นายเลิกได้ ฉันจะเลิกด้วย ดีมั้ย” แวบหนึ่ง ดวงตาคมคู่นั้นทอประกายประหลาด…

ชายหนุ่มผมสองสีไม่ตอบ เพียงแต่ส่งยิ้มบางๆกลับไป

 

Yukisaki wa sorezore ni chigau koto hajimekara shitteita futari dane

Sorenano ni anata ni fureruhi wa itsumo eien o kanjite itanda

Meguri ai doregurai tateito takana nigate wa egaomo umaku nattakana

Sorekara no futari wa itsumo isshodatta soshitejyun ni otona ni natta

 

เราสองรู้ตั้งแต่แรกเริ่มแล้วว่าจุดหมายของเรานั้นแตกต่างกัน

กระนั้น ฉันก็รู้สึกถึงนิรันดร์ทุกครั้งที่ได้สัมผัสคุณ

นานแค่ไหนแล้วนะ ตั้งแต่ที่เราได้พบกัน ฉันยิ้มเก่งขึ้นบ้างแล้วหรือยัง?

จากวันที่เราอยู่เคียงข้างกันเสมอ เราต่างเติบโตขึ้นทุกวัน

 

2002/01/26 – 04:55 P.M.

 

ประตูเหล็กซึ่งเป็นทางออกสู่ดาดฟ้าเวลาเปิดจะเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าด เพราะงั้นถึงไม่หันไปดูก็รู้ว่ามีใครบางคนกำลังมา

“มายืนอยู่บนนี้อีกแล้วเหรอ หนาวออกจะตายไป”

“หนาวแล้วขึ้นมาทำไม”

“มาหาที่สูบบุหรี่”

“เหมือนกัน”

เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น ไม่กี่ก้าวก็มาหยุดยืนเคียงข้างผู้มาก่อน

 เทรุควักบุหรี่ขึ้นมาแล้วหันมามองใบหน้าภายใต้แว่นกันแดดสีชาคล้ายจะรออะไร

ฮิซาชิเข้าใจปฏิกิริยาแบบนั้น เขาล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ทเพื่อหยิบไลท์เตอร์ออกมาและจุดให้อย่างที่เคยทำในบางครั้ง

มือใหญ่กอบกุมมือนั้นไว้หลวมๆแล้วโน้มใบหน้าเข้าใกล้เพื่อต่อไฟให้มวนนิโคตินในปาก ลมหายใจอุ่นเป่ารดแผ่วเบา

 ทว่าส่งผลต่อความรู้สึกที่ถูกเก็บกดบางอย่างจนเจ้าของไลท์เตอร์ต้องชักมือกลับ ฮิซาชิเสคีบบุหรี่ออกจากปากแล้วพ่นควันเป็นทางยาว

 เผื่อว่าอีกฝ่ายจะจับได้ถึงอาการกระตุกเมื่อครู่

“หนาวอย่างนี้คิดถึงฮอกไกโดนะ” เทรุว่า

“ใช่” เขาตอบเพียงสั้นๆ

“อยากกลับไปอีกจัง กินบะหมี่ซัปโปโรร้อนๆ”

“เพิ่งไปเมื่อสิ้นปีเองนิ”

“เคานท์ดาวน์น่ะเหรอ ไปทำงานล่ะสิไม่ว่า แฟนๆตามเพียบอย่างนั้น ไม่ได้เข้าฮาโกดาเตะเลยด้วยซ้ำ”

“เดี๋ยวก็ได้ไปเองแหล่ะ ตอนนี้รอดูหิมะที่นี่ไปก่อนก็แล้วกัน”

เทรุพยักหน้า …ทั้งสองสูบบุหรี่ไปเงียบๆสักพักก่อนที่เสียงทุ้มนุ่มจะฮัมเพลงเบาๆ

 

“Machiawabite machiawabite taisetsuna kisetsu ni sosoku omoidewa anata de afurete iru

(รอคอยและเฝ้าปรารถนา ฤดูกาลอันแสนมีค่าของฉันเต็มไปด้วยความทรงจำถึงคุณ)

Koishikute koishikute dorehodo no yuuki anata ga kureta darou ima mo dakishimete iru”

(รักคุณ รักคุณ ความกล้าที่คุณมอบให้มีมากขนาดไหนนะ? ฉันยังคงกอดเก็บมันไว้)

 

