<-- -->

Free Web Hosting : Free Hosting : Troubled Teens : Report Abuse

Bronze Fanfiction

Love

By : Nang (Nu-Nang)

................................

ยามบ่าย ณ โตเกียวโดม ซึ่งภายในนั้นผู้คนมากมายกำลังคร่ำเคร่งจัดเวที แสง เสียง

เพื่อคอนเสริต์อันยิ่งใหญ่ของนักร้องดังนาม นันโจ โคจิ

อีกไม่ถึงสัปดาห์ก็จะถึงวันแสดงแล้ว บรรดาช่างฝ่ายต่างๆ

อีกทั้งเจ้าหน้าทุกคนต่างก็ขมักเขม้นกันอย่างเต็มที่

จะเว้นก็แต่หนึ่งเดียวผู้นี้...

“นี่โคจิ!! ได้เวลาซ้อมแล้วนะครับ” ทาคาซากะผู้จัดการผู้แสนจะน่าสารกำลังคร่ำครวญ

เพียรพยายามให้โคจิซ้อมคิวการแสดงบนเวที แต่เจ้าตัวไม่สะทกสะท้าน

กลับนั่งเฉยทำทองไม่รู้ร้อน

“ว่าไงโคจิ....” ชิบุยะ คัตสึมิ เพื่อนสนิทกึ่งเจ้านาย

ทักขึ้นเมื่อเดินเข้ามาในห้องพักหลังเวที

“...........” โคจิ เหลือบมองด้วยหางตา แล้วก็เข้าสู่โหมดเดิม

“คุณ ชิบุยะครับ...ช่วยหน่อยสิครับ..” ผู้จัดการหันมาคร่ำครวญกับชิบุยะแทน

“เฮ้อ....ก็เข้าใจอยู่หรอกนะว่านายกำลังอารมณ์ไม่ดี..” ชิบุยะ

เอือมระอากับท่าทางของโคจิ

“แต่ว่าคอนเสริต์ครั้งนี้ก็สำคัญมากนะเฟ้ย!!”

ชิบุยะตะโกนอย่างเหลืออดเมื่อโคจิยังคงไม่สนใจ

“วันนี้รู้สึกไม่ค่อยสบาย...ขอตัวนะ..” โคจิลุกขึ้นยืน เตรียมจะเดินออกจากห้องไป

“เอ่อนี่....รู้สึกว่าวันนี้อิซึมิ จะทำสุกียากี้ด้วยนะ

งั้นคืนนี้เราแวะไปกินกันเถอะทาคะจัง........” ชิบุยะหันมาพูดกับผู้จัดการ

ทำให้โคจิชะงักกึกทันที

“เดี๋ยวเราแวะไปซื้อขนมอร่อยๆ ฝากอิซึมิกันเถอะ” ชิบุยะพูดต่อไปเหมือนเยาะเย้ยโคจิ

“ชิบุยะ...เอ่อ...” โคจิพยายามจะพูดบางอย่างกับชิบุยะ

“โอ้!..แต่วันนี้นายไปไม่ได้นี่นะ..เห็นว่าไม่สบายนี่ถึงขนาดซ้อมบนเวทีฯ

ยังไม่ไหวเลย..” ชิบุยะยิ้มเจ้าเล่ห์

“เฮ้ย!! มัวทำอะไร เดี๋ยวก็ซ้อมไม่เสร็จหรอกวันนี้!!!” ได้ผล

โคจิเดินออกไปตะโกนร้องปาวๆ ให้พวกเจ้าหน้าที่เตรียมตัว ให้เขาซ้อมการแสดงสักที

“เยี่ยมเลยครับคุณชิบุยะ! ว่าแต่คุณอิซึมิจะเลี้ยงฯ จริงเหรอครับ..”

ผู้จัดการยิ้มร่าอย่างยินดีเมื่อเห็นโคจิขึ้นไปซ้อมบนเวทีฯแล้ว

“เอ่อ...ก็นะ..” ชิบุยะยิ้มเจื่อนๆ เล็กน้อย ก่อนจะหยิบมือถือโทรฯถึงใครคนหนึ่ง

“อิซึมิเหรอ....นี่ชิบุยะนะ

คืนนี้ช่วยทำสุกียากี้หน่อยสิ.......อ๋อ..ก็พอดีวันนี้มีธุระจะพูดด้วยน่ะ....เรื่องสำคัญจริงๆ..อ๊ะ!!