ริมฝีปากบางยกยิ้มน้อยๆ เสียงของเทรุยังคงเป็นเสียงที่มีเสน่ห์เหมือนเดิม… เสียงที่เขาชอบมากที่สุด

“นึกครึ้มอะไรขึ้นมา”

“แค่อยากร้อง ไม่ได้รึไง?” คนตอบทำเสียงหัวเราะในลำคอ

“ก็เปล่า…” ฮิซาชิอัดบุหรี่เข้าปอดอีกครั้ง ก่อนจะขยี้มวนที่เกือบหมดลงพื้น “ไปเถอะ อากาศเย็น เดี๋ยวไม่สบาย”

“เดี๋ยวก่อน” ร่างบางชะงักเมื่อมีมือมาฉุดแขนเขาไว้

“มีอะไร?” คิ้วเรียวขมวดเป็นเชิงถาม

“ฉัน…กำลังจะแต่งงาน” คำนั้นเหมือนจะสะดุดเมื่อพูดออกมา

“…”

ผู้ที่ได้รับฟังเงียบไป ทำให้เทรุเงยขึ้นมองใบหน้านั้นให้ชัดๆ ดวงหน้าสวยราวตุ๊กตาเรียบเฉย หากแววตาสั่นไหวเท่านั้นที่แสดงถึงความสะเทือนใจลึกๆ

“…ยินดีด้วยนะ” เสียงที่ลอดจากริมฝีปากบางเฉียบแผ่วเบาจนเหมือนกระซิบ

คนที่จับแขนฝ่ายตรงข้ามไว้กระชับมือมากขึ้นจนฮิซาชิต้องกระตุกแขนเป็นเชิงเตือน

“..เท่านั้นเหรอ…”

“…” มือกีตาร์หนุ่มเม้มปากแน่น เขาสูดหายใจลึกก่อนจะเอ่ย “แล้วจะฉลองให้” เขาว่าพร้อมบิดแขนออก ซึ่งคราวนี้มือที่เกาะยึดไว้ยอมคลายออกโดยดี

ร่างบางหมุนตัวหันกลับหลัง ผลักประตูแล้วก้าวเดินลงบันไดไปข้างล่าง เสียงฝีเท้าสะท้อนก้องเป็นจังหวะถี่ขึ้นตามลำดับ…

 

Kisutsukete awasuni wa irarezuni sono itami tagaide osashi atteita

Nanimokamo ga muda ni mieta ano hibi ga ima wa itoshikute itoshikute

ai o sakashi ai ni mayoi ai wo shiri dokoka niteru anata no mune ni iru

katawara ni yuzurenai yume ga hora futari o motto otona ni kaete

 

มันช่วยไม่ได้ที่เราต่างทำร้ายอีกฝ่าย และก็อีก…ที่เราต่างเยียวยาซึ่งกันและกัน

มาตอนนี้…ฉันรักวันที่เราสองมองเห็นทุกสิ่งไม่มีความหมาย

ค้นหาความรัก สงสัยในรัก และรู้จักรัก ฉันอยู่ในใจคุณผู้ซึ่งมีบางอย่างคล้ายคลึงกัน

มีความฝันที่ไม่อาจหลงลืมได้อยู่เคียงข้างเรา และมันทำให้เราเติบโตขึ้น

 

2002/01/28 – 01:37 A.M.

 

“kampai!!” เสียงเฮดังขึ้น ตามด้วยเสียงแก้วและกระป๋องเบียร์กระทบกัน

ในร้านเหล้าเล็กๆซึ่งเป็นที่ประจำสำหรับคนในวงและเพื่อนสนิท ตอนนี้อวลด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ เสียงหัวเราะ และเพลงที่เปิดคลอเบาๆ

 ไม่ต่างอะไรจากการสังสรรค์ตามปกติ เพียงแต่เพิ่มเสียงแสดงความยินดีเข้ามาด้วยเท่านั้น

“ยินดีด้วยนะเทรุ”

“นั่นสิ คบกันมาตั้งนาน แต่งๆกันได้ซะทีก็ดีเหมือนกัน”

“จริงด้วย ดูซิ อย่างนี้เราก็เหลือหนุ่มโสดคนเดียวแล้วสิ”

“เฮ้ยๆ อย่าลาม” เสียงคนถูกพาดพิงร้อนตัวมาแต่ไกล เรียกเสียงหัวเราะหยอกล้อให้ดังขึ้นอีก