แค่นี้ก่อนนะ...” ชิบุยะรีบวางหูทันที พร้อมกับหันมายิ้มให้กับ

ผู้จัดการที่ทำหน้าสงสัยนิดๆ

กำลังจะเอ่ยถามแต่ก็ถูกชิบุยะลากออกไปดูการซ้อมของโคจิที่หน้าเวทีฯ

ในตอนค่ำ เมื่อโคจิซ้อมเสร็จก็รีบเดินไปที่รถเฟอร์รารี่สีแดงเพลิง

ยืนพิงรถเพื่อรอชิบุยะกับผู้จัดการ สักพักทั้งสองคนนั้นก็เดินมาถึง

“อ้าว..โคจิมายืนอะไรแถวนี้..ไม่กลับไปพักผ่อนล่ะ” ชิบุยะยิ้มกวนๆ ใส่โคจิ

“แก...อยากเจ็บตัวนักใช่มั้ย!”

โคจิใช้มือข้างหนึ่งกระชากคอเสื้อยกตัวชิบุยะที่ตัวเล็กกว่าขึ้นมาจ้องหน้าทันที

ส่วนคุณผู้จัดการก็หน้าซีดร้องห้าม

“โทษทีว่ะ...ปล่อยสิ..จะได้ไปกันซักที..เดี๋ยวทาคะจังก็ได้ร้องไห้ออกมาก่อนหรอก”

ชิบุยะพูดขึ้นเมื่อเห็นผู้จัดการทำท่าจะร้องไห้ขึ้นมาจริงๆ

แล้วทั้งหมดก็เดินขึ้นรถขับออกไป โดยที่ชิบุยะกับผู้จัดการนั่งรถอีกคัน

ณ แมนชั่นของโคจิ อิซึมิกำลังตระเตรียมสุกียากี้อยู่ที่โต๊ะอาหาร

จัดเตรียมถ้วยชามและตะเกียบสำหรับแต่ละคนไว้

“นี่ของเรา ชิบุยะ คุณผู้จัดการ แล้วก็......อ๊ะ!!” อิซึมิชะงัก

เมื่อนึกถึงโคจิขึ้นมา แล้วหน้าก็เริ่มงอขึ้นมาทันที

กำลังจะเอาชุดชามกับตะเกียบของโคจิไปเก็บ เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นมาก่อน

“ยะฮู้!! อิซึมิจางงงง หิวจังเลย” ชิบุยะตะโกนขึ้นทันทีเมื่อเดินมาที่โต๊ะอาหาร

โดยมีผู้จัดการและโคจิเดินมาหลังสุด

“ถ้างั้นก็กินกันเลยสิ...” อิซึมิ นั่งลงที่เก้าอี้ทันที ชิบุยะ ผู้จัดการ

และโคจิก็นั่งลงเช่นกัน

“แหม!! ฝีมือของอิซึมิเนี่ย เยี่ยมจริงเนอะ ทาคะจัง”

ชิบุยะหันไปพูดกับผู้จัดการเมื่อชิมสุกียากี้คำแรก

“ครับ คุณชิบุยะ ทำให้นึกถึงตอนนั่งกินพร้อมหน้าพ่อแม่สมัยเด็กๆเลยครับ”

ผู้จัดการพูดออกมาไม่ได้คิดอะไร แต่กลับทำให้อิซึมิชะงักทันที

พร้อมกับมีสีหน้าเศร้าๆเล็กน้อย

“นี่! มัวแต่พูดอยู่ได้ กินๆ เข้าไปสิ เอ้า! เอานี่ไป”

โคจิที่สังเกตเห็นท่าทางของอิซึมิ หันมาพูดกับผู้จัดการ

ก่อนที่จะคีบกับและผักใส่จนแทบล้นชามเลยทีเดียว

“เออนี่...สัปดาห์นี้อิซึมิมีซ้อมเตะบอลกับโรงเรียนอื่นหรือเปล่า”

ชิบุยะหันมาพูดกับอิซึมิเพื่อให้เลิกทำหน้าเศร้า

“ก็มีนะ กับโรงเรียน..........................”