มือเบสของวงเดินเข้ามาหาคนที่นั่งอยู่ตรงเคานท์เตอร์พร้อมเบียร์สองกระป๋องในมือ

“เป็นไงฮิซาชิ ทำไมวันนี้เงียบๆล่ะ” ว่าพลางส่งเครื่องดื่มให้

“เปล่านี่ คงเหนื่อยมั้ง”

“นั่นสิ วันนี้อึกทึกเป็นพิเศษเลยนะ แต่หาเรื่องฉลองกันมากกว่า เพราะคู่เทรุก็ไม่ใช่คู่ใหม่ซะหน่อย”

“แล้ววันนี้ไม่พาเรย์โกะมาด้วยเหรอ” ฮิซาชิถามเรื่องอื่น เขาไม่อยากได้ยินเรื่องของคนที่เมาจนหน้าแดงอยู่กลางวงเหล้านั่นอีก แค่นี้ก็มากพออยู่แล้ว

“เขาว่าไม่ค่อยชอบงานเฮฮาเกินเหตุแบบนี้น่ะ แล้วจะแสดงความยินดีวันหลัง”

ใบหน้ามนพยักรับ มือเรียวยกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่มอึกใหญ่

 

Aitakute aenakute nagasugiru yoru ni hikari o sagashite wa hitori tatazun de iru

Darehitori yasashisato tsuyosa ga nakereba ikite wa yukenaito oshiete kureta no wa

Sariyuku anata deshita

 

อยากพบ แต่ไม่อาจพบได้ ฉันยืนอยู่เพียงลำพัง ค้นหาแสงสว่างกลางความฝันอันแสนนาน

คือคุณ…ที่สอนฉันว่าไม่มีใครสามารถอยู่ได้โดยปราศจากความอ่อนโยนและความเข้มแข็ง

คือคุณ…ที่กำลังจากฉันไป..

…

“เดินดีๆหน่อยเทรุ” ร่างบางกว่าพยายามพยุงคนที่เมาแประออกจากรถอย่างทุลักทุเล

ฮิซาชินึกหงุดหงิดอยู่ในใจ ทำไมเขาจะต้องเป็นคนพาเทรุกลับด้วยนะ หน้าที่นี้มันควรจะเป็นของผู้จัดการ หรือไม่ก็หัวหน้าวง

 หรือจะเป็นสต๊าฟหน้าไหนก็ได้! แต่มีแค่เขากับจิโร่เท่านั้นที่เมาน้อยสุด แล้วใครจะเป็นคนรับหน้าที่นี้ล่ะ

 นอกเสียจากว่าจะเสี่ยงให้นักร้องนำของวงต้องขับรถกลับเอง ซึ่งเปอร์เซ็นต์รอดดูจะน้อยเหลือเกิน

“ถึง…ฮึก…แล้~วเหรอ?” ในที่สุดเทรุก็ลงมายืนสองขาได้ ใบหน้าแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์มองไปมารอบๆอพาร์ทเมนท์ของฮิซาชิอย่างเลื่อนลอย

“ถึงแล้ว นายช่วยทรงตัวดีๆหน่อยได้มั้ยฉันจะไขกุญแจ” พูดไปก็ไม่รู้ว่าจะเข้าใจหรือเปล่า แต่ในที่สุดก็ฝ่าฟันมาถึงในห้องจนได้

ร่างอ่อนเปียกแทบจะถูกทุ่มใส่โซฟาเพราะคนแบกหมดแรงข้าวต้มพอดี ทันทีที่สัมผัสกับเบาะหนังนุ่ม เทรุก็เอนตัวนอน ทำเอาคนที่พามาต้องส่ายหน้า

“ไม่เคยเปลี่ยนเล้ย ตอนเมาเนี่ย” เขาพึมพำ ก่อนจะเดินหายเข้าไปทางห้องครัว โชคดีที่ ‘หล่อน’ ไม่อยู่ ไม่อย่างนั้นเขาคงอึดอัดใจพิลึก

ฮิซาชิกลับออกมาอีกครั้งพร้อมน้ำและผ้าขนหนูผืนเล็ก เขาฉุดเทรุให้ลุกขึ้น ซึ่งก็ยอมลุกมาดื่มน้ำอยู่หรอก แต่เสร็จแล้วก็ล้มตัวนอนต่อ ไม่ยอมเช็ดหน้า ภาระนี้เลยตกอยู่กับเจ้าของห้องแทน

ผ้าขนหนูหมาดเลื่อนเช็ดไปตามวงหน้าคม แววตาที่มักจะเชื่อมหวานเป็นพิเศษตอนได้สุราเข้าช่วยหลับพริ้มราวกับเด็กเล็ก

 พวงแก้มแดงเรื่อตัดกับผิวขาวอย่างเห็นได้ชัด จมูกโด่งที่ย่นนิดๆเมื่อรู้สึกรำคาญสัมผัสบนใบหน้า…ดูตลกพิลึก

ผ้าผืนเดิมถูกโยนแหมะไว้บนโต๊ะ ร่างบางนั่งเหยียดขากับพื้นข้างโซฟา ท่ามกลางไฟสลัวด้วยแสงจากโคมเพียงดวงเดียว

 แสงสีภายนอกจึงลอดเข้ามาทางหน้าต่างระเบียง บางครั้งได้ยินเสียงรถที่นานๆจะผ่านมาสักคัน

 อีกบางครั้งก็ได้ยินเสียงลมหนาวกระทบกระจกเกิดเสียงกึกๆ

เขาชอบเวลายามค่ำคืน มันสงบและเย็นสบาย ทำให้เขามีสมาธิมากกว่าตอนกลางวัน ถ้าวันไหนมีซ้อมดนตรีตอนเช้าล่ะก็ เขาไปสายแทบทุกครั้ง

 แถมยังไม่ค่อยมีแรงอีก บ่อยเลยที่ต้องให้เทรุโทรมาปลุกและขับรถมารับถึงที่ แม้กระทั่งมาค้าง… ทว่าวันเวลาเหล่านั้นเป็นอดีตไปแล้ว

…เมื่อไรนะ…ที่เราเริ่มห่างเหินกัน…

ร่างบางหันไปมองคนที่หลับสบายบนโซฟาอีกครั้ง เขาเอนศีรษะพิงด้านหลัง และปล่อยให้ค่ำคืนในฤดูหนาวค่อยๆคืบคลานผ่านไปช้าๆ…

 

Konna fuu ni komorebi no naka ni iruto wakare saemo utsukushiku omoeru kara

kanashimi o wasurete shimaukoto de hito wa kitto tsuku nareru kara

Mou sugu koko ni mo yuki ga tsumori seikai o shiroku somerumade mou sukoshi dake

 

ท่ามกลางแสงวูบไหวที่ลอดผ่านเงาไม้ เช่นนี้ แม้กระทั่งการแยกจากก็ยังงดงาม

มนุษย์สามารถเข้มแข็งขึ้นได้โดยการลืมเลือนความเศร้า

จากนี้ไม่นาน เมื่อหิมะโปรยปราย จนกว่าที่นี่และโลกนี้จะถูกย้อมให้กลายเป็นสีขาว… โปรดให้เวลาฉันอีกหน่อย

 

2002/01/28 – 10:22 A.M.

แสงแดดยามสายผ่านเข้ามาแยงตาจนต้องพลิกตะแคงหนี ดวงตาเรียวปรือขึ้นมองเมื่อพบสัมผัสที่ไม่ใช่เตียงนอนอย่างที่ควรจะเป็น

 หากเขากำลังเหยียดยาวอยู่บนเบาะหนังนุ่มของโซฟาภายในห้องรับแขก… กลิ่นMarlboroลอยอวลอยู่ไม่ไกล…

คนที่เมาไม่รู้เรื่องเมื่อคืนนี้กำลังนั่งหมิ่นๆบนโซฟาตัวเดียวกับที่เขานอนอยู่ มือหนึ่งคีบบุหรี่ไว้

 ส่วนอีกมือลูบไล้ขนสีขาวลายดำนุ่มของเจ้าแมวประจำบ้าน

เทรุแพ้ขนแมว ยกเว้นกับเจ้าอายุเท่านั้นที่ไม่เป็นไร…แปลกดี

“บอกฉันหน่อยสิฮิซาชิ” เสียงทุ้มพูดโดยที่ไม่ได้หันมามองผู้ฟัง

“บอกฉันทีว่านายไม่เคยคิดอะไรกับฉันเลย”

“…”