อิซึมิบอกรายละเอียดเกี่ยวกับการซ้อมเตะฟุตบอลกับโรงเรียนต่างๆ

“งั้นวันอาทิตย์ก็ว่างงั้นสิ” ชิบุยะพูดพร้อมกับปรายหางตาและส่งยิ้มนิดๆมาทางโคจิ

ที่ยังคงนั่งกินเงียบๆทำเหมือนไม่สนในอะไร

“ทำไมเหรอ..นายมีธุระอะไรหรือเปล่า?” อิซึมิถามออกมา

“ก็พอดีจะให้นายไปกับชั้นหน่อยน่ะ...มีธุระ” ชิบุยะตอบพร้อมกับยิ้มนิดๆ

“ธุระอะไร?” อิซึมิสงสัยเพราะชิบุยะไม่ค่อยจะมีธุระอะไรกับเขาบ่อยนัก

“เถอะน่า..นายห้ามเบี้ยวนะ..เดี๋ยววันอาทิตย์ตอนเย็นๆ จะมารับนะ”

ชิบุยะร้องขึ้นเมื่อเห็นอิซึมิทำท่าจะถามต่อ

“เอ้า! กินกันต่อเถอะ ดูสิ ทาคะจังจะกินหมดอยู่แล้ว” ชิบุยะเปลี่ยนเรื่องพูด

ทำให้อิซึมิหันมาสนใจสุกียากี้ตรงหน้า

และจากนั้นก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นทั้งจากชิบุยะ ผู้จัดการ และอิซึมิ

เว้นแต่โคจิที่ยังคงเงียบอยู่

หลังจากที่ชิบุยะและผู้จัดการกลับไปแล้ว อิซึมิก็จัดการเก็บจานชามมาล้าง

ส่วนโคจิก็นั่งดื่มไวน์เงียบๆที่ระเบียง สักพักโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น

“ว่าไงวะ ชั้นจัดการให้แล้วนะโว๊ย!

แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาซ้อมสำหรับคอนเสริต์คราวนี้ล่ะ” เสียงชิบุยะนั่นเองที่โทรฯมา

โคจิเอ่ยขอบใจ ก่อนที่จะวางสายแล้วยิ้มออกมานิดๆ

เมื่อเหลือบตามมองดูข้างหลังของอิซึมิที่กำลังยืนล้างจานอยู่ที่ซิ้งค์

โคจินึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับอิซึมิ ทั้งเรื่องฟุตบอล

อุบัติเหตุ เรื่องตระกูลนันโจ ฯลฯ มันทำให้เค้ารู้สึกรักอิซึมิ อยากปกป้อง คุ้มครอง

เขารักอิซึมจนหมดหัวใจ แต่ตัวอิซึมิเองล่ะ เขาไม่รู้ว่าอิซึมิคิดเหมือนกันหรือเปล่า

จากที่เริ่มแรกที่อิซึมิเริ่มไว้ใจเขา และเข้ามาอยู่ในแมนชั่นเดียวกันจนถึงตอนนี้

แม้ตัวเขาจะต้องการอิซึมิสักเท่าไร ก็ไม่เคยที่จะฝืนกอดเลยถ้าอิซึมิไม่ยินยอม

ตอนที่โอบกอดอิซึมิแม้จะไม่ได้ยินคำว่ารักจากปากของอิซึมิ

แต่เขาก็แน่ใจว่าอิซึมิไม่รังเกียจเขา แต่มาช่วงนี้อิซึมิทำตัวเหินห่าง

ไม่ค่อยจะพูดคุย หรือ มีเวลาอยู่ด้วยกันนานๆ เหมือนแต่ก่อน

จะด้วยเหตุที่อิซึมิมีซ้อมฟุตบอล หรือว่าจากทางฝ่ายของเขาเองมันก็ไม่น่าจะใช่

แต่มันคืออะไรล่ะ? อิซึมิคิดอะไรอยู่!?

ช่วงเวลาอย่างนี้มันทำให้เขารู้สึกหวั่นเกรงอะไรบางอย่างขึ้นมา

“เอ่อ...ชั้นนอนก่อนนะ...” อิซึมิพูดขึ้นมา

แล้วรีบเดินเข้าห้องนอนไปไม่แม้จะสบตากับโคจิ

โคจิจึงได้แต่มองตามแผ่นหลังนั้นหายเข้าไปในห้องนอนที่อิซึมินอนแยกห้องกับเขา

โคจิที่มีสีหน้าเจ็บปวดก็หันมาดื่มไวน์ต่อ

...........................................

ณ หน้าโตเกียวโดมในตอนเย็น

บรรดาแฟนเพลงของโคจิต่างพากันมารวมตัวกันเพื่อเตรียมจะเข้าไปชมคอนเสริต์

ซึ่งแฟนเพลงส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง

นอกจากนี้ยังมีสื่อมวลชนต่างๆที่มาทำข่าวบรรยากาศของคอนเสริต์คราวนี้

สักพักเจ้าหน้าที่ก็เปิดประตูให้เข้าไปภายในได้

ส่วนภายในห้องแต่งตัวของนักร้องดัง หลังเวทีคอนเสริต์

“นี่! อยู่นิ่งสิ!” ยูริ

เมคอัพฯฝีมือเยี่ยมกำลังบ่นเมื่อโคจิไม่อยู่นิ่งทำให้แต่งหน้าลำบาก

“วันนี้นายเป็นอะไร ท่าทางลุกลี้ลุกลนชอบกล” ทาคาฟุมิ มือคีย์บอร์ดกับโปรดิวซ์ฯ

หัวเราะกับท่าทางของโคจิ กับยูริที่พยายามจับหน้าโคจิให้หันมาแต่งหน้าดีๆ

สักพักเจ้าหน้าที่คนหนึ่งก็เปิดประตูเข้ามาบอกให้เตรียมตัวไว้ เพราะอีก 1 ชม.

จะได้เวลาเริ่มการแสดงแล้ว

“โว๊ย!! เจ้าชิบุยะมันหายหัวไปไหนฟะ ยังไม่มาอีก” อยู่ๆโคจิก็โพล่งขึ้นมา

พร้อมกับกดมือถือหาชิบุยะทันที

ทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องนั้นประหลาดใจที่โคจิมีท่าทางอย่างนั้น

“ทำไรอยู่วะ หา! ยังไม่ถึงอีก แล้วมาทันแน่นะ เฮ้ย! เดี๋ยวก่อน!”

ยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อชิบุยะก็วางสายไป พอโคจิต่อสายชิบุยะก็ปิดเครื่องไว้

“โว๊ย!!” โคจิหงุดหงิดเล็กน้อย

แต่สักพักก็เดินมานั่งที่เก้าอี้ให้ยูริแต่งหน้าให้ต่อ

ส่วนนักดนตรีคนอื่นแต่งตัวแต่งหน้า บ้างก็นั่งทำสมาธิ.......

ภายในบริเวณที่นั่งบรรดาแฟนเพลงต่างก็นั่งรอ พร้อมกับพูดคุยไปพลาง

บางคนถือรูปภาพโคจิ บางคนก็ถือป้ายที่เขียนข้อความต่างๆ

ที่ล้วนแล้วแต่แสดงว่ารักโคจิทั้งนั้น สักพักไฟก็ดับลงจนมืดสนิท ณ

กลางเวทีก็มีเสียงดนตรีดังขึ้น แต่ไม่มีใครมองเห็นอะไรเพราะไฟยังคงดับอยู่

และแล้วแสงไฟก็สว่างพรึ่บ พร้อมกับร่างของนักดนตรีที่กำลังเล่นดนตรีอยู่

และมีโคจิยืนจับไมค์อยู่กลางเวที เสียงกรีดร้องของบรรดาแฟนเพลงก็ดังขึ้น ชูป้าย

รูปภาพ โบกมือ และแสดงท่าทางดีใจเมื่อเห็นโคจิ

และเสียงร้องจากนักร้องหนุ่มนามโคจิก็ดังขึ้น สะกดให้แฟนเพลงตกอยู่ในพะวัง

แล้วการแสดงก็ดำเนินผ่านไปได้ครึ่งหนึ่ง โคจิก็แว่บมาหลังเวที

ปล่อยให้นักดนตรีอยู่ต่อบนเวที

“เอ้า! นี่น้ำ เสื้อผ้าชุดต่อไปอยู่ไหน! เอาอ๊อกซิเจนมาด้วยเร็ว!”