เทรุเว้นจังหวะเพื่อฟังคำตอบอยู่นาน จนเมื่อเขาดับบุหรี่และหันไปมองคนที่นอนเงียบ เอามือทั้งสองปิดดวงตาไว้ ราวกับจะปิดกั้นการรับรู้ทุกสิ่ง

“ฉันคิดนะ คิดมาตลอด คิดจนหลายต่อหลายครั้งฉันอยากจะบอกนายให้รับรู้ไว้… ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงทนมาได้จนป่านนี้…”

“พอเถอะเทรุ ฉันแต่งงานแล้ว และนายกำลังจะแต่งงาน เราต่างเจอผู้หญิงที่เหมาะสมกับเราแล้ว เพราะฉะนั้น…มันไม่มีประโยชน์…”

 เสียงจากริมฝีปากบางนั้นแผ่วเบาและแหบเครือ คล้ายจะตอกย้ำกับตัวเองให้จดจำถึงความเป็นจริง

หากแต่คนเริ่มยังไม่หยุด เขาเอื้อมมือมาจับข้อมือเล็กให้แยกออกจากกัน ให้เขาได้เห็นความในใจจากดวงตาของอีกฝ่าย

“ความอ่อนแอของฉันทำร้ายนาย ความอ่อนแอของนายทำร้ายฉัน แล้วเราจะต้องทำร้ายกันไปจนถึงเมื่อไหร่”

แววตาที่เคยสงบและเข้มแข็งบัดนี้ฉายความรู้สึกเบื้องลึกออกมาจนหมดสิ้น เทรุสามารถมองเห็นความเจ็บปวดและความรักอยู่ในนั้น… มันเป็นแววตาแบบเดียวกับเขา…

 แบบที่เขาทั้งสองมีให้กันเสมอมา…

ชายหนุ่มค่อยโน้มกายลงใกล้ จนกระทั่งอยู่ห่างจากใบหน้าสวยเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น…

“ได้โปรด…อย่าทำอย่างนี้ เพราะ…เราจะไม่มีวันย้อนกลับมาได้อีก”

“…ถ้างั้นก็ปฏิเสธฉันสิโทโนะ บอกฉันว่านายไม่เคยคิดอะไรกับฉันเลย… แล้วฉันจะหยุด”

ฮิซาชิขบเม้มริมฝีปากแน่น พระเจ้า! เขาจะโกหกตัวเองได้อย่างไร ในเมื่อสิ่งที่หัวใจเรียกร้องมาตลอดระยะเวลาอันยาวนานนั้น

 แทบจะกลายเป็นเสียงตะโกนให้ใครต่อใครได้ยินด้วยซ้ำไป

“นายใจร้ายมากนะ…เทโกะ …นายใจร้าย…มาก…”

เสียงตัดพ้อขาดหายเมื่อริมฝีปากร้อนประกบลงมาแนบสนิท… มันเป็นจูบแรกของทั้งคู่… จูบแรกที่หวานล้ำจนแทบสำลัก…

 จูบแรกที่ผสานรสปร่าของหยาดน้ำตา…

…มันไม่ใช่น้ำตาที่เกิดจากความเจ็บช้ำ…

…มันไม่ใช่น้ำตาที่เกิดจากความเศร้าเสียใจ…

…หาก…มันเป็นน้ำตาที่เกิดจาก…ความรัก…

 

Machiwabite machiwabite taisetsuna kisetsu ni sosoku omoidewa anata de afurete iru

Koishikute koishikute dorehodo no yuuki anata ga kureta darou ima mo dakishimete iru

 

รอคอยและเฝ้าปรารถนา ฤดูกาลอันแสนมีค่าของฉันเต็มไปด้วยความทรงจำถึงคุณ

รักคุณ รักคุณ ความกล้าที่คุณมอบให้มีมากขนาดไหนนะ? ฉันยังคงกอดเก็บมันไว้

 

 

2002/04/30 – 03:40 A.M.