เสียงเจ้าหน้าที่ตะโกนโหวกเหวก เมื่อโคจิเดินมา

แต่เจ้าตัวก็ทำหน้าหงุดหงิดเมื่อไม่เห็นชิบุยะ

“ชิบุยะล่ะ!” โคจิหันมาถามผู้จัดการที่ยืนอยู่ใกล้นั้น

“เอ่อ....ยังไม่เห็นม....” ผู้จัดการพูดยังไม่ทันจบโคจิก็เตะเก้าอี้ดังโครม

แต่ก็ต้องรีบกลับออกไปที่หน้าเวที เมื่อได้เวลาแสดงต่อ

สักพักขณะที่โคจิกำลังจะร้องเพลงต่อไป

ก็เหลือบไปเห็นผู้จัดการทำท่าทางอะไรบางอย่างอยู่ข้างหลังเวที

“อะไร...เก้าอี้..ที่นั่ง...หน้า...หน้า...อ๊ะ!”

โคจิหันไปมองที่เก้าอี้ที่นั่งแถวหน้าติดเวทีก็สังเกตุเห็นชายหนุ่มสองคนนั่งอยู่

คนหนึ่งชิบุยะ อีกคนก็....”อิซึมิ!” แล้วโคจิก็ยิ้มออกมา

จากนั้นก็จับไมค์แน่นขึ้นพร้อมกับพูดออกมา

“เพลงต่อไปนี้ ขอมอบให้ใครคนหนึ่ง เพื่อแสดงความรู้สึกของผมที่มีต่อคนๆนั้น”

เมื่อโคจิพูดจบบรรดาแฟนเพลงสาวๆ ต่างก็ร้องกรี๊ดดังสนั่น

จากนั้นโคจิก็ร้องเพลงนั้นออกมา

และเดินมาหยุดอยู่ตรงขอบเวทีด้านหน้าพร้อมกับจ้องมองมาแถวเก้าอี้นั่งหน้าเวที

ทำให้สาวๆแถวนั้นกรูกันวิ่งไปที่เวทีแต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ร่างยักษ์กันไว้เสียก่อน

ส่วนคนที่ถูกจ้องนั้นจู่ก็หน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยจะลุกเดินหนีไปแต่ก็ถูกชิบุยะฉุดให้นั่งอยู่กับที่

ทำให้ต้องนั่งฟังอยู่อย่างนั้น

“แหม...เจ้าโคจิเนี่ย เปิดเผยเกินไปแล้ว..เนอะ..อิซึมิ”

ชิบุยะหันมายิ้มให้อิซึมิที่นั่งหน้าแดงแต่สายตาก็ไม่ละจากร่างของโคจิบนเวทีเลย

“มะ..เมื่อกี้ว่าอะไรเหรอ” อิซึมิ หันมาถามชิบุยะ เพราะไม่ทันได้ฟัง

“เฮ้อ...ช่างเถอะ อิจฉาคนกำลังอินเลิฟจริงจริ้ง...”

ชิบุยะพูดขึ้นพร้อมกับส่ายหน้าเล็กน้อย

ทำให้อิซึมิหน้าแดงหนักขึ้นไปอีก............แล้วการแสดงก็จบลง

แต่แฟนเพลงก็ขอให้โคจิร้องอีก ทำให้โคจิต้องออกมาร้องอีก 1 เพลง

จากนั้นโคจิและนักดนตรีก็หายไปข้างหลังเวที พร้อมกับไฟบนเวทีก็ดับลง

แล้วไฟที่บริเวณเก้าอี้ผู้ชมก็สว่างขึ้น

“เอาล่ะ! ไปกันเถอะ” ชิบุยะลุกขึ้นยืนพร้อมกับลากอิซึมิให้เดินตามไปด้วย

“จะไปไหนน่ะ” อิซึมิร้องถาม

“ก็ไม่หาดาร์ลิ้งน่ะสิ” ชิบุยะหัวเราะออกมา

ก่อนที่จะพาอิซึมิผ่านเจ้าหน้าที่เข้าไปด้านหลังเวทีทันที

ณ ห้องพักหลังเวที นักดนตรีและโคจิก็นั่งเหนื่อยหอบอย่างหมดแรง

และก็ยิ้มอย่างยินดีที่คอนเสริต์จบลงด้วยดี

สักพักชิบุยะก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับอิซึมิ

“ไง! ขอบคุณมากนะทุกๆคน” ชิบุยะเอ่ยขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนและนักดนตรี

“ขอบใจมากว่ะ” ชิบุยะหันมาตบบ่าโคจิและกล่าวขอบใจเพื่อนรักคนนี้

“เอาล่ะ...วันนี้ชั้นเลี้ยงเอง..ไปกันเถอะพวกเรา”

แล้วชิบุยะก็พาบรรดานักดนตรีแล้วคนอื่นๆในห้องให้เดินตามออกไป

ในห้องจึงเหลือเพียงโคจิกับอิซึมิ

ที่ตอนแรกจะออกไปด้วยแต่ถูกชิบุยะห้ามไว้ไม่ให้ออกมาด้วย

“เอ่อ...นายร้องเพลงดีมากเลย...” อิซึมิไม่รู้จักพูดอะไรดีมากไปกว่านี้

“ขอบคุณนะ อิซึมิ...”

โคจิลุกขึ้นเดินมาโอบกอดเอวของอิซึมิพร้อมกับกระซิบที่ข้างหูเบาๆ

“อ๊ะ! เสื้อนายเปียกเหงื่อนะ” อิซึมิผลักโคจิ

“โทษที งั้นเดี๋ยวชั้นถอดออกก็ได้....”

แล้วโคจิก็ถอดเสื้อออกเหลือเพียงกางเกงหนังสีดำตัวเดียว

โชว์กล้ามเนื้อที่ได้สัดส่วนสมชายชาตรี

ทำให้อิซึมิเบือนหน้าไปทางอื่นเมื่อโคจิจ้องมองมา

“เอาล่ะ...ทีนี้ก็กอดได้แล้ว” จู่ๆโคจิก็รวบตัวอิซึมิเข้ามากอดไว้แน่น

“ทำอะไร!..ปล่อยนะ!...” อิซึมิดิ้นขืนตัวเมื่อโคจิระดมจูบไปตามใบหน้าใบหู

“ชั้นอยากกอดอิซึมินะ ได้โปรดเถอะ..”

เสียงโคจิแหบพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่ไม่สามารถอดกลั้นต่อไปได้อีกแล้ว

“บ..บ้า!...เดี๋ยวมีใครมาเห็นเข้าหรอก...อื้อ!”

อิซึมิกลัวมีคนเข้ามาเห็นแต่ไม่สามารถพูดอะไรได้ต่อเพราะโคจิได้แนบริมฝีปากประกบจูบอย่างดูดดื่มเสียก่อน

“อืม..ฮ้าา...อิซึมิ...อิซึมิ...” โคจิถอนริมฝีปากออก

แล้วพร่ำเรียกชื่อที่ข้างหูของอิซึมิด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบา

ฝ่ามือข้างหนึ่งลูกไล้ผมของอิซึมิแผ่วเบา ถนุถนอม

“โค...จิ.....อ๊ะ!!” อิซึมิลืมตัวเรียกชื่อโคจิออกมาเบาๆ แต่ก็ต้องตกใจเมื่อจู่ๆ

โคจิก็ดันตัวอิซึมิจนหลังไปชิดผนังห้อง

“อะไร!” อิซึมิร้องถามขึ้นเมื่อเห็นโคจิจ้องตามองเข้ามาในดวงตาของเขา

“รักนะ...รักอิซึมิ” โคจิเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเว้าวอน