 

แสงจากPowerBookวูบดับลงเมื่อเจ้าของเครื่องปิดมันหลังจากใช้งานเสร็จ เหลือเพียงแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียงภายในห้องนอน

 แมวสองสีที่นอนอยู่ข้างเจ้านายของมันเมื่อครู่บิดขี้เกียจ แล้วเดินมาขดตัวนอนบนPowerBookอุ่นๆอย่างเซื่องเซา ท่านอนของมันน่ารักเสียจนมือกีตาร์หนุ่มไม่อยากปลุก

 เขาลูบหัวเอ็นดูแล้วเดินจากมา

ภายในบ้านมืด แต่กระนั้นแสงจากท้องถนนที่ลอดผ่านก็ทำให้สายตาที่ชินกับแสงน้อยแล้วพอมองเห็นได้โดยไม่ต้องเปิดไฟ กระป๋องเบียร์เย็นๆจากตู้เย็นห้องครัวถูกเปิด

 ก่อนที่ชายหนุ่มจะทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟานุ่มตัวเดิมดวงตาคู่สวยมองเหม่อออกไปด้านนอก เงาของใบไม้วูบไหวเมื่อลมเอื่อยๆพัดมา… สายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิ

 

วันคืนเคลื่อนคล้อย ฤดูผันผ่าน กระแสเวลาพัดพาทุกสิ่งไปตามกาล บางสิ่งแปรเปลี่ยน บางสิ่งเติบโต

…เขาทั้งสองที่ก้าวข้ามขอบเขตของความเป็นเพื่อนนั้น…ไม่มีวันหวนกลับไปยืนจุดเดิมได้อีกแล้ว…

 

แสงไฟจากไลท์เตอร์วาบขึ้นในความมืด ควันบุหรี่ลอยวนเวียนแล้วลับหาย…

…บางครั้งคนเราก็เลือกในสิ่งที่ต้องการ แม้ว่าจะเป็นการทำร้ายตัวเอง…

 

Aitakute aenakute nagasugiru yoru ni hikari o sagashite wa hitori tatazun de iru

Darehitori yasashisato tsuyosa ga nakereba ikite wa yukenaito oshiete kureta no wa

Sariyuku anata deshita yukisaki wa chigaukoto hajimekara shitteita futaridane

 

อยากพบ แต่ไม่อาจพบได้ ฉันยืนอยู่เพียงลำพัง ค้นหาแสงสว่างกลางความฝันอันแสนนาน

คือคุณ…ที่สอนฉันว่าไม่มีใครสามารถอยู่ได้โดยปราศจากความอ่อนโยนและความเข้มแข็ง

คือคุณ…ที่กำลังจากฉันไป…เราสองรู้ตั้งแต่แรกเริ่มแล้วว่าจุดหมายของเรานั้นแตกต่างกัน

.

.

.

 

 

Author’s talk:

สำหรับfic Glayเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่อิงเหตุการณ์จริง (เรื่องอื่นเมคเอาโม้ดดดด) ตอนแรกคิดเพียงจะเอาเพลง Way of differenceบางท่อนมาใช้

 แต่ไปๆมาๆพอแปลความหมายออกมาทั้งเพลงแล้วก็…อืม…มันใช้ได้หมดเลยนี่หว่า ก็เลยลองทำเป็นsongficดู

 ซึ่งNakiเองก็ไม่เคยอ่านsongficมาก่อน แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าไอ้อย่างเนี้ยมันเรียกว่าsongficแน่มั้ย แต่ตามทฤษฎีมันน่าจะใช่น่ะ ^^;;

 ก็งมๆดูออกมาเป็นficเรื่องนี้ ซึ่ง…ดูดีกว่าที่คิด เรียกว่าเป็นficที่ตัวเองพอใจเรื่องนึงเลยทีเดียว (แต่ไม่รู้ผู้อ่านท่านอื่นจะว่ายังไงนะ ^^;;)

 เอาว่าอ่านกันเล่นๆก็แล้วกัน ในชีวิตจริงGlayจะเป็นอย่างนี้รึเปล่าไม่รู้เน้อ (แต่Nakiอยากให้เป็นมากกกกกก) แฟนๆอย่างเราก็ได้แต่จ้องจับผิดกันต่อไป

 ฮุๆๆๆๆ ^o^

เช่นเคย สำหรับผู้มีอุปการะคุณในการcomment Hisano, พี่ m-nunjo, arts68, Ginoru, AKO

 ซึ่งทำให้proofจนเกิดความสละสลวยของเนื้อเรื่องมากขึ้น ต่างคนก็commentให้แบบด่วนทันใจ แต่ขออำภัยที่ดองไว้เป็นเดือนกว่าจะเอาลงเวบ แฮ่ ^^;;

และแน่นอนค่ะ ยินดีรับทุกความคิดเห็นที่ naki_akuma@yahoo.com ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านนะคะ ^^

 

Naki A.

Finished: 17 May, 2002