จนอิซึมิหน้าแดงขึ้นมาทันที ทำให้โคจิยิ้มอย่างยินดีที่เห็นเช่นนั้น

โคจิจึงล้วงฝ่ามือข้างหนึ่งเข้าไปภายใต้เสื้อของอิซึมิ

เพื่อสัมผัสกับยอดอกที่เคยลิ้มลองมาแล้วอย่างหลงใหล

มืออีกข้างก็ค่อยๆรูดซิบกางเกงของอิซึมิ

ก่อนจะล้วงเข้าไปสัมผัสกับร่างกายที่อ่อนไหวของอิซึมิ

“อ๊ะ...อา...อืม...” อิซึมิครางเครือออกมา

ร่างกายรู้สึกร้อนเมื่อถูกโคจิกระตุ้นอย่างนั้น

“อิซึมิ...อิซึมิ...” โคจิพร่ำเรียกแต่ชื่อของอิซึมิ

เมื่อข้างที่สัมผัสส่วนล่างก็ค่อยเปลี่ยนมาถอดกางเกงของอิซึมิลง

ส่วนมือที่สัมผัสยอดอกก็เปลี่ยนมาถอดเสื้อของอิซึมิออก

ริมฝีปากของโคจิก็ค่อยจูบซับระเรื่อยบริเวณยอดอก

ลิ้นโลมเลียหยอกล้อเล่นจนเม็ดสีแดงนั้นเริ่มแข็งขึ้นเป็นไตทั้งสองข้าง

ตอนนี้ร่างกายของอิซึมิเปลือยเปล่าแล้ว

โคจิค่อยย่อตัวพร้อมกับใช้ลิ้นโลมเลียลิ้มลองรสชาติจากผิวกายของอิซึมิลงมาเรื่อยๆ

จนมาหยุดอยู่ที่ล่างกายท่อนล่างที่เพิ่งตื่นตัวจากรสสัมผัสของโคจิได้ไม่นาน

โคจิใช้มื่อข้างหนึ่งกุมส่วนนั้นของอิซึมิพร้อมรูดเบา

ก่อนที่ปลายลิ้นจะไล้เลียอย่างแผ่วเบาแล้วโคจิจึงครอบครองส่วนนั้นทั้งหมดด้วยปากของเขา

สร้างความเสียวซ่านให้แก่อิซึมิอย่างมากจนต้องร้องครางออกมาอย่างลืมตัว

ฝ่ามือสองข้างขยุ้มผมของโคจิจนยุ่ง

ส่วนโคจิก็ใช้เมื่อข้างที่ว่างลูบไล้ที่บั้นท้ายของอิซึมิเต็มแรง

ก่อนจะใช้นิ้วกลางค่อยสอดแทรกเข้าไปยังช่องทางที่คับแคบนั้นทีละนิดทีละนิด

ทำให้อีกอิซึมิยิ่งกดศรีษะของโคจิให้กลืนกินร่างกายของเขาให้มากขึ้น

โคจิก็ยิ่งตอบสนองความต้องการของอิซึมิมากขึ้นเช่นกัน

พร้อมสอดนิ้วชี้เข้าไปที่ช่องทางด้านหลังอีกเป็นนิ้วที่สอง

แล้วชักเข้าออกให้สัมพันธ์กับส่วนหน้าของอิซึมิที่กำลังถูกรุกรานด้วยปากของเขาเช่นกัน

และแล้วความอดกลั้นของอิซึมิก็พังทลายลง น้ำรักสีขาวขุ่นไหลเข้าปากของโคจิ

และหกเลอะออกมาเมื่อโคจิถอนปากออก

โคจิถอนนิ้วมือทั้งสองออกมาจากนั้นจึงเอามาป้ายน้ำรักของอิซึมิที่เลอะอยู่แล้วก็ค่อยสอดนิ้วทั้วสองแทรกกลับเข้าไปยังช่องทางที่คับแคบนั้นอีกครั้ง

ทำให้อิซึมิที่เหนื่อยหอบอยู่สะดุ้งเล็กน้อย

สักพักโคจิก็ถอนนิ้วทั้งสองออกแล้วลุกขึ้นยืนจ้องมองเข้าไปในดวงตาของอิซึมิเพื่อบ่งบอกว่าเวลานี้เขาต้องการอิซึมิมากแค่ไหน

อิซึมิไม่ได้พูดอะไรออกมา โคจิจึงค่อยรูดซิปกางเกงหนังของเขาลง

มือข้างหนึ่งจับร่างกายที่ตื่นตัวของเขาออกมาจากภายในกางเกง

มืออีกข้างยกขาข้างหนึ่งของอิซึมิขึ้นมาเกี่ยวไว้ที่เอวของเขา

ก่อนที่โคจิจะค่อยสอดแทรกร่างกายของเขาเข้าไปในช่องทางที่คับแคบของอิซึมิช้าๆ

อิซึมิค่อยผ่อนลมหายใจออกมา

แม้จะเคยผ่านมาแล้วแต่ก็ยังไม่ชินสักทีจึงรู้สึกเจ็บขึ้นมา

โคจิรู้ดังนั้นก็หยุดการสอดแทรกไว้ชั่วครู่

พร้อมกับจูบปากอิซึมิเพื่อให้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น

จากนั้นโคจิจึงสอดแทรกเข้าไปต่อจนสุด อิซึมิร้องครางออกมาด้วยรู้สึกจุก แน่น คับ

และวาบหวิวบริเวณท้องน้อย

จากนั้นโคจิบอกให้อิซึมิให้โอบแขนไว้รอบคอของเขาอิซึมิก็ทำตามอย่างว่าง่าย

แล้วโคจิก็ใช้สองมือและลำแขนแกร่งยกสะโพกของอิซึมิขึ้นทำให้น้ำหนักตัว

ของอิซึมิกดลงมายิ่งทำให้ร่างกายของทั้งสองบดเบียดแนบแน่นมากกว่าเดิม

จนอิซึมิถึงกับร้องออกมาเสียงดัง

ทำให้ขาสองข้างยกขึ้นเกี่ยวกระหวัดรัดรอบเอวของโคจิแน่น

แล้วโคจิก็เริ่มต้นบรรเลงเพลงรักกับอิซึมิทันที

แต่ละครั้งที่โคจิสอดแทรกมันทำให้อิซึมิรู้สึกเสียวซ่าน วาบหวิว

ร่างกายสั่นสะท้านไปหมด ทั้งจังหวะที่อ่อนโยนสลับกับรุนแรงทำให้รู้สึกบอกไม่ถูก

รู้แต่ว่าโคจิกำลังบรรเลงบทเพลงรักอยู่

ไม่ใช่ด้วยปากหรือเสียงร้องแต่เป็นร่างกายของโคจิเอง

และแล้วอิซึมิก็หลุดปากออกมาถึงสิ่งที่อยู่ในใจ “โค...จิ....ร..รัก...รัก...อ้าาา”

โคจิยิ้มออกมาอย่างยินดี เขาได้มาแล้วไม่เพียงแต่ร่างกาย

แต่เขาได้หัวใจของอิซึมิมาแล้ว จากนั้นโคจิจึงขยับร่างกายเร็วขึ้น แรงขึ้น

อิซึมิเริ่มเกร็งร่างสองมือที่โอบกอดคอของโคจิเลื่อนลงมาที่หลังแล้วจึงกรีดเล็กลงไปเพื่อระบายอารมณ์

ปากก็ร้องครางออกมา

โคจิที่รู้สึกถึงอารมณ์ของอิซึมิก็กัดฟัดแน่นเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นเพื่อที่จะได้ไปพร้อมๆกับอิซึมิ

และแล้ว.....โคจิและอิซึมิก็ไปถึงสุดหมายพรัอมกัน

น้ำตาของทั้งคู่ไหลริวออกมาพร้อมๆกัน

อิซึมิน้ำตาไหลออกมาเพราะความสุขที่โคจิมอบให้และมาจากหัวใจของตัวเองที่ยอมรับในความรักของโคจิที่มีให้

ส่วนโคจิน้ำตาไหลออกมาเพราะอิซึมิรับรู้ความรู้สึกที่เขามี และ

รู้สึกดีใจที่เขาได้อิซึมิหมดทั้งตัวและหัวใจแล้ว.........

ณ เวลานี้ทั้งสองรับรู้ถึงความรู้สึกของกันและกันแล้ว

แม้หนทางในภายภาคหน้าเป็นเช่นไร ก็จะฝ่าฟันไปให้ได้ และจะไม่มีวันลืมความรู้สึก ณ

วินาทีนี้ไปชั่วชีวิต...............

............................................

 

คุยกันหน่อย : สำหรับเรื่องนี้ใช้เวลาคิดนานมาก

แบบว่าพอจะเขียนก็เกิดอาการอึ้ง... ~_^”

สงสัยจะเป็นเพราะว่าเป็นเรื่องที่ชอบมากที่สุด มันเลยเขียนไม่ออกมาซะเฉยๆงั้นล่ะ

แต่ว่าในที่สุดก็เขียนเสร็จจนได้ ทีนี้พอจะพิมพ์มันก็ไม่มีเวลาอีกล่ะ

จนไอ้ที่เขียนๆไว้จะขึ้นเกลือหมดแล้ว แต่ในที่สุดก็หาเวลาพิมพ์จนเสร็จได้ ^O^

ชอบไม่ชอบยังไงก็คอมเม้นท์มานะจ๊ะ ...............